ใครกำหนดเงินเดือน ?

เห็นนั่งเงียบๆ (29).png

25.01.2016

เราเคยตั้งค่าตัวของตัวเองกันมั้ยครับ
 
เรียนจบมาแล้ว มีประสบการณ์การทำงานมาแล้ว เก่งเรื่องนู้น เซียนเรืองนี้ ไม่มีใครเหนือผมอ่ะพี่ ถ้าจะจ้างผมนะ พี่ต้องจ่ายมาวันละ 5,000 อ่ะ เดือนนึงเอาจริงๆ ก็แสนห้า แต่คนกันเอง ผมลดให้ แสนนึงก็ได้
 
นี่คิดในใจนะ
 
“น้องคะ บริษัทตกลงจ้างน้องค่ะ เดือนละ 15,000 โอเคมั้ยคะ”
 
“ได้ครับพี่ เริ่มงานวันนี้ครับ” —– จบมั้ย
 
แล้ว HR ไปเอาไอ้ตัวเลข 15,000 มาจากไหนหว่า ?
 
ว่ากันตามทฤษฎีนะครับ ตัวเลขพวกเนี้ยมันมาตาม Demand และ Supply ของตลาดแรงงานครับ ในตลาดต้องมีอะไรมั่ง
 
อย่างแรก ตลาดต้องมีพ่อค้า แม่ค้า ก็คือพวกเรานี่ล่ะ
อย่างสอง ตลาดต้องมีสินค้า ต้องมีของขาย ก็คือ “ความรู้ ความสามารถ และเวลา” ที่เราจะไปทำงานให้เค้า
อย่างที่สาม ตลาดต้องมีคนซื่้อ ก็คือบริษัท แต่คนมาซื่ออาจจะเป็น HR ก็ได้ เป็นเอเย่นมาซื่อของแทนเจ้าของบริษัท
 
สมมติว่า บริษัทต้องการซื่้อสินค้า “A” ซึ่งสินค้าตัวเนี้ย มีขายในตลาดเต็มไปหมดเลย บริษัทก็เลือกซื้่อกับร้านไหนที่ขายถูกสุด จริงมั้ยครับ
 
ให้ง่ายกว่านั้น ผมเดินเข้าไปในตลาด ทุกร้านขายหมูปิ้งหมดเลย ขนาดเท่ากัน สูตรเดียวกัน กินละอร่อยเหมือนกันเป๊ะ ถ้าผมมีข้อมูล แน่นอน ผมเลือกร้านที่ถูกที่สุดจริงมั้ย
 
แล้วถ้าผมจะกินเค้กล่ะ เค้กจะราคาเท่ากับหมูปิ้งมั้ย เค้กราคาไม่เท่าหมูปิ้งแน่นอน เพราะทำยากกว่า ราคาก็เลยต้องต่างกัน
 
นี่คือเหตผลว่า ทำไมงานต่างกัน อาชีพต่างกัน ค่าจ้่างถึงได้ต่างกัน เพราะมันมีค่าความยากในงานที่ต่างกันนี่แหละครับ
 
ในชีวิตจริง ในบริษัทเดียวกัน เงินเดือน Start เด็กจบใหม่ คนนึงจบวิศวะ อีกคนจบสายบริหาร เงินเดือนเริ่มต้นก็ไม่เท่ากันละ เพราะเราตีความว่างานวิศวะต้องใช้ท่ายากในการทำงานมากกว่าสายบริหารล่ะครับ ^^
 
กา่รสำรวจค่าจ้างโดยบริษัทที่ปรึุกษาต่าง ๆ ก็มีประโยชน์ตรงนี้ล่ะครับ บริษัทจะได้รู้ว่า เฮ้ย ไอ้งานแบบเนี้ย ประมาณเนี้ย บริษัทอื่นๆ เค้าจ่ายกันเท่าไหร่ แล้วตอนนี้เราจ่ายน้อยกว่า หรือมากกว่าตลาด แล้วบริษัทจะกำหนดกลยุทธ์ในการจ่ายยังไงดีล่ะ
 
ถ้าจ่ายต่ำกว่าตลาด อันนี้บริษัทกำไรถูก จ่ายตังน้่อย แต่ได้ผลงานเท่ากัน เจ๋งว่ะ หึหึหึ อย่ามัวดีใจไป ถ้าที่อื่นเค้าจ่ายเยอะกว่าที่คุณเคยจ่ายให้ เด็กของคุณก็พร้อมจะไปเหมือนกันครับ ถ้ากลยุทธ์การจ่ายเป็นแบบนี้ก็แปลว่าบริษัทมั่นใจว่าจะหาคนเข้ามาเสริมได้เรื่อย ๆ
 
ถ้าจะจ่ายสูงกว่าตลาดเป็นเท่าตัวก็ไม่ผิด พนักงานก็คงไม่หนีไปไหนแน่ เพราะถ้าออกไปก็ไม่มี่ที่ไหนจ่ายได้มากกว่านี้อีกแล้ว แต่บริษัทล่ะ จ่ายไหวแน่เหรอ
 
เพราะฉนั้นนอกจากราคาตลาดแล้่ว “กำลังซื้อ หรืองบประมาณ” ของบริษัทนี่ล่ะครับ ใคร ๆ ก็อยากจะได้คนเก่ง คนมีประสบการณ์มาทำงาน แต่ถ้าบริษัทมีข้อจำกัดในเรืองการจ่าย ก็ต้องยอมปล่อยคนเก่งค่าตัวแพงไป แล้วเลือกคนเก่งในระดับที่เหมาะสมกับงบที่บริษัทมี มาร่วมงานแทน
 
ดังนั้น ถ้าอยากอัพค่าตัว ก็ต้องเก่ง ต้องมีความสามารถที่แตกต่างจากคนอื่น หาข้อมูลว่าตอนนี้ราคาตลาดเค้าจ่ายกันแค่ไหน สุดท้ายมองหาบริษัทที่เค้ามีกำลังจ่าย และต้องการความสามารถของเราครับ
 
#HRTheNextGenเป็นHRที่ค่าตัวไม่แพง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s