ขอโทษครับ

เห็นนั่งเงียบๆ (24).png

19.01.2016

ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของพี่ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ครับ ความดี และการเป็นแบบอย่างที่ดีของพี่ปอ จะเป็นแนวทางให้กับคนอีกมากมาย ขอให้ไปสู่ภพภูมิที่ดีครับ

จริง ๆ ผมอยู่กับความสูญเสียมาซักระยะนึงละครับ ตั้งแต่ช่วงสิ้นปี มีคนใกล้ต้ัว เพื่อน พี่น้องของคนใกล้ตัวเสียชีวิตกะทันหัน ด้วยอายุที่ยังไม่น่าจะถึงเวลา ถึงเราจะรู้ดีว่าความตาย และการสูญเสีย มันเป็นเรืองที่ทุกคนจะต้องเจอ แต่ก็อดจะเสียใจไม่ได้ ยิ่งเราเห็นว่าเค้าน่าจะยังมีอนาคตอีกตั้งไกล ก็ยิ่งอดเสียใจไม่ได้

เฮ้อ ……

กลับมาเรืองของเราดีกว่านะครับ

เมื่อวานได้คุยกับรุ่นน้อง Gen Y นี่ล่ะครับ เรื่องเดิม ๆ ปัญหาเดิม ๆ เรืองหัวหน้านี่ล่ะครับ

แต่วันนี้พิเศษ เพิ่มไข่ด้วย มันเป็นเรืองของ Generation Gap ที่กว้างมากกกกกกกกก

หัวหน้าน่าจะ Gen X ตอนต้นมาก ๆ กับเด็ก Gen Y ที่เพิ่งจบได้ไม่นาน หึหึหึ อายุห่างกันนี่เกือบ 20 ปีได้ เอาจริงๆ จะเรียกพี่ก็เขินนะ อยากจะเรียกน้าเรียกลุงมากกว่า 5555

ที่น้องบอกคือ เวลาที่น้องทำผิดจะเล็กจะน้อย โอ้โห เป็นเรื่องใหญ่เรืองโต ตำหนิเสียงดัง โวยวาย ไม่ไว้หน้ากันเลย งานก็ไม่ค่อยจะสอน ยังจะมาด่ากรูอีก ชมต่อหน้านี่ไม่เคยอ่ะ ชมลับหลังก็คงไม่อ่ะพี่

ทีนี้ พอถึงเวลาที่พี่ทำผิด เอ๊า ทำเนียน ทำลืม ๆ คำว่าขอโทษเนี่ยไม่เคยจะได้ยินอ่ะ

หึหึหึ จริง ๆ น้องมันก็ระบายอ่ะนะครับ ผมก็ทำหน้าที่รับฟังไป จะแก้ปัญหามันต้องใช้เวลานานมาก ก็ได้แค่ให้น้องมันปล่อยวาง เข้าใจธรรมชาติของเค้า แล้วก็อย่าไปคิดมาก ทำหน้าที่ของเราให้ดีซะ เราปรับ เราควบคุมตัวเองได้ แต่เราไปคาดหวังให้คนอื่นทำอย่างที่เราต้องการทุกอย่างเนี่ย

ยากครับ

ผมเคยบอกเรื่องการทำงานกับ Gen Y ทำดีให้รีบชม ผมก็อยากจะเพิ่มเรืองการรู้จักขอโทษเข้าไปด้วยครับ

ผมก็เข้าใจนะ ความเป็นผู้ใหญ่ การมีอีโก้ มันก็เป็นเรืองที่เกิดขึ้นได้ แต่ถ้าพี่คนไหน ยอมรับ และกล้าที่จะขอโทษคนที่เด็กกว่า ผมว่ามันเจ๋งมาก เพราะไม่ใช่แค่คุณให้เกียรติคนที่ทำงานด้วย แต่ก็คุณให้เกียรติตัวของคุณเองมากด้วยเช่นกันครับ การทำผิดแล้วไม่ขอโทษ มันก็เหมือนกับเราหลอกตัวเองอ่ะครับ แล้วผลเสียที่มันใหญ่โตกว่านั้นคือ สายตาของน้อง ๆ ที่มองคุณ ที่อาจจะเคยชื่นชมคุณมันจะเปลี่ยนไปแน่นอนครับ

ลองนึกไปถึงตอนที่เราเป็นเด็กเข้ามาใหม ๆ สิครับ ถ้าเห็นนายทำผิด พาไปผิดทาง แล้วนายตีมึน ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทีมต้องมาเริ่มทำงานใหม่หมดตั้งแต่ต้่น ถ้าเป็นเรา เราจะรู้สึกยัง

“เฮ้ย พี่ขอโทษว่ะ พี่คำนวณผิดแผนไปเอง ทำพวกเราเสียเวลาเลย พี่รบกวนอีกทีนะ โทษว่ะ” ประโยคสั้น ๆ แค่นี้ ผมว่ามันได้ใจกว่าเยอะเลยครับ

‪#‎HRTheNextGen‬

คนทำงาน HR สำคัญ ?

เห็นนั่งเงียบๆ (23).png

18.01.2016

เรื่องไม้เบื่อไม้เมาอันนึงระหว่าง HR กับผู้สมัครคือ

“เมื่อไหร่พี่จะแจ้งผลคะ ? จะให้หนูรอไปถึงไหนคะเพ่ ?”

เออ นั่นสิ ทำไมถึงไม่แจ้งอ่ะ ถ้าไม่ได้ก็ควรแจ้งมั้ยอ่ะ จะได้ไม่ต้องรอ

“พี่ชาย รู้มั้ยว่าการรอคอยอ่ะมันทรมานนะ T_T”

อันนี้ต้อง “ใจเขา ใจเรา” นะครับ HR ลองนึกดูว่าสมัยที่เราหางาน เราตื่นเต้น เราร้อนรน รอฟังผลขนาดไหน อย่าเล่นกับอารมณ์คนเลยนะผมว่า ไม่หนุกอ่ะ

“โหยพี่ ผมไม่กล้าพูดอ่ะ ผมเป็นคนจิตใจดี ถ้าผมไม่อยากพูดอะไรที่ทำร้ายจิตใจเค้าอ่ะ สู้เนียน ๆ เงียบไป เค้าก็รู้เองอ่ะมั้งพี่”

คิดแบบนี้ไม่มืออาชีพนะ การแจ้งผลมันคือหน้าที่ครับ ถ้า HR ไม่ทำ ใครจะทำอ่ะครับ เอาจริง ๆ ในบริษัทที่มีงานหาคนค่อนข้างเยอะ แต่คนทำหน้าที่นี้ไม่กี่คน ก็แอบเห็นใจนะ ถ้าต้องแจ้งผลทุกคนที่ไม่ผ่าน ก็คงใช้เวลาเยอะทีเดียว

แต่ถ้าจะใช้วิธีเนียน ๆ เงียบไปเอง ก็บอกผู้สมัครไปเลยสิครับ “พี่จะติดต่อไปเฉพาะคนที่ผ่านนะครับ ถ้าพี่ไม่ติดต่อไปภายใน 1 สัปดาห์ก็แปลว่าไม่ผ่านครับ” เป็นไง เคลียร์มะ ถ้่าเกิดไม่ติดต่อมาเกิน 1 สัปดาห์ก็ไปหางานอื่นได้เลย

หรือถ้าไม่อยากโทรคุย ไม่อยากตอบคำถามเยอะ ส่งเมล์สิครับ

“คุณสมบัติยังไม่ตรงตามต้องการแต่จะเก็บประวัติไว้เผื่อมีตำแหน่งเหมาะสม ขอบคุณที่สละเวลามาสัมภาษณ์ครับ”

แบบนี้ก็จบสวยนะ เคลียร์ชัดใส ๆ ไม่ต้องมีอะไรคาไต คาใจกัน

ทีนี้ฝั่งผู้สมัครอ่ะครับ จากใจเลยนะ ถ้าเค้าอยากได้เราจริง ๆ เค้าตอบเร็วอยู่ละครับ เพราะ HR เองก็อยากปิดงานให้ได้เร็ว ๆ สัมภาษณ์เสร็จยังต้องมีตรวจร่างกาย ต่อรองเงินเดือนอีก บริษัทไหนก็อยากรีบให้มีคนมาทำงานทั้งนั้นอ่ะครับ

เป็นผม เกิน 3 วันผมก็เผื่อใจละ หาที่ใหม่กันต่อไป อย่าโลกสวย รอเค้าเป็นเดือนแล้วยังคิดว่ายังมีหวังนะครับ จริง ๆ ก็อาจจะมี อาจจะติดต่อกลับมา แต่เราก็ไม่จำเป็นจะต้องรอ แล้วเป็น Choice ของเค้า เค้าก็เป็น Choice ของเราได้เหมือนกันถ้าเค้าเรียกเราตั้งแต่แรก

HR เองก็ต้องรักษาคำพูดนะครับ ถ้าบอกเค้าว่าจะติดต่อไปภายในเมื่อไหร่ ก็ต้องติดต่อไปตามนั้น ถ้ากระบวนการยังไม่เสร็จ สรุปยังไม่ได้ ยังไงก็ควรจะ โทรไปSay Hi กับเค้าแล้วแจ้งว่ายังไม่ได้ข้อสรุป ผมว่าแบบนี้มืออาชีพกว่านะ

งาน Recruit เป็นด่านแรกที่ได้เจอผู้สมัคร เจอคนนอกบริษัทนะครับ ต้องใส่ใจเรื่องพวกนี้ด้วยครับ อย่ารอให้มีดรามาไปลง Pantip แล้วค่อยมาคิดว่าควรหรือไม่ควรทำอะไร

Employer Branding อยู่ในมือคุณนะครับ ^^

‪#‎เขียนเสร็จละไปหากาแฟกินดีกว่า‬

‪#‎HRTheNextGen‬

รู้ผลแล้วทำไมไม่บอก

เห็นนั่งเงียบๆ (22).png

16.01.2016

เรื่องไม้เบื่อไม้เมาอันนึงระหว่าง HR กับผู้สมัครคือ

“เมื่อไหร่พี่จะแจ้งผลคะ ? จะให้หนูรอไปถึงไหนคะเพ่ ?”

เออ นั่นสิ ทำไมถึงไม่แจ้งอ่ะ ถ้าไม่ได้ก็ควรแจ้งมั้ยอ่ะ จะได้ไม่ต้องรอ

“พี่ชาย รู้มั้ยว่าการรอคอยอ่ะมันทรมานนะ T_T”

อันนี้ต้อง “ใจเขา ใจเรา” นะครับ HR ลองนึกดูว่าสมัยที่เราหางาน เราตื่นเต้น เราร้อนรน รอฟังผลขนาดไหน อย่าเล่นกับอารมณ์คนเลยนะผมว่า ไม่หนุกอ่ะ

“โหยพี่ ผมไม่กล้าพูดอ่ะ ผมเป็นคนจิตใจดี ถ้าผมไม่อยากพูดอะไรที่ทำร้ายจิตใจเค้าอ่ะ สู้เนียน ๆ เงียบไป เค้าก็รู้เองอ่ะมั้งพี่”

คิดแบบนี้ไม่มืออาชีพนะ การแจ้งผลมันคือหน้าที่ครับ ถ้า HR ไม่ทำ ใครจะทำอ่ะครับ เอาจริง ๆ ในบริษัทที่มีงานหาคนค่อนข้างเยอะ แต่คนทำหน้าที่นี้ไม่กี่คน ก็แอบเห็นใจนะ ถ้าต้องแจ้งผลทุกคนที่ไม่ผ่าน ก็คงใช้เวลาเยอะทีเดียว

แต่ถ้าจะใช้วิธีเนียน ๆ เงียบไปเอง ก็บอกผู้สมัครไปเลยสิครับ “พี่จะติดต่อไปเฉพาะคนที่ผ่านนะครับ ถ้าพี่ไม่ติดต่อไปภายใน 1 สัปดาห์ก็แปลว่าไม่ผ่านครับ” เป็นไง เคลียร์มะ ถ้่าเกิดไม่ติดต่อมาเกิน 1 สัปดาห์ก็ไปหางานอื่นได้เลย

หรือถ้าไม่อยากโทรคุย ไม่อยากตอบคำถามเยอะ ส่งเมล์สิครับ

“คุณสมบัติยังไม่ตรงตามต้องการแต่จะเก็บประวัติไว้เผื่อมีตำแหน่งเหมาะสม ขอบคุณที่สละเวลามาสัมภาษณ์ครับ”

แบบนี้ก็จบสวยนะ เคลียร์ชัดใส ๆ ไม่ต้องมีอะไรคาไต คาใจกัน

ทีนี้ฝั่งผู้สมัครอ่ะครับ จากใจเลยนะ ถ้าเค้าอยากได้เราจริง ๆ เค้าตอบเร็วอยู่ละครับ เพราะ HR เองก็อยากปิดงานให้ได้เร็ว ๆ สัมภาษณ์เสร็จยังต้องมีตรวจร่างกาย ต่อรองเงินเดือนอีก บริษัทไหนก็อยากรีบให้มีคนมาทำงานทั้งนั้นอ่ะครับ

เป็นผม เกิน 3 วันผมก็เผื่อใจละ หาที่ใหม่กันต่อไป อย่าโลกสวย รอเค้าเป็นเดือนแล้วยังคิดว่ายังมีหวังนะครับ จริง ๆ ก็อาจจะมี อาจจะติดต่อกลับมา แต่เราก็ไม่จำเป็นจะต้องรอ แล้วเป็น Choice ของเค้า เค้าก็เป็น Choice ของเราได้เหมือนกันถ้าเค้าเรียกเราตั้งแต่แรก

HR เองก็ต้องรักษาคำพูดนะครับ ถ้าบอกเค้าว่าจะติดต่อไปภายในเมื่อไหร่ ก็ต้องติดต่อไปตามนั้น ถ้ากระบวนการยังไม่เสร็จ สรุปยังไม่ได้ ยังไงก็ควรจะ โทรไปSay Hi กับเค้าแล้วแจ้งว่ายังไม่ได้ข้อสรุป ผมว่าแบบนี้มืออาชีพกว่านะ

งาน Recruit เป็นด่านแรกที่ได้เจอผู้สมัคร เจอคนนอกบริษัทนะครับ ต้องใส่ใจเรื่องพวกนี้ด้วยครับ อย่ารอให้มีดรามาไปลง Pantip แล้วค่อยมาคิดว่าควรหรือไม่ควรทำอะไร

Employer Branding อยู่ในมือคุณนะครับ ^^

‪#‎เขียนเสร็จละไปหากาแฟกินดีกว่า‬

‪#‎HRTheNextGen‬

บอกในสิ่งที่เค้าอยากรู้

เห็นนั่งเงียบๆ (21).png

15.01.2016

เป็นไง ๆ น้อง ๆ ที่จะจบใหม่ พอจะได้ไอเดียใจการเขียน Resume กันไปบ้างละนะครับ ว่าแต่เพจนี้มีน้อง ๆ ใกล้จบสิงอยู่บ้างป่ะนะ 55555

อันนี้ฝากถึง HR ที่ดูแลเรืองประกาศรับสมัครพนักงานนะครับ ถ้าไม่รับเด็กจบใหม่ ก็เขียนให้ชัดเจนนะครับ ไม่ใช่เขียนในประกาศว่า ประสบการณ์ 0-2 ปี แต่พอไปสมัครจริง ๆ บอกว่า พี่จะเอาแต่คนมีประสบการณ์ ไม่เอาจบใหม่

0 ปี เนี่ย มันไม่ได้แปลว่าไม่มีจบใหม่เหรอครับ ? อย่าคิดว่าไม่เคยเจอ case แบบนี้นะครับ น้องผมเคยเจอมาแล้ว เห็นใจ candidate ด้วยนะ ต้นทุนค่าเดินทาง ค่าเสียเวลาเค้าก็มีครับ

ทีนี้มากลุ่ม Experienced กันมั่ง

มีประสบการณ์การทำงานมาแล้ว มันก็ต้องคิดกันเยอะหน่อยนะ แต่คำแนะนำเนี่ยมีสั้น ๆ เลย

“เขียนในสิ่งที่เค้าอยากรู้ ไม่ใช่เขียนในสิ่งที่เราอยากจะบอก”

ดังนั้น ต้องตีโจทย์จากประกาศรับสมัครให้แตกครับ

ถ้าเป็นผม ผมจะเขียนชื่อ นามสกุลแนะนำตัวนิดหน่อย แล้วตามด้วยประสบการณ์การทำงาน และสิ่งที่เราทำสำเร็จในช่วงเวลานั้น ๆ คั้นเอาหัวกะทิมาเลยนะ และต้องเป็นกะทิ ที่เกียวข้องกับตำแหน่งงานที่เราจะไปสมัครด้วยนะครับ

ถ้าตำแหน่งงานเป็นระดับตั้งแต่ senior หัวหน้างาน หรือระดับผู้จัดการ Resume จะต้องดูมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น รุปถ่ายที่ใช้ก็ต้องไม่ดูเด็กเกินไป อย่ามองแค่ว่ารูปสวย รูปต้องดูหน้าเด็ก หน้าใส ก็อาจจะมีผลต่อความน่าเชื่อถือนะครับ

ดังนั้น ต้องดูให้เหมาะสมกับตำแหน่ง

แล้วถ้าเป็นผมนะ สมัครงานแต่ละครั้ง ผมจะเขียน Resume ใหม่ทุกครั้ง อย่าใช้ Resume เดียว ส่งมันทุกที่

เพราะมันกลับมาที่เดิมว่า ต้องตีโจทย์ให้แตก แล้วแต่ละบริษัทโจทย์ก็ไมเ่หมือนกัน แล้วเราจะส่งคำตอบไปเหมือนกันได้เหรอ จริงมั้ยครับ

แล้วก็อย่าลืม ไปเคลียร์ Social Media ที่เราบ่นบริษัท ด่าหัวหน้า ระบายอารมณ์ที่ดูแล้วไม่ดีกันด้วยนะครับ หรือจะตั้งเป็น Private ไว้ก่อนก็ไม่เสียหายอะไร

ผมเขียนโดยเอาตัวเองเป็นที่ตั้งนะ ยังมีอีกหลายแนวทางทีต้องลองศึกษากันดูครับ

‪#‎จุดธูปเชิญเทพRecruiterมาชี้ทางสว่างเพิ่มเติมนะครับ‬
‪#‎HRTheNextGen‬

Resume เด็กใหม่

เห็นนั่งเงียบๆ (35).png

15.01.2016

มีน้อง ๆ ที่กำลังจะจบ Inbox กันมาถามเยอะ

“พี่ครับพี่ ผมจะเขียน Resume ยังไงให้ HR สนใจผมอ่ะครับ

ผมเพิ่งจบใหม่ ใส ๆ เลยพี่”

เทคนิคการเขียน Resume ของผมคือ …..

…………………………

………………………..

……………………….

“ไม่มีเทคนิคครับ”

555 ท่ด ท่ด ท่ด

คืองิ ผมเนี่ยไม่ใช่ตัวอย่างที่ดีในการเขียน Resume เลย เพราะผมเปลี่ยนงานไม่บ่อย เลยไม่ค่อยได้เขียน Resume เท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะมี Head Hunter โทรมาคุยมากกว่า เป็นไง หล่อป่ะละ 55555

แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ละ ผมจะเขียนตามที่ผมคิดละกันนะครับ ลองเอาคิดต่อกันดู หรือถ้าใครมีเทคนิคเจ๋ง ๆ ก็มาแชร์กันได้นะครับ

ผมแบ่งเป็น 2 กลุ่มนะ กลุ่มแรก น้อง ๆ ที่เพิ่งจบ ใส ๆ ไม่มีประสบการณ์ ก่อนจะไปพูดถึงเรือง Resume พี่แนะนำว่า ให้เลือกบริษัทที่ Welcome เด็กจบใหม่เป็นทางเลือกแรก ๆ นะครับ บริษัทหรือประกาศรับสมัครพนักงานที่จะเลือกแค่คนมีประสบการณ์ เราส่ง Resume ไป โอกาสที่จะถูกเรียกก็น้อยครับ

ที่นี้พอเลือกบริษัทที่เราจะส่งไป ก็มาดูตำแหน่งที่เค้าต้องการว่ามัน Match กับการศึกษา หรือความรู้ที่เรามีหรือเปล่า อย่าส่ง resume ไปในงานที่ไม่มีอะไรที่เกียวข้องกับเราเลย โอกาสอาจจะมีนะ แต่น้อยมากครับ

มาถึง Resume ละครับ น้องต้องนึกอยู่เสมอว่า Resume เนี่ยมันคือตัวแทนของเรา ต้องรู้จักว่าเราจะนำเสนอตัวเองยังไง

บริษัทใหญ่ๆ วันนึงมีจำนวนใบสมัครมาเยอะมาก HR ใช้่เวลาไม่นานต่อ Resume 1 คน ต้องคิดว่าทำยังไงให้เค้าไม่โยน Resume เราทิ้ง

ดังนั้น อย่าเขียนในสิ่งที่เราอยากเขียน แต่ต้องเขียนและเน้นในสิ่งที่เค้าน่าจะอยากรู้

แล้วเค้าอยากจะรู้อะไรล่ะครับพี่

กลับไปดูที่คุณสมบัติของตำแหน่งที่เราจะสมัครอีกที นั่นล่ะครับ สิ่งที่เค้าอยากจะรู้แน่ ๆ ว่าเราใชคนที่เค้าต้องการหรือเปล่า

ส่วนเรืองความสวยงาม การจัดรูปแบบ ก็ดูตามความเหมาะสม ถ้าสมัครตำแหน่ง Creative ก็โชว์กึ๋นใน Resume หน่อยก็ดี ยิ่งคนสมัครการตลาด ถ้ารู้จักวิธีการขายตัวเองให้เป็นผ่าน Resume นะ ผมซื้อคนนี้เลย

เรืองรูปถ่าย อย่ามาแบ๊ว ไม่ต้องมาแอ๊วพี่ ๆ นะครับ แล้วรูปถ่ายก็ควรจะมีใน Resume ด้วย อย่างน้อยรูปถ่ายก็พอจะบอกบุคลิก ลักษณะของเราได้

อีเมล์ ถ้าคิดจะสมัครงาน ก็ไปสร้างขึ้นมาใหม่อีกอันนึงเลยครับ ให้ดู professional หน่อย เป็นชื่อ เป็นนามสกุลเราเลยยิ่งดี พวก baby Kawai @…mail.com ไม่ดีครับไม่ดี

อีกเรืองอันนี้สำคัญมาก ช่วงที่จะสมัครงาน ไปเคลียร์ ไปซ่อน ภาพลักษณ์ที่ดูไม่ดี ใน social media ออกไปด้วยนะครับ หึหึหึ

เรื่องแบบนี้ HR ก็ไม่ได้มาเล่น ๆ ครับ บางคนรูปสวย การศึกษาดี แต่บังเอิญไปเจอใน Social Media นี่ ……. ถึงจะเสียดาย แต่ขอบายดีกว่าครับ

เดี่ยวพรุ่งนี้มาต่อกันเรื่อง Resume ของคนทีมีประสบการณ์นะครับ

#จุดธูปเชิญเทพRecruiterมาชี้ทางสว่างเพิ่มเติมนะครับ

#HRTheNextGen