TMBAM คู่ชีวิตนักลงทุน

 

ถ้าใครยังจำได้ ผมเคยพูดไว้ว่า #มนุษย์เงินเดือนก็คือนักธุรกิจ

ของที่เราขายก็คือ ความสามารถกับเวลา ความสามารถเยอะก็ขายได้แพง ยิ่งเวลามีเยอะก็ยิ่งคูณกันเข้าไป อยากขายของได้แพง ก็ต้องพัฒนาความสามารถทุ่มเทซึ่งทั้งสองอย่างก็อาจยังไม่พอเพราะต้องรู้ด้วยว่าควรจะต้องไปขายให้ใคร จริงมั้ย

นักธุรกิจที่ดีก็ควรเป็น นักลงทุนด้วย การพัฒนาตัวเองก็คือการลงทุนอย่างนึง หรือการทุ่มเทเวลาให้กับการทำงานก็เป็นการลงทุนอีกแบบนึงเหมือนกัน แล้วเราก็คาดหวังว่าผลตอบแทนจะออกมาดีสมกับที่เราลงทุนลงแรง ลงเวลาไป

เนี่ย จริงๆ การลงทุนก็อยู่ใกล้ๆ ตัวเราตลอดเลยนะ

ยิ่งทุกวันที่ 1 กับ 16 ยิ่งได้ลงทุนใหญ่เลย ทีความเสี่ยงสูงแบบไม่มีที่มาที่ไปแบบเนี้ยเข้าใจง่าย แต่พอพูดเรื่องการลงทุนทางการเงินทีไร ความเสี่ยงควบคุมได้ จับต้องได้ ส่ายหน้าหนี โอ๊ยปวดหัว โอ๊ยไม่ได้เรียนมา ไม่เข้าใจหรอก พอมีใครใบ้หวยแม่นล่ะพร้อมขูด พร้อมตีเลขกันเชียว

เชื่อผมอีกทีเหอะ การลงทุนนั้นมันทำให้ชีวิตเราดีจริงๆ นะ นี่พูดถึงการลงทุนในรูปตัวเงิน อ้อ แล้วอย่าเพิ่งไปคิดว่า เฮ้ย ต้องมีเงินเป็นแสนเป็นล้านก่อนค่อยลงทุน คิดแบบนั้นแล้วเมื่อไหร่จะได้เริ่ม พันสองพันถ้าเริ่มวันนี้ สะสมไปเรื่อยๆ ผลตอบแทนที่ได้มันก็คุ้มค่านะ

ผมโชคดีหน่อยที่เรียนเศรษฐศาสตร์มา ถึงได้เข้าใจและรู้วิธีว่าจะต้องลงทุนยังไง แต่ใครที่เรียนสายอื่นมาก็ไม่ได้หมายความว่าจะลงทุนไม่ได้ ความรู้เรื่องการเงินการลงทุนมีอยู่เต็มอินเทอร์เน็ตเลย ผมยังเชื่อมั่นอยู่ว่าถ้าตั้งใจจริงเรื่องแบบนี้เรียนรู้ได้ เอาจริงๆ เพื่อนผมจบสายอื่นมา ลงทุนเก่งกว่าผมหลายเท่าเลย

อีกทางเลือกนึงก็คือ การลงทุนในกองทุนรวมที่บริหารโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ที่มีความเป็นมืออาชีพ ซึ่งแน่นอน มืออาชีพกว่าเราแน่ๆ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือเราควรจะเลือก บลจ. ที่เห็นว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ของเรานั้นสำคัญใช่มั้ย แล้ว บลจ. นั้นอยากเห็นผลตอบแทนที่เราได้รับจากการลงทุนสูงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้เราไปถึงเป้าหมายที่เราอยากได้ใช่มั้ย

ทางเลือกมีไม่น้อย เลือกให้ดีนะครับ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม แอดไลน์ @TMBAM ได้ที่ http://line.me/ti/p/@dpn9454a

#TMBAM #คู่ชีวิตการลงทุน #LifePartner #1725

#HRTheNextGen

 

ลาออกแล้ว (เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ) ไปไหน

 

ไม่ต้องผ่อนไป 3 ปี (34)

เราคุยเรื่องลาออกกันบ่อย ๆ  นะ บ่อยจนหลายคนงงว่า เฮ้ย เพจนี้ชวนลาออกอีกละ 5555 อย่าเพิ่งเข้าใจผิดกันไป ไม่ได้ชวนให้ลาออก แต่ชวนให้มองหาความสุขบนโอกาสเท่าที่เรามีต่างหาก ต้องให้ชัวร์ว่าถ้าจะไปไหน ก็ต้องมีความสุขขึ้นให้ได้ไม่ว่าเรื่องใดเรื่องนึง จริงมั้ย

ลาออกแล้วไปไหนนั่นก็เรื่องนึง แต่ลาออกแล้วจะเอาเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ  Provident Fund ไปไว้ที่ไหนนี่ก็อีกเรื่องนึง

จะทำอะไรต้องกลับไปที่จุดตั้งต้นกันก่อน ต้องไม่ลืมนะว่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่บริษัทมีให้เนี่ย เพื่อให้ชัวร์ว่าเกษียณไปแล้วเราจะอยู่ได้แบบไม่ต้องเป็นภาระลูกหลาน (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะมีหรือเปล่า แฮร่) ดังนั้น ใครที่ดีใจ และคิดในใจว่า เฮ้ย ลาออกแล้ว เอาเงินกองทุนไปช็อปปิ้งดีกว่า ข้อนี้ก็คิดให้ดี ๆ เพราะเราจะเจอภาษีบานเบอะ

ทีนี้ครับทีนี้ ถ้าไม่เอาไปช็อปปิ้งแล้วจะเอาไปทำอะไรล่ะ จะคงค้างไว้ที่เดิมก็ได้ แต่จะเสียค่ารักษาสถานภาพอีก จะย้ายไปกองทุนของบริษัทใหม่ เอ๊า บริษัทใหม่ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้หนิ แป๊กไปหนึ่ง หรือบริษัทใหม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่นโยบายการลงทุน ไม่ตรงใจเอาซะเลย

ย้ายไป  RMF สิ มันดีนะ มันดีนะ มันดีนะ (อ่านแบบเสียง Echo)

RMF (Retirement Mutual Fund) หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ วัตถุประสงค์ก็เหมือนกับ Provident Fund นี่แหละครับ เพื่อให้มีเงินพอใช้ยามเกษียณ เพียงแต่ไม่ได้มีบริษัทจ่ายเงินสมทบเข้าไปด้วย เป็นเงินส่วนของเราล้วน ๆ ออมกันยาวไปได้ทั้งผลตอบแทน ได้ทั้งสิทธิประโยชน์ทางภาษี

แล้ว RMF ก็มีหลายกองทุนให้เลือก วันนี้ลาออกมาเร็ว อายุยังไม่มากรับความเสี่ยงได้เยอะ ก็ไปลองดูกองทุน RMF ที่ลงทุนในหุ้นเยอะหน่อยแต่มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูง หรือถ้าตอนที่ลาออกมากลัวว่าจะเสียเงินต้นเยอะ ก็เลือกลงทุนใน RMF ที่เสี่ยงต่ำ โอกาสเสียเงินต้นน้อย แต่ยังได้ผลตอบแทนที่ไม่แพ้เงินเฟ้อ รวมไปถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ยังไม่หายไป

ที่สำคัญก็คือเลือกกองทุนจากบริษัทจัดการกองทุนที่เชื่อใจได้ครับ ผมนี่ดูผลการดำเนินงานย้อนหลังนะ แล้วดูว่าถ้าเราอยากได้ผลตอบแทนสูงเสี่ยงสูง หรือผลตอบแทนสู้เงินเฟ้อได้แต่เสี่ยงต่ำ ทีมผู้จัดการกองทุนของบริษัทจัดการกองทุนนั้น ๆ  ทำได้ดีแค่ไหน

อย่าง PVD to RMF ของ TMBAM มีกองทุนให้เลือกถึง 18 กองทุน ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ อสังหาฯ ทองคำ เรายังสามารถเปลี่ยนแปลงนโยบายลงทุนได้ทุกที่ ทุกเวลา อย่างไม่มีขีดจำกัด แถมช่วยประหยัด (ค่ารักษาสภาพสมาชิกคงเงิน) พร้อมมีโปรโมชั่นกองทุนรวม RMF ในปีที่โอนย้ายอีกด้วยนะ ใครสนใจลองสอบถามข้อมูลที่โทร 1725

อย่าลืมว่าเงินใช้หลังเกษียณ ถึงจะยังอีกไกลแต่เราก็ต้องให้ความสำคัญนะครับ

ตอนนี้ TMBAM ยังมีกิจกรรมแจกหนังสือ และ tote bag เพียง add LINE@TMBAM และพิมพ์ TMBAMPVD ในแชท แอด LINE@ คลิกเลย http://line.me/ti/p/@dpn9454a

#PVDTORMF #TMBAM #คู่ชีวิตการลงทุน #LifePartner

#HRTheNextGen

ซ้ายสุด ขวาสุด ก็อยู่กันไปไม่รอด

28795842_1627407963993812_2958555043231332124_n

จำได้ว่าวันก่อนเพิ่งประกาศว่าเข้าหน้าร้อนอย่างเป็นทางการ เช้านี้ฝนตกหนักเลย ไม่พอใจอะไรหรือเปล่าหว่าผลก็คือ ตื่นสายเลย และที่แน่นอนกว่านั้นคือ ไปทำงานไม่ทันแน่ ๆ ดีที่เช้านี้ไม่มีประชุมอะไร

หัวหน้าครับ ผมขอเข้าบ่ายเลยนะครับ
ตามสบายเลย พี่ว่าวันนี้พี่ไม่เข้า บ้านพี่น้ำท่วม

ชีวิตดี ๆ ของคนทำงาน

มนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ๆ เนี่ย การตรงต่อเวลาเป็นเรื่องสำคัญครับ เพราะหลายบริษัทยังเข้มงวดเรื่องของเวลาในการทำงาน เข้าต้องตรงเวลานะ เข้างาน 8 โมงแปลว่าต้องมาสแกนบัตรก่อน 8 โมง มาแปดโมงกว่าก็แปลว่าสายนะครับ

ส่วนบทลงโทษของการมาสายก็ว่ากันไป อาจจะไปรวมรวมแล้วหักเป็นวันลา หรือจะไปหักจากเงินพิเศษอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เงินเดือน สายบ่อย ๆ ก็อาจจะมีตักเตือน อันนี้บริษัทไม่ได้ผิดนะครับ เราเข้าไปอยู่ในองค์กรไหน ก็ต้องเคารพกฎ เคารพระเบียบที่บริษัทตั้งไว้ แต่บริษัทเองก็ต้องเอาให้ชัวร์นะว่าไม่ได้มีอะไรที่ผิดกฎหมาย แล้วก็ไม่ได้มีอะไรที่มันเกินกว่าเหตุ

ทีนี้ อันนี้เพิ่มเติมเอาไว้ให้เป็นแนวทางนะครับ อย่างกรณีวันเนี้ย ฝนตกหนักแต่เช้า ซึ่งก็เดาได้เลยว่าจะมีคนไปทำงานสายเยอะแน่ ๆ แต่ก็จะมีคนจำนวนนึงล่ะที่ไม่ไปทัน

หลายบริษัทเวลาที่มีเหตุผิดปกติแบบนี้ สิ่งที่เค้าทำคือ จากเดิมมาหลัง 8 โมงถือว่าสาย ถ้าเวลาเข้างานปกติคือ 8 โมง ให้เป็นหลัง 9 โมงถือว่าสาย ซึ่งเรื่องนี้ ถ้าให้ดี HR ก็น่าจะเป็นคนชงขึ้นไปเพื่อขอให้ผู้บริหารอนุมัติ

เราไม่ได้ทำเป้ายอดคนมาทำงานสายนะ ยิ่งมาสายเยอะ ๆ ยิ่งดีใจ อันนี้ไม่น่าใช่ ก็ลองพิจารณาดูตามความเหมาะสม

ส่วนพนักงานเอง ก็อาจจะต้องแฟร์ ๆ กับบริษัทด้วย สมมติว่าเป็นบริษัทที่จ่ายโอที ถ้าวันนี้มาสายแล้ว ตอนเย็นเลิกเย็นกว่าปกติ จะขอโอทีในวันแบบนี้มั้ย ก็แล้วแต่จะลองพิจารณาดูนะครับ

เรื่องเนี้ยแค่เรื่องเล็ก ๆ แต่ผมอยากจะบอกว่า บริษัทและพนักงานจะอยู่ด้วยกันได้ดีมาก ๆ ถ้าบริษัทไม่คิดอยู่เสมอว่า พนักงานพยายามอย่างที่สุดที่จะหาทางอู้งาน และพนักงานก็ไม่คิดอยู่เสมอว่า บริษัทพยายามจะเอาเปรียบเราให้ได้มากที่สุดเหมือนกัน

เพราะถ้ายังคิดแบบนี้อยู่ จะทนทำงานอยู่ด้วยกันไปทำไม จริงมั้ย

ขอให้ไปทัน 9 โมงนะ

#HRTheNextGen
#มนุษย์เงินเดือน #HR2018

Motivate & Engage New Generation

วันจันทร์ที่ 2 เมษายน 2561
Motivate & Engage New Generation

การจะรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กรเป็นเรื่องที่ยากขึ้นในทุกวัน โดยเฉพาะพนักงานใน Generation ใหม่ที่มีทั้งทางเลือกที่มากขึ้น ความต้องการที่มากขึ้น และผลตอบแทนอาจจะไม่ใช่ตัวเลือกเดียวที่จะดึงพนักงานกลุ่มนี้เอาไว้ได้

หลักสูตรนี้มีทั้งทฤษฎี และไอเดียที่จะนำไปใช้ รวมถึงตัวอย่างกิจกรรมที่นำไปใช้กับ Generation ใหม่ ๆ ได้

สอบถามรายละเอียดได้ที่ คุณปาณิศา ตันติสาธิต
Email: panisa@qgen.co.th
Line ID : @qgen
โทรศัพท์ : 095-706-5170

#QGenAcademy

เป็น HR มันก็ไม่ง่ายนะ

ไม่ต้องผ่อนไป 3 ปี (21)

“เดี๋ยวนี้ดูแลคนยากขึ้นนะ”

CEO คนนึงบ่นให้ผมฟัง

ประโยคสั้น ๆ  ที่ผมทั้งเข้าใจ ทั้งไม่เข้าใจ ถึงผมจะทำงาน HR มาสิบสี่สิบห้าปี แต่ไม่รู้ว่า เดี๋ยวนี้กับตอนนี้โน้นของพี่  CEO ต่างกันขนาดไหน

ผมทำงาน HR แล้วก็อยู่ในแวดวงธุรกิจก็สัมผัสได้ว่า เรื่องคนมันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลยวุ้ย คือไม่ต้องเทียบกับตอนนี้หรือตอนไหน เรื่องดูแลคนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แล้วมันยิ่งไม่ง่ายเมื่อต้องเอามาผูกกับเรื่องธุรกิจ เรื่องกำไรขาดทุนของบริษัทนี่แหละ

ถ้าบริษัทดูแลพนักงานดีมากจนบริษัทเจ๊ง ก็ไม่น่าจะได้ หรือถ้าบริษัทจะดูแลคนแบบเขียม ๆ พนักงานก็คงจะอยู่ไม่ได้เหมือนกัน การหาจุดที่พอดีนี่แหละที่ผมว่ายาก

แล้วจุดที่พอดีเมื่อวานนี้กับวันนี้ อาจจะไม่ใช่จุดเดียวกันซะด้วยสิ

แล้วก็พอดีว่า หน้าที่ของการหาความพอดี ก็เป็นหน้าที่ของ  HR นี่แหละครับ

แล้วก็พอดีว่า ช่วงนี้โลกของธุรกิจก็หมุนเร็วซะเหลือเกิน HR อย่างเรา ๆ ต้องมองกี่มุมล่ะ ถึงจะเจอความพอดีอย่างที่ผู้บริหารก็อยากได้ พนักงานก็โอเค

ผมมองอย่างนี้ครับ

เรื่องแรกเลยคือ เราอ่านขาดเรื่องธุรกิจขนาดไหน เราอยู่ในยุคของการเป็น Business Change Partner ถ้า HR คุ้นเคยกับ Business Partner ใน  Model ของ Dave Urich อยู่แล้ว ก็น่าจะเข้าใจคำว่า Business Change Partner  ได้ไม่ยาก เพราะ HR  จะไม่ได้ทำหน้าที่แค่เพียงยืนอยู่ข้าง ๆ  ผู้บริหาร เพื่อคอยฟังอย่างใกล้ชิดว่าผู้บริหารต้องการอะไร แล้วไปทำหน้าที่ตามบทบาทของ  HR ให้ทันตามที่ธุรกิจต้องการ แต่ HR ในวันนี้ ต้องเร็วกว่านั้นอีกหนึ่งก้าว คือไม่ต้องรอให้บอก ในเมื่อยืนอยู่ด้วยกันกับผู้บริหารแล้ว เห็นอยู่แล้วว่าธุรกิจต้องการอะไร ในสังคมธุรกิจที่ใครเร็วกว่าก็จะชนะ HR ก็จะช้าไม่ได้เช่นกัน

ว่าแต่เราแกร่งพอจะเป็น Business Change Partner ที่ชี้นิ้วพาองค์กรไปถูกทางแล้วหรือยัง

 

เรื่องที่สองคือ เราอ่านคนของเราขาดขนาดไหน มองออกมั้ยว่าสถานการณ์ธุรกิจแบบนี้ คนของเรายังขาดอาวุธอะไรที่จะออกไปสู้กับคู่แข่ง องค์กรอื่นคนของเค้าถืออาวุธดิจิตัลกันหมดแล้ว คนของเรายังสนุกกับการตีดาบของไปไล่ฟันอยู่หรือเปล่า แล้วจะไปตีกับใครล่ะ คู่แข่งเค้าส่ง AI มาสู้แทนแล้วนั่งควบคุมอยู่ที่ฐาน อย่างนี้เราจะชนะเค้าได้ยังไงล่ะ

ต้องลองนึกดูแล้วล่ะครับ ว่าเรารู้จักคนของเรา ดีมากแค่ไหน

 

เรื่องที่สาม รู้จักคนของเราอย่างเดียวก็ไม่พอ ต้องรู้ว่าโลกเค้าไปถึงไหนกันแล้วด้วย เพราะถ้าเรามองแค่ตัวเราอย่างเดียวโดยไม่สนเลยว่า คนอื่น ๆ เค้าใช้อะไรกัน เค้าฮิตอะไรกัน สิ่งที่เค้าฮิตกันช่วยให้คนของเราแกร่งขึ้นได้หรือเปล่า หรือบางทีนะครับ บางอย่างที่เรากำลังทำอยู่ด้วยวิธีการของเราเนี่ย คนอื่นเค้าอาจจะเคยทำมาแล้ว แค่เราออกไปเปิดโลก เราก็ไม่จำเป็นต้องมาลองผิดลองถูก จริงมั้ย

แล้วต้องไปดูจากที่ไหนล่ะ คิดแพ้บนะครับ

 

และเรื่องสุดท้าย ข้อนี้วนกลับมาที่องค์กรของเราแล้วครับ ต้องเช็คนะว่าวัฒนธรรมที่เรามีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นเอง หรือปลูกฝังกันขึ้นมา ยังเป็นวัฒนธรรมที่สนับสนุนให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืนได้หรือเปล่า ถ้ายังใช้ได้ ก็ต้องทำให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม แต่ถ้าไม่ใช่ก็ต้องสร้างขึ้นมาใหม่ให้ได้

และในเมื่อโลกหมุนเร็วขึ้น ธุรกิจมี Dynamic  คนมี Dynamic วัฒนธรรมก็ต้องปรับตัวให้มี Dynamic ตามไปด้วยกัน ถ้าสิ่งที่ผมคิดไม่ผิด สำหรับหลาย ๆ ธุรกิจที่ความเร็ว และความพร้อมในการรับมือการเปลี่ยนแปลง คือจุดชี้เป็นชี้ตายในการแข่งขัน  การสร้างองค์กรให้เป็น Agile Organization อาจจะเป็นเรื่องที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ได้ทำตามแฟชัน ไม่ได้ถูกป้ายยา แต่ของมันต้องมี

วันนี้เรารู้แล้วหรือยังว่า Agile Organization เป็นยังไง แล้ววัฒนธรรมองค์กรที่จะส่งเสริมให้เกิด  Agile Organization ล่ะต้องเริ่มยังไงบ้าง แล้วต้องทำไปพร้อมกับ Agile People ด้วยเลยหรือไม่

แต่ละเรื่องเป็นเรื่องยาก ๆ ทั้งนั้นครับ แต่คำว่ายากไม่ได้แปลว่าทำไม่ได้ การติดตามข่าวสาร ความรู้ต่าง ๆ  ในการบริหารคน บริหารองค์กร ก็เลยเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น HR ยุคไหน ซึ่ง SEAC หรือที่รู้จักกันเดิมในชื่อ APM Group ก็มีทั้งความรู้และหลักสูตรพัฒนาให้ HR ช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในองค์กรไทย ให้ได้ผลลัพธ์มากขึ้น

ไปติดตามและอัพเดพได้ที่ https://www.facebook.com/SEACthailand/   ทั้งหลักสูตรและแนวทางการกระตุ้นการพัฒนาผู้นำยุคใหม่ที่เน้นเรื่อง mindset อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเสริมมุมมองให้กับ HR ในยุคของการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว

#HRTheNextGen

ไปทำงาน EP 1 – ทักษะการแก้ปัญหาที่ดีคือยังไง

ในประกาศรับสมัครงานแทบจะทุกตำแหน่งระบุว่าต้องมีทักษะในการแก้ปัญหา ในเมื่อทุกคนโตมาขนาดนี้ก็ต้องผ่านการแก้ปัญหามาแล้วทั้งนั้น

แล้วแบบไหนเรียกว่าดีหรือไม่ดี ?

#ไปทำงาน #ProblemSolving
#HRTheNextGen
#มนุษย์เงินเดือน #HR2018

ทำอย่างไร ไม่ให้งานหายไปพร้อมคนลาออก

ไม่ต้องผ่อนไป 3 ปี (20)

ปัญหาลูกน้อง หรือเพื่อนร่วมงานที่ไม่ได้ไม่ลาออกไปแต่ตัว แต่พ่วงเอาไฟล์งานไปด้วย หรือไม่ก็เก็บไว้ไหนก็ไม่รู้ เวลาจะต้องใช้งานทีก็หาไม่เจอ ต้องมาเสียเวลาทำกันใหม่ทุกที

จะลาออกไปพี่ไม่ว่า แต่ไฟล์งานต่าง ๆ อยู่ที่ไหนล่ะตัวเธอ

ช่วงต้นปีอย่างนี้ ปัญหาสำคัญอย่างนึงก็คือปัญหาคนลาออกนี่แหละครับ

จริง ๆ จะบอกว่าต้นปีก็ไม่ถูก ต้องบอกว่าโบนัสจ่ายเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงฤดูกาลคนเก่าไปคนใหม่มา มองให้ธรรมดาก็ธรรมดา มองให้น่าตกใจก็น่าตกใจ คือถ้าคนเก่ง ๆ ออกจากองค์กรไป มองในมุมองค์กรก็คงตกใจ แต่ถ้ามองในมุมพนักงานเอง ถ้าที่อื่นมีอะไรที่ดีกว่า จะเรื่องเกี่ยวกับเงินหรือไม่เกี่ยวกับเงิน ถ้าเห็นว่าเป็นโอกาสก็ควรไปเจออะไรใหม่  ๆมองอย่างเป็นกลาง ก็จะเห็นธรรมนะครับ สาธุ

กลับมาที่ปัญหาหาไฟล์ไม่เจอเพราะไม่ส่งต่องานกันให้ดี

เนี่ย ๆ ปัญหาใหญ่ที่สำคัญมากเลยนะ นี่เป็นเรื่องมารยาทและความเป็นมืออาชีพของการลาออกเลย ระยะเวลา 1 เดือนที่ขอให้แจ้งล่วงหน้าก็เพื่อให้แฟร์ ๆ กับบริษัทนี่แหละ อย่างน้อย 1 เดือนหาคนมาทำงานแทน ซึ่งแค่นี้ก็ยากมากพอแล้ว บางทีก็ต้องฝากงานไว้ที่เพื่อนร่วมงานก่อนบ้าง เจ้านายก่อนบ้าง รอคนใหม่จะมา

เดือนนึงบางทีเก็บรายละเอียดกันไม่หมดหรอก

ที่สำคัญกว่านั้นคือ ของที่อยากใช้มักหาไม่เจอตอนที่จะใช้นี่แหละ

ย้ำอีกทีนะครับ นี่คือเรื่องสำคัญ ทั้งหัวหน้าเอง HR  เอง หรือเจ้าของบริษัทเอง อย่าทำเป็นเล่นกับเรื่องนี้ เพราะเผลอ ๆ Knowledge ของบริษัทจะหายไปดื้อ ๆ พร้อมกับตัวคนที่ลาออกไปนี่แหละ

แล้วบางทีคนใหม่มาก็หงุดหงิดอีกว่า เฮ้ย ของเก่ามันควรมี ทำไมถึงต้องมานั่งนับหนึ่งใหม่ งานจะไปได้ไกลกว่านี้เยอะถ้าไม้ต้องมานั่งนับหนึ่งบ่อย ๆ จริงมั้ย

เราต้องรู้จักใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์นะครับ ในเมื่องานทุกอย่างไม่จำเป็นต้องเก็บติดตัว แต่สามารถเก็บไว้ใน One Drive หรือ SharePoint ได้ แล้วยุคนี้ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องนั่งทำงานในออฟฟิศเท่านั้นถึงจะเข้าถึงข้อมูลได้ ถ้าใช้ Office 365 อยู่ที่ไหน ก็เข้าถึงข้อมูลได้ทั้งนั้นแหละ

รายละเอียดไปลองดูในนี้นะครับ www.evolutionofwork.net

ยุคนี้เป็นยุคของ Data  และการลาออกของคนคนนึงไม่ควรทำให้งานของเราสะดุดนะ เชื่อผมสิ ผมเรียนมา

#Microsoft #Office365

#HRTheNextGen