มนุษย์เงินเดือนกังวลอะไร ทำไมไม่กล้าลงทุน

9

ใคร ๆ ก็บอกว่าเป็นมนุษย์เงินเดือนต้องรู้จักลงทุน แต่ลงทุนนี่มันก็ไม่เหมือนการออมไง ความเสี่ยงของการออมมันต่ำกว่า  ซึ่งต่ำกว่านี่ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยงนะ แค่มันอาจจะน้อยกกว่าการลงทุนเท่านั้นเอง และเรื่องสำคัญอีกอย่างก็คือ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

อ่านแค่นี้ หลายคนก็อาจจะถอดใจ ผมเองเรียนเศรษฐศาสตร์มายังเคยถอดใจเลย มีอยู่ช่วงนึงที่ผมเล่นหุ้นหนัก ๆ  แล้วก็พังยับ ทุกวันนี้ยังติดดอยอยู่อย่างโดดเดี่ยว 555

สาเหตุหลักข้อนึงของผมก็คือ ไม่มีเวลาติดตามตลาดนี่แหละ บางทีจังหวะจะต้องขาย ตอนนั้นติดประชุมบ้าง ติด Present ลูกค้าบ้าง สุดท้ายตลาดวาย ขายไม่ทัน ต้องนอนหนาว ๆ อยู่บนดอยแทน

“กองทุนรวม” เลยเป็นทางเลือกที่ผมว่าเหมาะสุดสำหรับผมนี่แหละ

แต่ผมว่าก็ยังคงมีหลายคนที่ถึงแม้จะรู้ว่ากองทุนรวม ช่วยเราได้ยังไงบ้าง แต่ก็ยังกังวลอยู่ดีใช่มั้ย เอาจริงๆ  เรื่องความกังวลกับการลงทุนนี่ไม่ใช่เรื่องแปลกนะ แต่ถ้ากังวลเฉย ๆ  ไม่ได้หาทางออกหรือหาเครื่องมือมาช่วย สุดท้ายเราก็จะไม่ได้ลงทุนซักที

ตัวช่วยนึงที่ผมอยากจะแนะนำก็คือ บริการ ROBO ADVISOR จาก SCBS” ครับ

ที่อยากแนะนำตัวช่วยนี้เพราะออกแบบมาเพื่อคนทำงานเวลาน้อยอย่างพวกเรานี่แหละครับ เพราะสามารถทำทุกอย่างผ่านแอปพลิเคชัน EASY INVEST ได้เลย เอาแค่ว่าเรามีเป้าหมายในการลงทุนที่ชัดเจน เข้าใจความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้ แล้วเริ่มเปิดบัญชีเพื่อลงทุนด้วยเงินเริ่มต้นแค่ 3,000 บาท

อีกเรื่องนึงที่ผมชอบมากก็คือ บริการ ROBO ADVISOR ใช้ AI และผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปีมาบริหารพอร์ตลงทุนให้กับเรา หน้าที่ของ  AI กับผู้เชี่ยวชาญจะช่วยคัดเลือกจากกองทุนกว่า 1,700 กองทุนให้เหมาะกับเป้าหมายและความเสี่ยงของเรา แล้วก็ช่วยนำมาจัดเป็นพอร์ตลงทุน ช่วยบริหารและปรับพอร์ตให้ตามสถานการณ์ของตลาดด้วย สถานการณ์ตลาดจะเปลี่ยนไปแบบไหน เราอาจจะเข้าใจได้ไม่เท่ากับคนที่อยู่ในวงการ ให้มืออาชีพมาช่วยแบบนี้แหละครับ อย่างน้อย ๆ ก็ไม่ปวดหัว จริงมั้ย

ถ้าจะลงทุนกับบริการ ROBO ADVISOR ก่อนอื่นจะต้องเปิดบัญชีลงทุนกับ SCBS ก่อนนะ

ถ้าใครเป็นลูกค้า ธ.ไทยพาณิชย์อยู่แล้ว เพียงเข้าไปที่แอป SCB EASY แล้ว เลือก “การลงทุน” เลือก “ROBO ADVISOR” จากนั้นเปิดบัญชีตามขั้นตอนได้เลย อนุมัติไว ภายใน 10 นาที

หรือจะไปเปิดที่ธนาคารไทยพาณิชย์ทุกสาขาได้เช่นกันครับ

หลังจากมีบัญชีลงทุนกับ SCBS แล้ว ก็ดาวน์โหลดแอป EASY INVEST เลือก “ROBO ADVISOR” ที่แถบเมนูด้านล่าง เพียงเท่านี้ก็เริ่มต้นลงทุนกับบริการ ROBO ADVISOR ได้ทันที

หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อ SCBS Call Center 02 949 1999 หรือเข้าไปดูข้อมูลได้ที่ http://www.scbs.com/roboadvisor

หรือจะดาวน์โหลดแอป EASY INVEST เพื่อเริ่มต้นลงทุน
คลิกเลย http://bit.ly/37g4bjb

#SCBS #EASYINVEST #ROBOADVISOR

10

แค่ 3,000 บาทก็เริ่มต้นการลงทุนได้ครับ แล้ว 3,000 บาท ถ้าลงทุนถูกที่ บริหารจัดการดี ๆ ความมั่นคงของมนุษย์เงินเดือนอย่างเราก็เริ่มจาก 3,000 บาทนี่แหละครับ

11

ถ้าเราเอาแต่กังวลว่าความรู้ไม่มีแล้วเริ่มต้นทำอะไรไม่ได้ ผมมีทางเลือกอยู่ 2 ทางคือ หาความรู้เอง ไม่ก็ไปใช้มืออาชีพช่วย ซึ่งผมว่าการใช้มืออาชีพมาช่วยนี่เห็นผลเร็วกว่า แล้วถ้ามืออาชีพมาพร้อมกับเทคโนโลยีด้วยนี่ ความมั่นใจก็เพิ่มขึ้น ถูกมั้ย

12

เรื่องของเวลาก็เป็นปัญหาใหญ่ของเราเหมือนกัน ทั้งวันนั่งทำงานอยู่หน้าจอ จะไปรู้ได้ยังไงว่าวันนี้มีกองทุนไหนน่าสนใจบ้าง แล้วกองทุนทั้งหมดที่มีก็ไม่ใช่น้อย ๆ นะ ถ้าเราหาคนเดียวทำคนเดียว มีหวังเพลียตั้งแต่กองที่ 10 เพราะฉะนั้น เราควรยกหน้าที่นี้ให้มืออาชีพเค้าทำครับ ทั้งวิเคราะห์ คัดเลือก เอามาจัดสรรสัดส่วนแล้วออกแบบเป็นพอร์ตกองทุนให้เรา รวมถึงคอยบริหารปรับพอร์ตให้ตรงเป้าหมายและระดับความเสี่ยงของเรา ส่วนเราก็นั่งทำงานชิล ๆ ไปโฟกัสสร้างผลงานของเราต่อไป

14

กังวลกันใช่มั้ยว่า พอมีคน มีระบบมาช่วย และยิ่งคนที่มาช่วยเป็นผู้เชี่ยวชาญด้วยเนี่ย ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มด้วยแน่ ๆ หึหึหึ อย่างที่ผมบอกว่าบริการ ROBO ADVISOR ออกแบบมาเพื่อเป็นผู้ช่วยจริง ๆ  เพราะฉะนั้นไม่มีค่าบริการอะไรเพิ่มเติมครับ เอ้า ปรบมือ

เอาจริง ๆ ข้อนี้คือสิ่งที่ผมว้าวมากนะ ให้เป็นข้อมูลนะเผื่อหลายคนอาจจะไม่รู้ คือปกติเนี่ยต้องมียอดซื้อขายหรือมีเงินลงทุนเป็นหลักล้าน หลักสิบล้าน ถึงจะมีที่ปรึกษาส่วนตัวมาดูแลพอร์ตการลงทุนโดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องจ่ายเงินเพื่อจ้าง Financial Planner เอง แต่นี่บริการ ROBO ADVISOR มีแค่ 3,000 บาท ก็มีที่ปรึกษามาจัดการให้แล้ว ยังไม่ว้าวกันอีกเหรอ

13

เรื่องการซื้อการขายก็เหมือนกันครับ ผมคนนึงที่เคยเบื่อมาก จะซื้อจะขายกองทุนที ต้องรอตอนพักเที่ยง ไปต่อคิวรอทำเอกสารนู่นนี่ กว่าจะเสร็จข้าวเที่ยงก็ไม่ต้องกินละ แต่บริการ ROBO ADVISOR จะช่วยเราส่งคำสั่งซื้อ-ขายกองทุนให้อัตโนมัติ ตัดเงินในบัญชีฯ ให้อัตโนมัติ อำนวยความสะดวกให้เราทั้งหมด สบายแบบนี้ Love เลย

15

สุดท้ายนี่สำคัญสุด โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนนักลงทุนที่ชอบเข้าไปส่องผลการดำเนินงาน สบายใจได้ เพราะแอป EASY INVEST เราสามารถเข้าไปส่องผลการดำเนินงานได้ทุกที่ทุกเวลา ตลอด 24 ชม. หายกังวลกันได้ละนะ

ถ้าจะลงทุนกับบริการ ROBO ADVISOR ก่อนอื่นจะต้องเปิดบัญชีลงทุนกับ SCBS ก่อนนะ

ถ้าใครเป็นลูกค้า ธ.ไทยพาณิชย์อยู่แล้ว เพียงเข้าไปที่แอป SCB EASY แล้ว เลือก “การลงทุน” เลือก “ROBO ADVISOR” จากนั้นเปิดบัญชีตามขั้นตอนได้เลย อนุมัติไว ภายใน 10 นาที

หรือจะไปเปิดที่ธนาคารไทยพาณิชย์ทุกสาขาได้เช่นกันครับ

หลังจากมีบัญชีลงทุนกับ SCBS แล้ว ก็ดาวน์โหลดแอป EASY INVEST เลือก “ROBO ADVISOR” ที่แถบเมนูด้านล่าง เพียงเท่านี้ก็เริ่มต้นลงทุนกับบริการ ROBO ADVISOR ได้ทันที

หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อ SCBS Call Center 02 949 1999 หรือเข้าไปดูข้อมูลได้ที่ http://www.scbs.com/roboadvisor

หรือจะดาวน์โหลดแอป EASY INVEST เพื่อเริ่มต้นลงทุน
คลิกเลย http://bit.ly/37g4bjb

#SCBS #EASYINVEST #ROBOADVISOR

QGEN x ยกทีมชมถิ่น : Empower Teamwork

ไปติดตามภารกิจสร้าง Teamwork ของทีม QGEN ในทริป Empower Teamwork : กระบี่ลงพื้นที่เยือนท้องถิ่น ลุยกิจกรรม Local race สร้างสัมพันธ์ที่ดีในทีมภายในทริปเดียว! ทีม QGEN จะได้พบกับกิจกรรมท้าทายยังไงบ้าง จะทำภารกิจสำเร็จมั้ย? ติดตามดูให้จบ! ทริปเท่ๆ แบบนี้ คุณก็จัดเองได้ไม่ยาก เพราะ ยกทีม ชมถิ่น – Local Outing มีไอเดีย Office Outing อีก 4 เส้นทาง ที่เหมาะกับทีมของคุณ

🌿 Digital Detox
🌿 Do Act Share
🌿 Creative Thinking
🌿 Empower Teamwork

ได้เที่ยว ได้เสริมทักษะการทำงาน และยังได้สนับสนุนการท่องเที่ยวโดยชุมชนอีกด้วย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 👉 http://localouting.businesseventsthai…
#localouting #empowerteamwork #officeouting #ยกทีมชมถิ่น

สัมภาษณ์คุณปิยบุตร บางกอกอินดัสเทรียสแก๊ส

บริษัทและผู้บริหารต้องเตรียมความพร้อม

“ไม่ว่าคุณจะเป็นคนรุ่นใหม่ หรือคนที่ทำงานมานานแล้ว ต้องคิดให้ได้ว่าเหมือนเราอยู่ในรายการ The Voice บริษัทเตรียมไว้ให้หมดแล้วทั้งเวที ทั้งไฟ ทั้งดนตรี หน้าที่ของคุณคือหาโอกาสที่จะขึ้นไปยืนบนเวทีให้ได้ แล้วพยายามอย่างที่สุดให้กรรมการหันมาหาคุณ”

 

นี่คือประโยคทิ้งท้ายของการสนทนาจองผมกับคุณปิยบุตร จารุเพ็ญ กรรมการผู้จัดการบริษัท บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด หรือ BIG ผู้นำในการผลิตก๊าซ ไฮโดรเจนรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ถ้าบริษัทอยากจะดึงศักยภาพพนักงานออกมาให้เยอะที่สุด บริษัทก็ต้องเปิดโอกาสให้พนักงานแสดงให้เห็น หน้าที่ของบริษัทและผู้บริหารคือ เตรียมความพร้อมไม่ใช่สร้างข้อจำกัด

“สิ่งที่ผมคิดว่าผู้บริหารต้องทำคือหาวิธีช่วยให้เค้าทำงานให้ได้ เราเลือกเค้าอย่างดีแล้ว ก็ต้องเชื่อใจ และให้สิทธิให้อิสระในการทำงานกับเค้า Empowerment คือสิ่งที่คนเก่งอยากได้ เลือกคนเก่งมาแล้วแต่ไม่ Empower เค้า ไม่ให้อิสระในการทำงานกับเค้ามันก็ไม่ใช่  แล้ว Empower ก็ไม่ได้หมายความว่า เออ ให้อิสระแล้วก็ไปทำมา ไม่ใช่แบบนั้น ต้องดูไปอีกว่ามีอะไรที่เราต้องช่วยเค้าอีกหรือเปล่า เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายอย่างที่เค้าอยากไป แล้วเราก็อยากให้เค้าไป

ผมตั้ง  Agile Team ขึ้นมา 6 เดือนแรก ก็เหมือนทุกบริษัทที่มีเหตุผลของการทำไม่ได้อยู่เยอะมาก ผมให้ลองลิสต์  Top 5 มาเลย ปัญหาคือ Office ไม่มี  งั้นไปเช่าออฟฟิศให้ใหม่ ทีมไม่มีอำนาจสั่งการ เอาอำนาจดำเนินการไป งานจะได้เดินหน้าได้เร็ว ลิสต์มาผมแก้ปัญหาให้ นั่นแปลว่า ไม่มีปัญหาละนะ งานต้องออกมาละนะ

นอกจากจะแก้ปัญหาให้อย่างจริงจังแล้ว ทีมก็ชัดเจนว่าผู้บริหารเอาจริงนะ ซึ่งผมมองว่ามันก็คือกำลังใจอย่างนึงที่ทีมจะสัมผัสได้

ทุกการแก้ปัญหามันมีต้นทุนทั้งนั้น ทั้งต้นทุนที่เป็นตัวเงิน ทั้งต้นทุนเรื่องของเวลา แต่ผมก็มีทัศนคติของผมอย่างนึงคือ Learn Fast Fail Fast จะเก่งแค่ไหนก็พลาดกันได้ แต่ไม่ใช่ว่าทุกเรื่อง เรื่องความปลอดภัย เรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิต เรื่องนี้เราไม่ยอมให้พลาด แต่เรายอมเสี่ยงกับเรื่องอื่น ๆ ที่มีโอกาสทำให้องค์กรของเราก้าวหน้าขึ้นไปกว่าเดิม

อย่างที่ไปตั้งออฟฟิศใหม่สำหรับ Agile Team แน่นอนมันคือต้นทุน จ้าง Agile Coach  เข้ามาช่วยให้ทีมทำงานได้ง่ายขึ้นก็เป็นต้นทุน แต่ผมยอมเสี่ยงที่จะจ่ายถึงสุดท้ายมันจะไม่สำเร็จ เราโชคดีที่บริษัทมีกำไร วันนี้จ่ายพวกนี้เพิ่มขึ้น แต่ก็เป็นต้นทุนไม่เท่าไหร่ ลองนึกภาพว่าถ้างานมันสำเร็จ มันจะคุ้มขนาดไหน

เทียบผลลัพธ์ที่จะได้กับต้นทุนที่เสียไป แล้วให้พนักงานได้ลองทำ ลองเจอความท้าทายใหม่ ๆ ผมว่าคุ้ม เพราะสุดท้ายผมอยากให้เค้าเห็นคุณค่าในตัวของเค้า คุณค่าในงานที่เค้าทำ We Make The World More Productive Energy Efficient and Sustainable พวกเราไม่ได้ขายออกซิเจน หรือขายไนโตรเจนนะ แต่ธุรกิจของเราคือไปทำให้คนอื่นๆ  เค้ามี Productivity ที่มากขึ้น งานแบบนี้คุณคิดว่า Sexy พอมั้ยที่จะเอาเวลาของคุณมาแลก อย่างที่เราทำงานกับปตท ทุ่งดอกทิวลิปที่ระยอง เบื่องหลังก็คือการใช้เทคโนโลยีความเย็น หรือเอาออกซินเจนไปช่วยตอนถ้ำหลวง ถ้าเราคือส่วนหนึ่งขององค์กรหรือธุรกิจแบบนี้ มันก็น่าสนุกจริงมั้ย

ถ้างานที่เราทำ หรือบริษัทที่เราอยู่มีคุณค่ากับใครต่อใคร มันก็ตอบโจทย์ว่าเราก็มีคุณค่า ไม่ว่าคุณจะเป็นวิศวกร เป็นบัญชี เป็นเอชอาร์ คุณคือส่วนหนึ่งของคุณค่าที่องค์กรส่งต่อให้คนอื่น ๆ ผมอยู่กับองค์กรนี้มา 22 ปี เพราะรู้สึกแบบนี้นี่แหละ ถ้าใครที่หางานอยู่ แล้วไม่ได้หาโดยมองแค่เรื่องของเงิน แต่มองเรื่องความท้าทายในงาน มอง Right Place ของตัวเอง ผมก็แนะนำว่าเรื่องการมองคุณค่าในงานกับคุณค่าขององค์กรเหล่านั้น ว่าตรงกับคุณค่าที่ตัวเรามองหาอยู่มั้ย

สิ่งที่คนทำงานไม่ว่าจะระดับไหนก็ตาม ผมเองก็ด้วย ต้องนึกถึงอยู่เสมอก็คือ วันนี้กับสิบปีที่แล้วมันไม่เหมือนกัน เราอยู่กับความผันผวน ความไม่แน่นอน ความซับซ้อน และความคลุมเครือ หรือ VUCA World ที่เค้าเรียกกัน สมมติว่าเรากำลังจะขับรถไปเชียงใหม่ แล้วเราอยากเข้าห้องน้ำ ในอดีตเราประเมินได้ง่ายเลยว่า เดี่ยวเลี้ยวซ้ายเราจะเจอปั๊มแน่ ๆ แต่ปัจจุบันอาจจะไม่ใช่ เลี้ยวไปอาจจะมีหรืออาจจะไม่มีปั๊มก็ได้ ถ้าคนทำงานยังใช้วิธีการเดิม ๆ เครื่องมือเดิม ๆ อยู่ เราก็อาจจะไม่รอด แล้วเรื่องนี้มันก็เกิดขึ้นในทุก ๆ หน่วยงาน ไม่ใช่เกิดแค่หน่วยงานใดหน่วยงานนึง เพราะฉนั้นทุกคนในองค์กรก็ต้อง Active มากขึ้น

ปัญหาที่สำคัญข้อนึงก็คือ Comfort Zone ซึ่งใคร ๆ  ก็อยากมีกันทั้งนั้น ชีวิตมันง่าย ไม่ต้องทำอะไรใหม่ แต่องค์กรก็จะอยู่รอดยาก แล้วปัญหาจริง ๆ ของ Comfort Zone คือการไม่กล้าติดสินใจ คนทำงานมานาน ๆ เข้าก็จะใช้วิธีการเดิมในการตัดสินใจ ถ้าเจออะไรที่ไม่เหมือนเดิม ก็กล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะตัดสินใจ งานมันก็อาจจะไม่เดินหน้า ตรงนี้แหละครับที่ผู้บริหารต้องมาช่วย กระตุ้นให้คิด กระตุ้นให้กล้าตัดสินใจ แล้วก็พร้อมช่วยเหลือ ถ้ามันมีอะไรผิดพลาด Fail Fast Learn Fast อย่างที่ผมบอก ใช้วิธีลองทำไปทีละเล็ก เป็น Quickwin สุดท้ายมูลค่ารวม ๆ กันแล้วมันเยอะมาก คนทั้งองค์กรก็กระตือรือร้นมากขึ้น การทำงานในองค์กรก็สนุกขึ้น ออกมาจาก Comfort Zone มากขึ้น บริษัทก็  Reward เค้าทำไป สร้าง  Motivation ซึ่งกันและกันไปเรื่อย ๆ

ไม่ว่าคุณจะเป็นคนรุ่นใหม่ หรือคนที่ทำงานมานานแล้ว ต้องคิดให้ได้ว่าเหมือนเราอยู่ในรายการ The Voice บริษัทเตรียมไว้ให้หมดแล้วทั้งเวที  ทั้งไฟ ทั้งดนตรี หน้าที่ของคุณคือหาโอกาสที่จะขึ้นไปยืนบนเวทีให้ได้ แล้วพยายามอย่างที่สุดให้กรรมการหันมา”

ผมถามคุณปิยบุตรว่า ถ้าเทียบกับ  The Avangers คุณปิยบุตรคือใคร

“HULK มั้ง ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่ตัวเขียว ๆ ดี ผมชอบ”

#HRTheNextGen

เพิ่มเงินเดือนให้ในวันที่ยื่นลาออก

เพราะรี้ (18)

HR The Next Gen Podcast EP แรกมาแล้วนะครับ ฝากไปปั่นวิวกันหน่อย 555 Link นี้ครับ shorturl.at/juBR1

กลับมาที่เรื่องของวันนี้ จริง ๆ เขียนไปเยอะเลย FB เด้งหายหมด  นีพยายามเขียนให้เหมือนเมื่อกี้ เอาเท่าที่จำได้ละกันนะ

ปัญหานี้ผมว่าหลายคนเจอ หลายคนเคยได้ยิน หลายคนเคยให้คำแนะนำ แล้วหลายคนก็เคยเอาไปใช้เป็นเครื่องมือ หึหึหึ เรารู้ทันน่า

อยากได้เงินเดือนขึ้นเหรอ ไปพูดสิว่าจะลาออก เดี่ยวเค้าก็ขึ้นเงินเดือนให้ แต่ลืมคิดไปว่า ส่วนใหญ่เค้าจะขึ้นให้เฉพาะคนที่เค้าอยากรักษาไว้ ทีนี้ได้รู้เลยว่าเค้าไม่ได้อยากรักษาเราไว้ บริษัทใหม่ก็ยังไม่มีที่จะไป ไงล่ะทีนี้ แกล้งโวยวายด่าบริษัทไปเรื่อย ๆ ก่อนดีกว่า เบนประเด็นไปก่อน เดี๋ยวเราจะเสียหน้า ผ่าม ๆ ๆ

แต่กับคนที่ได้เงินเพิ่ม ซึ่งแปลว่าเค้าอยากรักษาเอาไว้ ทำไมถึงเพิ่งจะมาคิดอยากรักษา ยอมเพิ่มเงินเดือนให้ได้ตอนนี้ ทำไมไม่คิดเพิ่มให้ก่อนที่ยื่นลาออกล่ะ

ผมแนะนำแบบที่เคยทำนะ เคยเดินเข้าไปขอขึ้นเงินเดือนกับเค้าบ้างมั้ย

คืองี้ครับ หลายต่อหลายครั้งที่บริษัทหรือผู้บริหารเองเนี่ย มีความตั้งใจดีนะ คืออยากดูแลพนักงานให้ดีนี่แหละ แต่ยังทำได้ดีไม่พอตรงที่ไม่ได้มีข้อมูลที่ดีพอ ไม่รู้ว่าตลาดเค้าจ่ายกันอยู่ที่เท่าไหร่ แล้วก็อาจจะเข้าใจไปว่าที่เราจ่ายก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากพอแล้ว

มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่พนักงานเดินมาบอกขอลาออกเพราะที่อื่นให้เงินเดือนที่มากกว่านี่แหละ

ถ้าเราบังเอิญไปอยู่กับเจ้านายแบบนี้ บริษัทที่อาจจะยังไม่ได้โฟกัสเรื่องบริหารคนเท่าไหร่นัก ไม่ได้มีการทำโครงสร้างค่าจ้างเป็นเรื่องเป็นราว แล้วถ้าเรามั่นใจว่าเราเก่งจริง เราทำให้บริษัทได้อย่างที่บริษัทต้องการ แล้วคุ้มค่าแน่ ๆ ที่บริษัทจะจ่ายให้เราเท่านี้

เดินไปคุยกับเค้าอย่างมั่นใจครับ

แต่ถ้าไม่รู้จะคุยแบบไหน จะใช้วิธีการไปได้งานอีกที่แล้วมาคุย สำหรับผมมันก็ไม่ผิดอะไร ยิ่งคนเราเพิ่งทางเลือกให้ตัวเราเองได้ เราก็น่าจะมีโอกาสได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุด แล้วถ้าเราไปเจอสถานการณ์ว่า เจ้านายเราสู้ราคา การที่เราจะมีคำถามในหัวว่ามาขึ้นราคาให้ทำไมตอนนี้ มันก็ไม่ผิด แต่ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ คิด

อยู่หรือไปอันไหนดีกว่ากัน ฟังคนอื่นได้ แต่ใช้เป้าหมายของเราเป็นตัวตัดสินว่าที่ใหม่หรือที่เก่าที่พาเราไปได้มากกว่ากัน

ส่วนฝั่งของบริษัทนะครับ ถ้าบอกว่าใส่ใจดูแลพนักงานจริง ๆ ข้อมูลพวกนี้ควรมีอยู่ในมือ และอย่ารอให้เกิดปัญหาแบบนี้ครับ เพราะถึงเราจะปรับเงินสู้กับตลาดเค้าได้ แต่ผมไม่แน่ใจว่าซื้อใจเค้ากลับคืนมาได้หรือเปล่านะ

#HRTheNextGen
#มนุษย์เงินเดือน #HR2019