ผู้ชาย ลาคลอด !!!!

#HRTheNextGen

” I ve decided to take 2 months of paternity leave when our daughter arrives”

“ผมตัดสินใจลาคลอด 2 เดือน เมื่อลูกสาวของผมลืมตาดูโลกครับ”

ยินดีกับพี่มาร์คด้วยนะครับ ได้เป็นคุณพ่อคนแล้ว เหมือนจะเคยได้ยินว่ามีปัญหาอยู่หลายครั้ง จนโอกาสนี้มาถึงพี่มาร์คก็เลยเต็มกับชีวิตกันไปเลย

พี่มาร์คยังบอกอีกว่า “จากผลวิจัย พ่อที่ใช้เวลาอยู่กับลูกแรกเกิด จะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีกว่ากับทั้งเด็กและครอบครัว”

และไม่พอแค่นั้น พี่มาร์คยังประกาศให้พนักงานของ Facebook “ทั้งพ่อและแม่ ลางานเพื่อดูแลลูกได้นานถึง 4 เดือน แถมได้เงินเดือนตามปกติด้วย”

เหมารวมไปถึงคู่แต่งงานเพศเดียวกันอีกต่างหาก

จะหล่อไปไหนพ่อคู้นนนนนนน

“We want to be there for our people at all stages of life, and in particular we strive to be a leading place to work for families”

“เราอยากมีส่วนร่วมในทุกช่วงเวลาของชีวิตของพนักงานของเรา และเรามุ่งมั่นจะเป็นบริษัทชั้นนำเพื่อครอบครัว” Lori Matloff Goler – HR Director ของ FB ให้เหตผลของสวัสดิการตัวนี้

หล่อ สวย กันทั้งองค์กรจริงๆ

ผมว่าสวัสดิการนี้น่าจะทำให้เกิด Butterfly Effect ขึ้นแน่นอนครับ แต่จะ Effect มากน้อยแค่ไหน จะมาถึงประเทศไทยมั้ย เราคงต้องติดตามดูกัน

เรืองครอบครัวเป็นเรืองสำคัญ คลอดลูกทีนึงไม่ใช่แค่ฝ่ายคุณแม่ที่วุ่นวาย ฝั่งคุณพ่อก็ใช่ย่อยเหมือนกัน ถ้าผู้ชายลาดูแลลูกไม่ได้ ใจนึงก็ห่วงลูก อีกใจก็ห่วงเมีย งานก็ต้องทำ สมาธิก็คงไม่มี ผลงานก็คงออกมาไม่ดีอย่างเคยแน่

เท่าที่ผมเห็นมา ส่วนใหญ่ฝ่ายคุณพ่อก็ลางานเต็มที่ก็สัปดาห์นึงหลังคลอด จนกว่าคุณแม่จะหายเจ็บแผล หรือมีคุณตาคุณยายมาช่วยเลี้ยงหลานด้วย คุณพ่อก็๋จะมาทำงานแบบโทรม ๆ หน่อย เพราะกลางดึกต้องตื่นผลัดเวรกับเมีย เพื่อเปลี่ยนผ้าอ้อมบ้าง ปลอบลูกบ้าง เล่นกับลูกบ้าง

ผอม ตาโหล ไปตาม ๆ กัน

ถ้าบริษัทไหนจะเอามาใช้ ผมว่าได้ใจทั้งเมีย ทั้งลูกของพนักงานแน่ ๆ แต่จะได้ใจหัวหน้างานมั้ย … ลองเดาสิ 555

แต่เอาเข้าจริง ๆ (ผมว่าผมติดคำว่า “เอาเข้าจริง ๆ” นะ) 4 เดือนสำหรับคุณพ่อนี่ผมว่ามันก็นานอยู่นะ สถานการณ์จริง ๆ พนักงาน Facebook จะลาไป 4 เดือนเลยจริงๆ หรือ หายไปไตรมาสกว่าในโลกของการแข่งขันของมนุษย์เงินเดือน เพื่อนร่วมงานอาจจะก้าวหน้าไปถึงไหนต่อไหนกันแล้วก็ได้

ดังนั้น ถ้าบริษัทไทยจะนำมาปรับใช้ ก็ควรจะกำหนดช่วงเวลาในการให้สวัสดิการให้เหมาะสมด้วยนะครับ คำนึงถึงเรืองของครอบครัวพนักงาน แล้วก็ต้องคำนึงถึงบริษัทด้วย พนักงานหายไป 3-4 เดือน งานจะเดินยังไง จะต้องจ้างพนักงานชั่วคราวมามั้ย หรือหัวหน้าจะต้องแบ่งงานอย่างไรไม่ให้ผลปฏิบัติงานโดยรวมของบริษัทตกลงไป

ถ้าเป็นผมนะ ผมคงเสนอในลักษณะของการลาให้เปล่าระยะหนึ่ง อาจจะซัก 1 เดือนแรก ที่เหลือก็ให้เป็น Work at Home ไป ในกรณีที่ลักษณะงานสามารถทำแบบนี้ได้ หรืออาจจะให้เข้ามาทำงาน 2-3 วันต่อสัปดาห์ ก็น่าจะพอช่วยเหลือพนักงานได้ระดับหนึ่ง และพนักงานก็รับรู้ได้ถึงความใส่ใจที่บริษัทมีให้กับพนักงานด้วย

สวัสดิการเป็นสิ่งที่บริษัท และ HR ควรจะทบทวนเป็นระยะนะครับ ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นว่าบริษัทมีรายการสวัสดิการเป็นหางว่าว แต่สวัสดิการที่พนักงานใช้ได้จริง มีแค่หางมด เยอะไปก็ใช่ว่าดี เอาเท่าที่มีแต่พนักงานได้ใช้จริง เจ๋งกว่าเยอะครับ

#HRTheNextGen

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s