ไม่เก่ง หรือยังไม่เหมาะ ?

เห็นนั่งเงียบๆ (5).png

ผมยังมึน ๆ กับภาคการศึกษาของปริญญาตรี ไม่รู้ว่าเรียนจบกับช่วงเดือนไหน แล้วจะเปลี่ยนกลับมาเป็นแบบเดิมเมื่อไหร่ถ้ามีน้อง ๆ มหาลัยอยู่แถ้วนี้ ฝากมาอธิบายหน่อยก็ดีนะ ‪#‎ช่วยกันทำมาหากินนิสถถถถถ‬

สำหรับคนที่ทำงานอยู่แล้ว บางคนเจ๋งมาก สมัครงานที่ไหนได้งานหมด มีตัวเลื่อกในมือเพียบจนงงว่า เลือกไรดีวะ หรือบางคนก็อาจจะผิดหวัง ยังไม่ได้งานที่อยากได้ บริษัทที่อยากทำ หรือเงินเดือนที่คาดหวังไว้ ยังไงก็ถือว่ามีประสบการณ์ความสมหวังและผิดหวังอยู่บ้างแล้ว

ที่นี้ ผมอยากสร้างภูมิให้น้อง ๆ ที่กำลังจะจบ หรือเพิ่งจะเริ่มต้นหางานกันซักหน่อยนะครับ ขอยกตัวอย่างโดยอ้้างอิงบริษัทชั้นนำ หรือบริษัทที่มีระบบ HR ที่ดีพอควรนะครับ

ใน Job Description หรือ JD หรือภาษาไทยเรียกกว่าใบพรรณางาน หรือแปลว่าเป็นไทยอีกที ก็คือ รายละเอียดที่บอกว่างานเนี้ย ทำหน้าที่อะไรบ้าง
อย่าเพิ่งดึงดราม่าทั้งเรื่องไม่เห็นมีเลย JD หรือ JD เขียนอื่น ๆ ไว้ 10 % แต่ทำจริงอื่น ๆ นี่ 90 % เพ่บ้าป่าวเพ่ …….. ติดไว้ก่อนนะเดียวมาว่ากันเรืองนี้

ใน JD นอกจากระบุว่าทำงานอะไรแล้วเนี่่ย ก็๋ยังระบุด้วยว่า คนที่จะมาทำงานเนี้ย ต้องมีคุณสมบัติแบบไหน มาตั้งแต่ Demographic เลย อายุ เพศ การศึกษาระดับไหน เอกอะไร และ Competency คือความสามารถที่ทำให้งานนี้ประสบความสำเร็จได้

จากข้อมูลใน JD นี่ล่ะครับ ส่งต่อมาให้ Recruiter ก็จะไปหาละว่าคนแบบนี้มีอยู่ที่ไหนบ้าง สมมติว่ามีอยู่ในกอง Resume ตรงหน้า Recruit ก็จะคัดเลือกให้ได้ตามคุณสมบัติเบื้องต้นตามใน JD กำหนด และตามเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด เช่น GPA หรือ คะแนนภาษาอังกฤษ

ใครว่าเกรดไม่สำคัญ บางคนอาจจะทำกิจกรรมด้วย สมัยเรียนผมก็ทำกิจกรรมเยอะมาก แต่อย่าทิ้งเรื่องเรียน ประคองตัวเองไว้ให้ได้เกรดที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานให้ได้ HR หรือ Recruit เค้าไม่ได้มาตามติดชีวิตเราสมัยเรียนนะครับ สิ่งที่เค้าเห็นตรงหน้าคือ Transcript แล้วถ้าเค้ามีตัวเลือกเยอะ ๆ แล้วระบบไม่ได้เอื่อให้สามารถเรียกทุกคนมาคุยได้ GPA ดีกว่ามันก็ได้เปรียบนะครับ เพราะอย่างน้อย “GPA ก็สามารถบอกได้ถึงความรับผิดชอบของเราในฐานะนักเรียนนักศึกษา”

ถ้าเราไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานนี้ ความสามารถอื่น ๆ ที่เรามี หมดโอกาสได้ฉายแสงเลยนะครับ ซีเรียสนะเรื่องนี้

ทีนี้พอผ่านเกณฑ์เบื้องต้นแล้ว มาสัมภาษณ์งานแล้ว ทำนู่นนี่ตามกระบวนการคัดเลือกแล้ว สุดท้ายย่อมมีทั้งคนที่สมหวังและผิดหวัง คนที่สมหวังก็ยินดีด้่วย แต่คนที่ผิดหวังล่ น้องไม่ The Face เชิญค่ะ T_T

สิ่งที่ทำให้เราไม่ได้งาน ไม่ใช่ว่าเราไม่เก่ง หรือเก่งสู้คนอื่่นไม่ได้ แต่แค่เรายังไม่เหมาะสมกับงานนี้ หรือกับองค์กรนี้ต่างหาก หลาย ๆ ครั้งเรารู้สึกได้ว่าเราเก่งกว่าไอ่คนข้าง ๆ เนี้ย แต่พอสรุปว่าเฮ้ย เราไม่ได้ แต่คนข้าง ๆ ได้ เป็นไปได้ไง มันเป็นไปได้ตรงความเหมาะสมนี่ล่ะ เพราะกรณีนี้เราถูกจัดอยู่ในประเภท Over Qualified หรือมีคุณสมบัติเกินกว่าที่เค้าต้องการ

อ้าว ไม่ดีหรอกเหรอ เก่งกว่าที่เค้าอยากได้อีก

ไอ่ดีมันก็๋ดีล่ะครับ แต่งานมันแค่นี้ จ่ายเงินเดือนได้ตามค่างานอีก โอกาสในการเติบโตอาจจะไม่มาก ถ้าดึงดันจะเอาเข้ามาทำงาน แล้วไม่สามารถผลักดันให้เติบโตได้ สุดท้ายก็ต้องลาออก เสียเวลากันทั้งคู่ครับ

หางานก็เหมือนหาแฟน ศีลเสมอกัน พอเหมาะพอดีกัน อยู่ด้วยแล้วสบาย มีแนวคิดวิสัยทัศน์ที่ไปด้วยกันได้ ก็อยู่กัไปยาว ๆ

‪#‎งั้นเปลี่ยนงานบ่อยแปลว่าเจ้าชู้สินะ‬ …ไม่ได้เจ้าชู้ แค่หาคู่ที่เหมาะเฉยๆ

เป็นกำลังใจให้น้องใหม่ และคนหางานทุกคนครับ

‪#‎HRTheNexGen‬

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s