อยากได้งาน ต้องกล้าขายตัว

คบเด็ก 4
18.02.2016

“อยากโตไว ๆ อยากได้ตำแหน่งสูง ๆ ก็ต้องเอาตัวเข้าแลก สนมั้ยอ่ะ Next Gen”

“หยามกันเกินไปละพี่ คนอย่างผมซื้อไม่ได้หรอก ….. แต่ผมให้เช่าเป็นรอบ ๆ ไปนะ อยากรู้รายละเอียด กับเวลาว่าง Inbox มาได้เลยพี่ คนกันเอง ผมให้ราคาพิเศษเลย”

อุ่ย !!! เอาเรื่องจริงมาพูดเล่น มันต้องไม่ใช่แบบนั้นเซ่

สมัยที่ผมเดินสายหางาน สัมภาษณ์งาน ผมนึกอยู่เสมอว่าผมกำลังมาขายของ ตัวผมนี่แหละสินค้า

ใช่เลยผมกำลังจะขายตัว …. กิ๊ว ๆ เขินจัง

ไม่รู้ว่าตอนนั้นผมไปเอาแนวคิดนี้มาจากไหนนะ แต่มันได้ผลมากเลย เรียนจบไปสัมภาษณ์งาน 4-5 ที่มั้ง เรียกพร้อมๆ กัน 4 ที่เลย ฟินป่ะล่ะ

Step ผมเป็นงิ อย่างแรกผมต้องรู้ว่า ผมมีอะไรจะขาย อะไรเป็นจุดแข็งที่ Strong มากของผม แล้วผมจะมีวิธีขาย วิธีนำเสนอจุดแข็งผมยังไง ให้คนสนใจและอยากจะซื้อ

ทีนี้ ผมก็ต้องรู้ว่าคนซื้อเค้าอยากกินอะไร ของแข็ง เอ้ย จุดแข็ง ที่ผมมีเค้าอยากกินหรือเปล่า ผมไม่เอาของที่ผมมีแต่เค้าไม่อยากกินไปเร่ขายนะ เพราะผมไม่อยากให้เค้ากิน เพราะช่วยผมเฉย ๆ แบบนั้นอีกไม่นานเค้าก็เบื่อ หรือซื้อละเอาไปวางไว้เฉย ๆ แต่ผมอยากขายให้กับคนที่เค้าอยากกินผมจริง ๆ

พอถึงเวลาขายจริง ๆ ก็เปิดของให้เค้าเห็นจะจะกันไปเลย จัดเต็มกันไป อย่าไปกั๊ก ของเราดี ปั้นแบรนด์มาดี ขายถูกที่ถูกคน รับรองปิดการขาย ได้งานแน่นอน

นี่คืออีกหนึ่งเหตุผลที่ทำไมทุกคนควรรู้จักการสร้างแบรนด์ ^

แล้วแบรนด์หรือภาพลักษณ์เปลี่ยนกันได้มั้ย เออ นั่นสินะ
ในหนังสือคบเด็กสร้างแบรนด์ บอกไว้ว่า แต่ก่อนภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยรังสิตคือ “แพง ไกล ไฮโซ”
เป็นภาพลักษณ์ที่มาเอง ไม่ได้สร้าง พอไม่ได้สร้าง ไม่ได้ปั้น ก็แปลว่าไม่อยากให้มันออกมาแนวนี้

“มหาวิทยาลัยแห่งนวัตกรรม มหาวิทยาลัยร่วมสร้างสังคมแห่งการให้และการแบ่งปัน” นี่ต่างหากที่อยากจะนำเสนอ
“ผมไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นตกใจเรื่องอิมเมจ ม.รังสิต แพง จนต้องชี้แจง แถลงไข แพงไม่เป็นไร ของดีมีต้นทุน แต่ถ้าใครบอกว่าห่วย คุณภาพไม่คุ้มราคา อันนี้สิเรื่องใหญ่ โชคดีบุญเก่าที่มหา’ลัยสะสมไว้ ขึ้นชื่อเรื่อง ทุ่มทุนสร้างอยู่แล้ว ในวงการเขาก็รู้ สตูดิโอ ห้องแล็บ อุปกรณ์เครื่องมือ เราใช้ของดีที่สุด เรื่องนี้เรามั่นใจ”

นี่คือจุดแข็งหลักที่พูดได้เต็มปากว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งนวัตกรรม

และจุดเปลี่ยน หรือ Re-Brand ที่สำหรับมหาวิทยาลัยรังสิตคือ โครงการบริการวิชาการแก่สังคม มหาวิทยาลัยรังสิตมีศักยภาพอยู่แล้ว ทั้งคน ทั้งเครื่องมือ แค่รู้จักเอามาปรับใช้ในทางการตลาด ให้เป็น Experience Marketing ก็ทำให้คนรู้จัก และเห็นศักยภาพของมหาวิทยาลัยรังสิตได้มากขึ้นโขเลย

โครงการจัดสอบ Pre O-Net เป็นหนึ่งในโครงการให้บริการวิชาการแก่สังคมที่จัดโดยมหาวิทยาลัยรังสิต จำลองเหตุการณ์ทุกขั้นตอนของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ตั้งแต่สมัครสอบ เลือกคณะ คะแนนสอบ ไล่ไปจนรู้ว่าติดหรือไม่ติดคณะไหน ใครที่สอบไม่ติดก็รู้ว่าพลาดตรงไหน และต้องเตรียมตัวยังไง แถมใครที่ได้คะแนนสูงสุด 3 อันดับแรกยังจะได้ทุนเรียนฟรีจากมหาวิทยาลัยรังสิตอีกแหนะ

งานนี้เด็กก็ได้ทดลองสอบ ผู้ปกครองก็ได้รู้จักมหา’ลัย ไปด้วย ภาพลักษณ์ของมหา’ลัย ในเรื่องการให้บริการสังคมก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้น

เปลี่ยนภาพจาก แพง ไกล ไฮโซ ไปเลย ^^

แล้วเราล่ะครับ เคยคิดจะ Re- Brand ตัวเองกันบ้างมั้ย ถ้าไม่ เรามั่นใจแล้วใช่มั้ยว่าภาพลักษณ์เราตอนนี้เป็นที่ต้องการของตลาดมากพอ ลองเก็บไปคิดดูนะครับ

#คบเด็กสร้างแบรนด์ #HRTheNextGen
ตามไปอ่านได้ที่ Link นี้เลย
http://www2.rsu.ac.th/kobdeksangbrand/

คนล้นงาน ก็เอาออกสิ

คบเด็ก 3

17.02.2016

“บริษัทเรากำลังดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กรครับ”

“หมายถึงเราจะรับคนเพิ่มเหรอคะพี่ ดีเลย หนูจะชวนเพื่อนมาสมัคร นี่หนูทำงานเหนื่อยมากเลย เอาคนมาเพิ่มนะคะพี่ หนูจะได้มีเวลาพัก”

“งั้นหนูไปพักได้เลยครับ เพราะปรับโครงสร้างองค์กรของพี่คือลดจำนวนพนักงานครับ”

เมื่อไหร่ที่ได้ยินคำว่า “ปรับโครงสร้างองค์กร” เตรียมหนาว ๆ ร้อน ๆ ได้เลย เพราะคำว่าปรับโครงสร้างองค์กร เป็นคำยอดฮิตตอนที่องค์กรเกิดวิกฤต องค์กรเกิดวิกฤตก็ต้องแก้วิกฤต

เอาคนออก ก็เป็นวิธีแก้วิกฤตทางนึงนะครับ หึหึหึ

ในหนังสือคบเด็กสร้างแบรนด์ มีอยู่ช่วงนึงที่มหาวิทยาลัยรังสิตจำเป็นต้องลดจำนวนพนักงานลงเพื่อแก้วิกฤต หลังจากที่พยายามทำนู้นทำนี่เพื่อลด cost มาหลายวิธีการแล้ว แต่ต้นตอปัญหาคือ คนล้นงาน

“ไม่มีวิธีการอื่นแล้วเหรอ รัดเข็มขัดกันแน่น ๆ ต่อไป โดยไม่ลดคนไม่ได้ เหรอ” คำถามของผู้บริหารในเวลานั้น

“เราต้องเสียสละส่วนน้อย เพื่อรักษาส่วนใหญ่ ถ้าไม่ทำ เราก็จะตายกันทั้งยวง” นี่คือคำตอบครับ

เป็นสถานการณ์ชวนลำบากใจจริง ๆ นะ ทั้งตัวพนักงานเอง ทั้งผู้บริหาร ทั้ง HR

“เสียใจด้วยครับ คุณไม่ได้ไปต่อ”

ผู้บริหารคงอยากพูดแบบนี้กับกลุ่มที่ผลงานไม่เป็นโล้เป็นพาย แถมทัศนคติกับองค์กรก็ไม่ดีซะด้วย ถ้าให้อยู่ต่อก็ไม่ชัวร์ว่าจะอยู่ช่วย หรืออยู่แล้วสร้างปัญหาเพิ่ม

“อยู่ต่อเลยได้ไหม อย่าปล่อยให้ตัวฉันไป”

อันนี้เอาไว้พูดกับหัวกะทิ คนเก่งที่เราคาดหวังว่าถ้าเค้าอยู่ องค์กรเรารอดแน่นอน

แต่พอมี Early Retire Package ให้ปั๊บ กลับกันสิ คนเก่งขอไป คนอยากให้ไปเงียบกริ๊บ เจอแบบนี้เข้าไปปัญหายิ่งหนักไปกว่าเดิมอีกนะครับ
อย่างเคสของมหาวิทยาลัยรังสิตก็เหมือนกัน คนที่มาขอไปก็ดันเป็นคนเก่ง ทีนี้ต้องคิดใหม่ทำใหม่สิ

ประเมินผลงานกันออกมาเลย ว่า คนที่ไม่ดีจริง ๆ ก็คงขอให้ไป มหาวิทยาลัยก็จ่ายเงินชดเชยให้ตามกฎหมาย คนที่ยอมรับความจริง ยอมรับในผลประเมิน ก็ยอมไปแต่โดยดี แต่คนที่มองว่าผลประเมินไม่เป็นธรรม เลิกจ้างไม่เป็นธรรม ก็ต้องไปฟ้องร้องกันตามกฎหมาย ถูกผิดก็ว่ากันไปตามที่ศาลจะตัดสิน

ตรงนี้เป็นประเด็นสำหรับผู้บริหารและ HR นะครับ ถ้าต้องเจอสถานการณ์แบบนี้ การประเมินต้องโปร่งใสจริง ๆ หลักฐานชัดเจน และประเมินอย่างเป็นธรรมจริง ๆ อย่าคิดแค่ว่าจะตัดค่าใช้จ่าย ลดคน ลดต้นทุน โดนฟ้องขึ้นมา เท่ากับว่าเราเปิดศึกอีกด้านเลยนะครับ

สำหรับผม ฝั่งคนไปไ ม่น่าสนใจเท่าคนอยู่ เรารู้อยู่แล้วนี่ว่าต้องสู้กับวิกฤต เหนื่อยกว่าเดิมแน่นอน งานยากกว่าเดิมแน่นอน คนที่ยังอยู่ยังสู้ไม่ไปไหน ผมยอมใจจริง ๆ ดีใจแทนมหาวิทยาลัยรังสิตที่มีพนักงานเลือดนักสู้ เลือดรังสิตที่เข้มข้น พร้อมที่เหนื่อยจะสู้ไปด้วยกันกับองค์กร

และผมว่าสิ่งที่กระตุ้นให้พนักงานสู้ต่อมากที่สุด ก็คือแม่ทัพ

ถ้าแม่ทัพไม่มีภาวะผู้นำที่เจ๋งจริง เป็นหัวหน้าที่สร้างศรัทธาให้กับลูกน้องไม่ได้ ถึงจะจ้างแพงแค่ไหน ใจคนก็คงไม่อยากช่วยหรอกครับ จริงมั้ย

#คบเด็กสร้างแบรนด์ #HRTheNextGen

ตามไปอ่านต่อได้ทางนี้ครับ
http://www2.rsu.ac.th/kobdeksangbrand/

บางครั้งความสำเร็จก็เป็นสิ่งอันตราย

คบเด็ก 2.jpg

16.02.2016

เคยแข่งวิ่งวิบากกันมั้ยครับ

แล้วเคยได้ที่ 1 จากการวิ่งวิบากกันมั้ย ตอนที่เข้าเส้นชัยแล้วเราได้หันหลังกลับไปดูมั้ยครับว่าเราผ่านอะไรมาบ้าง ยิ่งมองกลับไปก็ภูมิใจว่า เฮ้ย เราผ่านมันมาได้ว่ะ มีหลุมเบ้อเร่อ เราตกไปในหลุม แต่เราก็ปีนขึ้นมาได้ แถมยังเข้าเส้นชัยเป็นที่หนึ่ง

จะหยุดดีใจตรงนี้ซักแพ้บก็ได้นะครับ แต่อย่าลืมว่า สนามหน้ามันก็อาจจะยังมีหลุมใหญ่รออยู่ อย่าดีใจเพลินจนลืมความรู้สึกว่าการตกหลุมมันเป็นยังไง การปีนขึ้นมาจากหลุมมันเหนื่อยขนาดไหน สนามหน้าจะได้ไม่พลาดตกหลุมอีก

ย้อนไปที่หนังสือ “คบเด็กสร้างแบรนด์” อาจารย์สมเกียรติเล่าถึงพัฒนาการการเติบโตของมหาวิทยาลัยรังสิต ตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนน้องใหม่ เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่เปิดสอนคณะแพทย์ เติบโตแบบไฮสปีด ใช้เวลาไม่กี่ปีก็มีจำนวนสาขามากที่สุดในประเทศ

แล้วก็มาเจอวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 ธุรกิจร่วง มหาวิทยาลัยก็พลอยฟ้าพลอยฝนไปกับเค้าด้วย ปี 2542 มหาวิทยาลัยรังสิตเปลี่ยนระบบจากเรียนปีละ 2 เทอม เป็น 3 เทอม โดนนักศึกษา โดนอาจารย์ประท้วงอีก ยังไม่พอ นักศึกษาใหม่ก็ลดลง 3 ปีติด ๆ กัน รายรับหาย รายจ่ายมีแต่เพิ่ม

ปี 2544-2547 จึงเป็นปีที่ต้องต่อสู้ทำนู่นนี่หนักมาก เพื่อแก้วิกฤต และแก้สถานการณ์ให้กลับคืนมาให้ได้ จนปี 2548 สถานการณ์ทุกอย่างค่อยเริ่มดีขึ้น ปี 2551 ประสบความสำเร็จทั้งในแง่ปริมาณและรางวัลความสำเร็จด้านคุณภาพจากทุกสถาบันจัดอันดับ

มาปี 2554 น้ำท่วม ….. ขุ่นพระ 3 วันดี 4 วันไข้ นี่ถ้าไม่แน่จริงอยู่ไม่ได้นะครับ

ไอ้ตอนขาขึ้นนี่อะไรก็ดีไปหมด แต่พอเจอวิกฤตขึ้นมา ตัวจริงเท่านั้นที่จะอยู่รอด

มหาวิทยาลัยรังสิตทำอะไรบ้าง ตอนที่เจอวิกฤต

เปลี่ยนจากการเรียน 3 เทอม มาเป็น 2 เทอมเหมือนเดิม เปลี่ยนวิธีคิดหน่วยกิต ปรับระบบอาจารย์ที่ปรึกษา ปรับค่าตอบแทนอาจารย์ ยกเลิก OT เจ้าหน้าที่ ………….

เจ็บปวดมั้ยที่ต้องทำแบบนี้ ผมว่าเจ็บปวดมากนะ แล้วทำไมมหาวิทยาลัยรังสิตยังสู้ต่อล่ะ ถ้าเป็นเรา จะสู้ต่อมั้ย

มหาวิทยาลัยรังสิต มีจุดยืนสำคัญคือ จะต้องสร้างคนเก่งและคนดีให้กับสังคม เพราะฉะนั้นเค้าหนีไม่ได้ เค้าต้องทำหน้าที่ต่อ จุดยืนนี่แหละครับที่ทำให้เค้นเอาวิธีการที่จะทำให้สู้ต่อได้ และผ่านมันมาได้

แล้วเราล่ะครับ เรามีจุดยืนของเราเองกันรึเปล่า เวลาขาขึ้นเรามัวแต่หลง มัวแต่เหลิงอยู่หรือไม่ เคยคิดมั้ยว่าถ้าเจอวิกฤตชีวิตขึ้นมาจะต้องทำยังไงให้ผ่านมันไปได้

อย่าให้ความสำเร็จในอดีต หรือในวันนี้ของเรา มาเป็นตัวลวงทำให้เราหยุดพัฒนานะครับ กว่าจะขึ้นมายืนบนยอดได้ก็ยากแล้ว รักษาตำแหน่งให้อยู่บนยอดได้นาน ๆ ก็ไม่ง่ายเหมือนกัน

อย่าประมาท และมีสติ โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอนครับ

#คบเด็กสร้างแบรนด์ #HRTheNextGen

ตามไปอ่านฟรีได้ที่นี่เลย
http://www2.rsu.ac.th/kobdeksangbrand/

ยิ่งเป็นมวยรอง ยิ่งต้องเค้นวิธีการ

คบเด็ก 1

15.02.2016

สวัสดีวันจันทร์ครับ

เมื่อวานเพิ่งจะมีเวลาว่างวันแรกของเดือนกุมภา 555 มีเวลาชิลร้านกาแฟ สบ๊าย สบาย ^^

“เป็น HR ต้องอ่านหนังสืออะไรดีคะพี่”

“FHM เลยน้อง จะได้รู้จักคนเยอะขึ้น” …… ไม่เกี่ยวละ

เมื่อวานผมอ่านเล่มนี้ครับ “คบเด็กสร้างแบรนด์ แคมปัสมาร์เกตติ้ง ฉบับมวยวัด” ของอาจารย์สมเกียรติ รุ่งเรืองวิริยะ

อ่าว เป็น HR ไปอ่านหนังสือ Brand อ่านหนังสือ Marketing ทำไม (วะ)
แล้ว HR ไม่ต้องสร้าง Brand ไม่ต้องทำ Marketing ให้พนักงานสนใจ คนทั่วไปรู้จักเหรอ (วะ)

หรือถึงผมไม่ได้เป็น HR แต่ผมเป็นผมนี่ล่ะ การสร้าง Personal Brand การรู้จักทำ Marketing ให้ตัวเองน่าสนใจ ผมว่ามันช่วยมากเลยนะ ตอนไปสมัครงาน หรือไปสัมภาษณ์งาน อย่างน้อยเราก็รู้ว่าจุดแข็งจุดอ่อนเราอยู่ตรงไหน แล้วจะขายจุดแข็งของเราได้ยังไง

เรื่อง Brand เรื่อง Marketing ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยนะครับ

ในหนังสือ อาจารย์สมเกียรติเล่าถึงตอนที่ต้องมารับหน้าที่สร้างแบรนด์ให้กับ มหาวิทยาลัยรังสิต จากเดิมที่เป็นอาจารย์สอนหนังสืออย่างเดียว ต้องมาปั้นแบรนด์แข่งกับคู่แข่งตัวเป้ง ๆ ในช่วงที่มหาวิทยาลัยกำลังเจอวิกฤต จำนวนนักศึกษาใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง แถมอยู่ในตลาดการศึกษา จะเล่นแรงเกทับกันแบบตลาดสินค้าอื่น ๆ ก็ไม่ได้ซะด้วย

มวยรองชัด ๆ เจอแบบนี้เข้าไป มวยทฤษฎีเก็บไว้หลังบ้าน ต้องงัดเอามวยวัดเข้าสู้ละล่ะครับ

เวลาอ่านหนังสือแบบนี้แล้วสนุกดีนะครับ นาน ๆ ทีผมจะเจอหนังสือธุรกิจที่เอา case จริง ๆ มาเล่าให้ฟัง อ่านแล้วลุ้นตามไปด้วย ทั้งแอคชั่น ทั้งดราม่า ทั้ง comedy นี่มาครบเลย

“ยิ่งเป็นมวยรอง ยิ่งต้องเค้นวิธีการ” คือแนวทางในการแก้เกมของอาจารย์สมเกียรติ

คู่แข่งตัวเป้งคือมหาวิทยาลัยรัฐ เด็กก็อยากเข้า จบมาก็ได้ชื่อว่ามหาวิทยาลัยรัฐ พ่อแม่ก็ภูมิใจ ค่าเทอมก็ถูกกว่าเพราะมหาวิทยาลัยรัฐมีเงินภาษีสนับสนุน ในขณะที่มหาวิทยาลัยเอกชน มีธนาคารสนับสนุนที่มาพร้อมดอกเบี้ย

และภาพลักษณ์ของมหา’ลัยรังสิตคือ “แพง ไกล ไฮโซ”

ผมใช้เวลาอ่านอยู่ประมาณ 2 ชั่วโมง เหมือนดูหนังจบไปหนึ่งเรื่อง นี่ถ้าผมไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ ผมจะไม่รู้เลยว่ามหาวิทยาลัยรังสิตจะต้องผ่านวิกฤตมามากขนาดไหน เพราะสิ่งที่ผมรับรู้ในวันนี้คือ

มหาวิทยาลัยรังสิตเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่แรกที่มีคณะแพทย์ฯ
มหาวิทยาลัยรังสิตเป็นมหาวิทยาลัยที่มีสาขาวิชามากที่สุด
มหาวิทยาลัยรังสิตเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีจำนวนนักศึกษามากที่สุด
และมหาวิทยาลัยรังสิตเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งเดียวที่ได้รับการประเมินจากทุกสถาบันให้อยู่ในระดับ”ดีมาก”

ด้วยความกล้าเสี่ยงและกล้าตัดสินใจของผู้บริหาร เลือดนักสู้ของบุคลากร และด้วยความร่วมมือจากนักศึกษา ที่ทำให้มหาวิทยาลัยรังสิตเติบโต และแข็งแกร่งได้อย่างที่เราเห็น

มหาวิทยาลัยรังสิตมี Rangsit’s Way ที่ช่วยให้ขยับจากมวยรองมาเป็นเบอร์ต้น ๆ ของวงการ

แล้วเราล่ะครับ มี Way ของเรามั้ยที่จะดึงเราจากมวยรอง คนที่ลูกค้าไม่เคยเห็น นายไม่เคยสนใจ ขึ้นมาเป็นเบอร์ต้น ๆ เหมือนอย่างที่มหาวิทยาลัยรังสิตทำได้หรือเปล่า
เป็นมวยรองอย่าเพิ่งถอดใจครับ ลองอ่านหนังสือเล่มนี้ดู แล้วจะรู้ว่ามวยวัดก็เก่งไม่แพ้ใครครับ

#คบเด็กสร้างแบรนด์ #HRTheNextGen

ตามไปอ่านได้ที่ Link นี้เลย
http://www2.rsu.ac.th/kobdeksangbrand/

เลือกครับ เลือก

เห็นนั่งเงียบๆ (56)

13.02.2016

สวัสดีสายวันเสาร์ครับ

เพิ่งตื่นเลย เมื่อคืนหลับคาชุดทำงานตั้งแต่ 3 ทุ่ม เอิ้ก ๆ ๆ ๆ

สัปดาห์นี้เขียนแต่เรืองเครียด ๆ ผมเลยเครียดตามเลย จริง ๆ เรื่องเงินเดือน เรืองผลตอบแทน มันยังมีอีกหลายมุมเลยนะครับ ให้เขียนทั้งปีก็คงไม่จบ ^^ นี่เราคุยกันแค่เงินเดือนพื้นฐานเฉย ๆ เองนะ ภาษา HR เราเรียกว่า Basic Salary แต่ในการจ่ายจริง ผู้บริหารเอย HR เอย พนักงานเอย เราดูมากกว่านั้นอีก จริงมั้ย

OTเอย Incentive เอย Bonus เอย สวัสดิการเอย รวม ๆ ภาษา HR เรียกว่า Total Remuneration

เวลาเพื่อนผมมาปรึกษาเรืองงานใหม่ ผมจะบอกเสมอว่า เมิงอย่าเพิ่งหลงไปกับ Basic Salary ทีเพิ่มขึ้นอย่างเดียว ดูตัวอื่น ๆ ประกอบด้วย สุดท้าย Total Remuneration มันเพิ่มลดมากน้อยแค่ไหน คิดให้ดี ๆ และจะให้ดี เทียบกันเลยว่ารายได้ทั้งปีที่เป็นตัวเงิน มันเพิ่มลดแค่ไหน เรารับความเสี่ยงได้แค่ไหน

เรืองพวกนี้มันยังแยกอีกนะ ผลตอบแทนที่เป็นตัวเงิน กับผลตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน แบบไหนดี แบบไหนเหมาะกับเรา

ไม่มีใครตอบได้ดีเท่าตัวเราเองครับ เพราะเรารู้ดีที่สุดว่าอยูกับเป้าหมายและเงือนไขในชีวิตแบบไหน

บางช่วงสิ่งที่เราต้องการคือผลตอบแทนที่เป็นตัวเงิน แบบไม่ต้องเสี่ยงมาก เราก็เลือกที่จะอยู่กับองค์กรที่จ่ายเงินเดือนสูง ๆ แต่อาจจะไม่มี Bonus เลย

แต่ถ้าเราพอเสี่ยงได้ เราก็อาจจะยอมลดเงินเดือนลงมาหน่อย แต่มีโอกาสที่จะได้โบนัสเป็นกอบเป็นกำ แต่ต้องไม่ลืมว่า Bonus มันขึ้นกับผลประกอบการ ปีไหนดีก็ดีไป ปีไหนแย่ก็ซวย

เรือง OT ก็เหมือนกัน เป็นปัญหาเสมอ หลาย ๆ คนเผลอคิดไปว่า OT มันมีอยู่ตลอดเวลา รายได้ทุกเดือนมี OT เสมอ อยู่ ๆ บริษัทตัด OT ซวยเลย บริหารเงินไม่ทัน ค่าใช้จ่ายมีแต่เพิ่ม แต่รายได้ลดไปเยอะ เพราะตั้งความหวังไว้มากกับ OT

ผมคิดเยอะไปมั้ย 555

ถ้าไม่คิดไรมาก ทุกเดือนมีเงินเข้าบัญชี มีเงินใช้แน่นอน จะมากจะน้อย ก็ใช้จ่ายไปตามสมควร นี่ก็เป็นข้อดีหลัก ๆ ของมนุษย์เงินเดือนเลย จริงมั้ย

#HRTheNextGen