โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี

เห็นนั่งเงียบๆ (34)

02.02.2016

เพิ่งเห็นปฏิทิน กุมภาปีนี้มี 29 วัน อิย่ะ ….. ดีใจได้เพิ่มมา 1 วันทำงานจะไม่ทันละ T_T

วันที่ 14 นี่จะตั้งหน้าตั้งตาทำงานมันทั้งวันทั้งคืนเลย เอิ้ก ๆ ๆ

2-3 วันนี้ ผมตามข่าวหมอฟันอยู่เป็นระยะ ๆ เรืองแบบนี้ผมมองว่ามันค่อนข้าง sensitive นะครับ จะวิเคราะห์วิจารณ์อะไร ก็คงต้องฟังข้อมูลให้มากเพียงพอ ไม่ใช่อะไร กลัวเงิบ

แค่เคสนี้ดูแล้วไม่น่าจะเงิบ เอาตรง ๆ เลย ยิ่งอ่าน ยิ่งได้ข้อมูลเพิ่มเติม ผมก็ยิ่งจุก แล้วยิ่งคณบดีออกมาพูดเองว่า นี่ไม่ใช่เคสแรก โห ลมนี่ตีขึ้นหน้าเลย

นี่หรือคือการตอบแทน ของคนที่รักและไว้ใจ … เสียงพี่หนุ่ยลอยมาเลย

ผมว่าเราถูกสอนกันมาตลอดนะครับ เรื่องการไปค้ำประกันให้คนอื่นเนี่ย ซื้อรถ ซื่อบ้าน ผมเองก็เคยนะ กู้ร่วมเลยแหละ โชคยังดีที่ไม่ได้มีปัญหาอะไรตามมา (แต่ผ่อนหมดไปแล้ว หรือว่าโดนยึดไปก็ไม่รู้แหะ 55)

มากรณีนี้ ผมนึกไม่ออกจริง ๆ นะว่าอะไรทำให้เค้าตัดสินใจที่ทำแบบนี้ บางกระแสบอกว่า กฏการใช้คืนทุนมันโหดเกิ๊น ใครจะจ่ายคืนไหววะ ผมว่าอันนี้หลงประเด็นละ เพราะตอนที่จะขอทุน ก็รับทราบรายละเอียดไปหมดแล้วว่าคุณต้อง “ตอบแทน” เงินที่ได้ไปก้อนนี้อย่างไรบ้าง

ความซวยที่เจ็บที่สุด คือคนค้ำประกันนี่ล่ะครับ ถึงจะบอกว่า คนค้ำก็ต้องรับสภาพสิ สัญญาก็เขียนไว้เหมือนกัน อ่านเอง เซ็นเอง ก็ต้องรู้สิว่าแหย่ขาไปเป็นหนี้ครึ่งตัวแล้ว เป็นผม ผมก็รับสภาพนะ ก็คงต้องจ่ายล่ะ ทำอะไรไม่ได้หนิ แต่มันเจ็บใจไง

คิดว่าได้สนับสนุนคนเก่งให้มีอนาคตที่ดี แต่ไม่นึกว่าคนเก่งที่ทำตัวไม่ดี ผลลัพธ์ทางลบมันก็สาหัสเหมือนกัน

ผมไม่แน่ใจว่า เงินที่ใช้เป็นทุนการศึกษาเนี่ย มาจากเงินสนับสนุนรัฐบาลหรือเปล่า ถ้าใช่ ก็เท่ากับเงินภาษีของผมด้วยหนิ นั่นไง เจ็บกว่าเดิมอีก T_T

วันก่อนเราพูดกันถึงเรืองสวัสดิการใช่ป้ะครับ ทุนเรียนต่อเนี่ย ก็เป็นอีกเครื่องมือนึง ที่องค์กรใหญ่ ๆ ใช้เป็นตัวดูดพนักงานที่เก่ง ๆ ไว้กับองค์กร

ให้ทุนไปสิ U Top 10 ของโลกเลย ค่าใช้จ่ายตั้งเท่าไหร่ ค่าเรียน ค่ากินอยู่ เงินเดือน ที่พัก ทั้งหมดที่จ่ายไปเนี่ย มันคือการลงทุนนะครับ ทุกการลงทุนต้องการผลตอบแทน ไม่ว่าจะทางใดทางนึง ในกรณีขององค์กร สิ่งที่เค้าอยากได้อย่างแรกเลย คือคนเก่งยังอยู่กับองค์กร ซึ่งถ้าคนเก่งยังอยู่ เค้าก็คาดหวังว่าสิ่งที่เรียนมาจะได้นำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพิ่มกำไรให้กับองค์กร ซึ่งถ้าคุณทำได้ ก็ไม่ยากที่คุณจะได้ขึ้นไปเป็นเบอร์ต้น ๆ ขององค์กร

win-win ทั้งคู่

แต่ถ้ารับไม่ได้ว่า เฮ้ยได้ทุนบริษัทไป ต้องกลับมาทำงาน “ชดใช้” ตั้ง 2-3 เท่าของเวลาที่ไปเรียน (ผมว่าแค่พูดว่า”ชดใช้” มันก็ให้ความรู้สึกในเชิงลบแล้วครับ) ก็อย่าไปขอทุนเลยครับ หาเงินไปเอง กลับมาเลือกเส้นทางของตัวเอง ไม่ต้องมีภาระติดตัว เอาที่สบายใจเลย ให้โอกาสคนที่เค้าพร้อมจะร่วมลงทุนไปกับองค์กร ได้สิทธินั้นไปดีกว่าครับ

บริษัทหรือองค์กรเอง ก็อย่าเพิ่งกลัวจนไม่กล้าที่จะให้ทุน หรือที่มีอยู่ก็เลิกไปซะงั้น แบบนั้นมันง่ายไปครับ บริษัทต้องหาวิธีที่จะเลือกคนที่พร้อมจะร่วมลงทุนด้วยต่างหาก เพราะฉนั้นไม่ใช่แค่คนเก่งละ แต่จะต้องมี Passion ที่อยากเห็นความก้าวหน้าของบริษัทด้วย เมื่อบริษัทลงเงินไปแล้ว พนักงานลงแรงลงเวลาไปเพื่อเรียนรู้แล้วกลับมาพัฒนาบริษัท

พูดให้ชัด ตกลงให้ดีตั้งแต่ตอนคัดเลือก คนที่ไม่ได้มี passion แบบนี้ เค้าจะได้เดินไปหาทางเลือกอื่นที่เหมาะกับเค้ามากกว่าครับ

#บอกเค้าไป #โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี

#ผมรู้ #ผมเรียนมา #เชื่อผมสิ

#HRthenextgen

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s