บอกในสิ่งที่เค้าอยากรู้

เห็นนั่งเงียบๆ (21).png

15.01.2016

เป็นไง ๆ น้อง ๆ ที่จะจบใหม่ พอจะได้ไอเดียใจการเขียน Resume กันไปบ้างละนะครับ ว่าแต่เพจนี้มีน้อง ๆ ใกล้จบสิงอยู่บ้างป่ะนะ 55555

อันนี้ฝากถึง HR ที่ดูแลเรืองประกาศรับสมัครพนักงานนะครับ ถ้าไม่รับเด็กจบใหม่ ก็เขียนให้ชัดเจนนะครับ ไม่ใช่เขียนในประกาศว่า ประสบการณ์ 0-2 ปี แต่พอไปสมัครจริง ๆ บอกว่า พี่จะเอาแต่คนมีประสบการณ์ ไม่เอาจบใหม่

0 ปี เนี่ย มันไม่ได้แปลว่าไม่มีจบใหม่เหรอครับ ? อย่าคิดว่าไม่เคยเจอ case แบบนี้นะครับ น้องผมเคยเจอมาแล้ว เห็นใจ candidate ด้วยนะ ต้นทุนค่าเดินทาง ค่าเสียเวลาเค้าก็มีครับ

ทีนี้มากลุ่ม Experienced กันมั่ง

มีประสบการณ์การทำงานมาแล้ว มันก็ต้องคิดกันเยอะหน่อยนะ แต่คำแนะนำเนี่ยมีสั้น ๆ เลย

“เขียนในสิ่งที่เค้าอยากรู้ ไม่ใช่เขียนในสิ่งที่เราอยากจะบอก”

ดังนั้น ต้องตีโจทย์จากประกาศรับสมัครให้แตกครับ

ถ้าเป็นผม ผมจะเขียนชื่อ นามสกุลแนะนำตัวนิดหน่อย แล้วตามด้วยประสบการณ์การทำงาน และสิ่งที่เราทำสำเร็จในช่วงเวลานั้น ๆ คั้นเอาหัวกะทิมาเลยนะ และต้องเป็นกะทิ ที่เกียวข้องกับตำแหน่งงานที่เราจะไปสมัครด้วยนะครับ

ถ้าตำแหน่งงานเป็นระดับตั้งแต่ senior หัวหน้างาน หรือระดับผู้จัดการ Resume จะต้องดูมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น รุปถ่ายที่ใช้ก็ต้องไม่ดูเด็กเกินไป อย่ามองแค่ว่ารูปสวย รูปต้องดูหน้าเด็ก หน้าใส ก็อาจจะมีผลต่อความน่าเชื่อถือนะครับ

ดังนั้น ต้องดูให้เหมาะสมกับตำแหน่ง

แล้วถ้าเป็นผมนะ สมัครงานแต่ละครั้ง ผมจะเขียน Resume ใหม่ทุกครั้ง อย่าใช้ Resume เดียว ส่งมันทุกที่

เพราะมันกลับมาที่เดิมว่า ต้องตีโจทย์ให้แตก แล้วแต่ละบริษัทโจทย์ก็ไมเ่หมือนกัน แล้วเราจะส่งคำตอบไปเหมือนกันได้เหรอ จริงมั้ยครับ

แล้วก็อย่าลืม ไปเคลียร์ Social Media ที่เราบ่นบริษัท ด่าหัวหน้า ระบายอารมณ์ที่ดูแล้วไม่ดีกันด้วยนะครับ หรือจะตั้งเป็น Private ไว้ก่อนก็ไม่เสียหายอะไร

ผมเขียนโดยเอาตัวเองเป็นที่ตั้งนะ ยังมีอีกหลายแนวทางทีต้องลองศึกษากันดูครับ

‪#‎จุดธูปเชิญเทพRecruiterมาชี้ทางสว่างเพิ่มเติมนะครับ‬
‪#‎HRTheNextGen‬

Resume เด็กใหม่

เห็นนั่งเงียบๆ (35).png

15.01.2016

มีน้อง ๆ ที่กำลังจะจบ Inbox กันมาถามเยอะ

“พี่ครับพี่ ผมจะเขียน Resume ยังไงให้ HR สนใจผมอ่ะครับ

ผมเพิ่งจบใหม่ ใส ๆ เลยพี่”

เทคนิคการเขียน Resume ของผมคือ …..

…………………………

………………………..

……………………….

“ไม่มีเทคนิคครับ”

555 ท่ด ท่ด ท่ด

คืองิ ผมเนี่ยไม่ใช่ตัวอย่างที่ดีในการเขียน Resume เลย เพราะผมเปลี่ยนงานไม่บ่อย เลยไม่ค่อยได้เขียน Resume เท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะมี Head Hunter โทรมาคุยมากกว่า เป็นไง หล่อป่ะละ 55555

แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ละ ผมจะเขียนตามที่ผมคิดละกันนะครับ ลองเอาคิดต่อกันดู หรือถ้าใครมีเทคนิคเจ๋ง ๆ ก็มาแชร์กันได้นะครับ

ผมแบ่งเป็น 2 กลุ่มนะ กลุ่มแรก น้อง ๆ ที่เพิ่งจบ ใส ๆ ไม่มีประสบการณ์ ก่อนจะไปพูดถึงเรือง Resume พี่แนะนำว่า ให้เลือกบริษัทที่ Welcome เด็กจบใหม่เป็นทางเลือกแรก ๆ นะครับ บริษัทหรือประกาศรับสมัครพนักงานที่จะเลือกแค่คนมีประสบการณ์ เราส่ง Resume ไป โอกาสที่จะถูกเรียกก็น้อยครับ

ที่นี้พอเลือกบริษัทที่เราจะส่งไป ก็มาดูตำแหน่งที่เค้าต้องการว่ามัน Match กับการศึกษา หรือความรู้ที่เรามีหรือเปล่า อย่าส่ง resume ไปในงานที่ไม่มีอะไรที่เกียวข้องกับเราเลย โอกาสอาจจะมีนะ แต่น้อยมากครับ

มาถึง Resume ละครับ น้องต้องนึกอยู่เสมอว่า Resume เนี่ยมันคือตัวแทนของเรา ต้องรู้จักว่าเราจะนำเสนอตัวเองยังไง

บริษัทใหญ่ๆ วันนึงมีจำนวนใบสมัครมาเยอะมาก HR ใช้่เวลาไม่นานต่อ Resume 1 คน ต้องคิดว่าทำยังไงให้เค้าไม่โยน Resume เราทิ้ง

ดังนั้น อย่าเขียนในสิ่งที่เราอยากเขียน แต่ต้องเขียนและเน้นในสิ่งที่เค้าน่าจะอยากรู้

แล้วเค้าอยากจะรู้อะไรล่ะครับพี่

กลับไปดูที่คุณสมบัติของตำแหน่งที่เราจะสมัครอีกที นั่นล่ะครับ สิ่งที่เค้าอยากจะรู้แน่ ๆ ว่าเราใชคนที่เค้าต้องการหรือเปล่า

ส่วนเรืองความสวยงาม การจัดรูปแบบ ก็ดูตามความเหมาะสม ถ้าสมัครตำแหน่ง Creative ก็โชว์กึ๋นใน Resume หน่อยก็ดี ยิ่งคนสมัครการตลาด ถ้ารู้จักวิธีการขายตัวเองให้เป็นผ่าน Resume นะ ผมซื้อคนนี้เลย

เรืองรูปถ่าย อย่ามาแบ๊ว ไม่ต้องมาแอ๊วพี่ ๆ นะครับ แล้วรูปถ่ายก็ควรจะมีใน Resume ด้วย อย่างน้อยรูปถ่ายก็พอจะบอกบุคลิก ลักษณะของเราได้

อีเมล์ ถ้าคิดจะสมัครงาน ก็ไปสร้างขึ้นมาใหม่อีกอันนึงเลยครับ ให้ดู professional หน่อย เป็นชื่อ เป็นนามสกุลเราเลยยิ่งดี พวก baby Kawai @…mail.com ไม่ดีครับไม่ดี

อีกเรืองอันนี้สำคัญมาก ช่วงที่จะสมัครงาน ไปเคลียร์ ไปซ่อน ภาพลักษณ์ที่ดูไม่ดี ใน social media ออกไปด้วยนะครับ หึหึหึ

เรื่องแบบนี้ HR ก็ไม่ได้มาเล่น ๆ ครับ บางคนรูปสวย การศึกษาดี แต่บังเอิญไปเจอใน Social Media นี่ ……. ถึงจะเสียดาย แต่ขอบายดีกว่าครับ

เดี่ยวพรุ่งนี้มาต่อกันเรื่อง Resume ของคนทีมีประสบการณ์นะครับ

#จุดธูปเชิญเทพRecruiterมาชี้ทางสว่างเพิ่มเติมนะครับ

#HRTheNextGen

One Size Never Fit All

เห็นนั่งเงียบๆ (33)

14.01.2016

ผมเคยเขียนอยู่ครั้งนึง เรืองของการทำดีแล้วต้องต้องชม ยิ่ง Gen Y ยิ่งต้องชมทันที ใครยังไม่ได้อ่าน ลองไปดูล่าง ๆ นะครับ

ทีนี้ก็มีเพื่อนผมเถียง เฮ้ย เมิง บางทีเค้าก็ไม่ได้อยากได้คำชมป่ะวะ เค้าอยากได้เงินมากกว่าป่ะวะ

เอาล่ะสิ ยังไงดีล่ะ

One Size ไม่เคย Fit All สำหรับการบริหารคนนะครับ หึหึหึหึ อย่าได้คิดว่าทำอะไรขึ้นมาอย่างนึง นายจ้างเอย HR เอย หัวหน้าเอย จะมานั่งยิ้มดีใจ ปลาบปลื้มว่า นี่เราทำเพื่อพนักงานแล้วนะเว้ย พนักงานต้องดีใจสิ เอ้า พนักงานยิ้มสิ ทำหน้าเซ็งกันทำไมล่ะ

อย่าลืมไปดูด้วยนะ ว่าสิ่งที่ทำให้กับเค้าไปเนี่ย มันคือสิ่งที่เค้าต้องการจริงหรือเปล่า

อย่างเช่น Trend เรือง Work Life Balance กำลังมา เราก็ต้องเอามั่ง นี่เลย อยากให้พนักงานมีเวลาพักผ่อนเยอะ ๆ เดือนนี้ทัั้งเดือนไม่ต้องทำ OT กันนะ กลับบ้านไปดูแลครอบครัวกันเถอะ พ่อแม่จะได้มีเวลาสอนการบ้านลูก ทำกับข้าวมุ้งมิ้งกันในครอบครัว

ลืมนึกไปว่า บริษัทเราเป็น Labor Intensive พนักงานส่วนใหญ่เป็น Worker ทั้งนั้น ปกติได้ OT กันเดือนละ 40 % – 50 % ของเงินเดือน เจอนโยบายใหม่ไป มีเวลาเหลือให้ครอบครัวเยอะ แต่ตังอ่ะ ไม่มีนะลูก T_T

มันใช่เหรอครับนาย

บริษัท หรือ HR จะทำอะไรเพื่อดึงดูดคน จูงใจคน ต้องดูด้วยนะครับว่าเรากำลัง Deal อยู่กับใคร

ถ้าเรา Deal กับ Worker หรือพนักงานรายวัน รายได้เค้าไม่ได้เยอะ ดังนั้นสิ่งที่ sensitive ที่สุดสำหรับเค้าคือเงินนะครับ ตามนิคมเนี่ยจะเห็นได้ชัดเลย โรงงาน A กับ B อยู่ตรงข้ามกัน มีข่าวว่าโรงงาน B จ่ายเงินให้เยอะกว่า ไม่ต้องมากมาย พนักงานโรงงาน A ก็พร้อมจะย้ายกันไปโรงงาน B ละครับ

พอเจอเคสแบบนี้ สิ่งที่จะจูงใจให้เค้าทำงานดี ตั้งใจทำงาน ก็คือรางวัลที่เป็นตัวเงิน เบี้ยขยันจ่ายเพิ่มไปสิ ถ้าไม่อยากให้พนักงานลาบ่อย จน Line ผลิตมีปัญหา สิ้นปีแจกทองไปสิครับ สำหรับคนที่ได้เบี้ยขยันต่อเนือง อย่าแค่ให้ประกาศนียบัตร อย่าแค่ชื่นชม ต้องตีโจทย์เค้าให้แตกครับ

อีกกลุ่มนึง เด็กรุ่นใหม่จบมาใหม่ ๆ เลย HR ขายของเลย ถ้าน้องอยู่ที่นี่ 10 ปี น้องจะได้รางวัลอยู่ทนเป็นทองคำ 1 บาทนะครับ เป็นไง พี่ป๋ามั้ยน้อง

เด็กใหม่ส่ายหน้าเลย ผมกะจะอยู่แค่ 4-5 ปี รางวัลอยู่ทน 10 ปี ดึงให้เค้าสนใจบริษัทไม่ได้แน่นอน

HR ต้องทำ Marketing ให้เป็นด้วยครับ ต้องรู้ว่าลูกค้าของเราต้องการอะไร ลูกค้าของเราเนี่ยมีทั้งพนักงานของเราเอง ที่เราจะต้องหาวิธีที่จะทำให้เค้ายังอยุ่กับเรา หรือลูกค้าก็คือคนที่เราอยากให้เค้ามาสมัครเป็นพนักงานของเรา และเราจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ Outside-In

ก็เหมือนกับเวลาคุณจะจีบใครซักคนนึง ถ้าคุณรู้ว่าคนที่คุณจะจีบชอบคนรวย คน Pay คุณก็ต้องโชว์ป๋า บอกไปเลยว่าคุณจ่ายได้เท่าไหร่

ถ้าคุณจะจีบคนชอบทำบุญ คุณก็ต้องถ่ายรูปตอนถวายสังฆทาน รูปตอนเข้าวัด รูปตอนให้ทานเด็กลง FB เรื่อย ๆ

ถ้าคุณจะจีบคนมีเจ้าของ คุณก็ต้องเสนอเค้าให้ได้ว่า ถ้าเลิกกะเค้ามาอยู่กะคุณชีวิตเค้าจะดีกว่ายังไง

แต่ถ้าจะจีบผม เงินซื้อผมไม่หรอกนะครับ … แต่ถ้าเช่าอ่ะพอได้ ^^

#HRTheNextGen

ผมจะมากอบกู้กิจการของบริษัทเอง

10363361_959476564120292_3399585920720531435_n.png

ก่อนนอนชอบเปิดดู Youtube จะไม่ได้หลับได้นอนก็เพราะ Youtube นี่ล่ะครับ โดยเฉพาะไอ่ตรง suggest เนี่ย กะจะดูแพ้บ ๆ นู่น ตี 1 ตี 2 กว่าจะได้นอน

โดยหลอกง่ายจริง ๆ 5555

เปิดไปเปิดมา ก็เปิดมาเจอนี่ครับ อายุน้อยร้อยล้าน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ใครยังไม่เคยดู มีเวลาลองไปเปิดดูตาม link นี้เลยครับ https://goo.gl/JZsBv0

เอาสั้น ๆ คือ พิธา หรือทิม เป็นนักธุรกิจหนุ่ม New Gen ที่จับพลัดจับผลูต้องมารับหน้าที่ผู้บริหารตั้งแต่อายุ 25 เนื่องจากคุณพ่อของทิมเสียชีวิตหลังจากก่อสร้างโรงงานเสร็จไม่นาน ทิมเลยต้องกลับจากอเมริการมาเพื่อรับงานต่อ

กู้เงินมา 100 ล้าน ใช้สร้างโรงงานไปแล้ว 80 ล้าน เหลือ 20 ล้านไว้หมุน

ที่น่าสงสารที่สุดสำหรับผมนะ คือไอ่ตอนที่เหลือเงิน 20 ล้าน แล้วต้องซื้อวัตถุดิบวันละ 3 ล้าน เพื่อมาลองกับเครืองจักร วันที่ 1 ก็ยังไม่ได้ น้ำมันยังเป็นสีดำ วันที่ 2 ยังเป็นสีเขียว วันที่ 3 ยิ่งแย่ …….

3 วันหมดไป 9 ล้าน เหมือนเผาเงินทิ้ง โดยที่ยังไม่รู้ว่าวันต่อ ๆ ไปมันจะได้เรืองมั้ย

ผมนี่ขนลุกเลย บางทีเราในฐานะลูกจ้างก็ต้องเห็นใจนายจ้างบ้างเหมือนกันนะครับ

กว่าเค้าจะมายืนในจุดที่ได้กำไรมากมาย ร้อยล้าน พันล้าน เค้าก็ต้องผ่านความเสี่ยง ความเครียด ความไม่แน่นอนขั้นสูงมาก่อนทั้งนั้น อย่างเคสของทิม ถ้าวันต่อมาเค้ายังผ่านมันมาไม่ได้ น้ำมันไม่กลายเป็นสีทองอย่างที่คาดหวัง นั่นหมายความว่า เค้าจะล้มละลายทันที ในขณะที่มนุษย์เงินเดือนอย่างเรา เงินเดือนยังเข้าทุกเดือน

ในช่วงที่มีปัญหา “คน” ก็ยังเป็นเรืองสำคัญเสมอ และสิ่งที่ทิมทำก็คือ ทำให้คน 40-50 คนเชื่อมั่นในตัวของเค้า และยังอยู่ทำงานให้กับเค้าต่อไป

“ผมจะมากอบกู้กิจการของบริษัทเองขอให้ทุกคนช่วยทำงานกับผม”

แล้วเราล่ะครับ เวลาเราย้ายไปคุมทีมใหม่ หรือ Promote ขึ้นไปเป็นหัวหน้า เราได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับทีมเราหรือเปล่า เราทำให้เค้าเชื่อได้มั้ยว่าเราเจ๋งพอที่จะนำทีมไปได้ตลอดรอดฝั่ง

เพราะถ้าในทีมเรายังไม่เชื่อในตัวของเราเลย ก็ยากที่คนอื่นจะเชื่อว่าเราจะทำให้ทีมประสบความสำเร็จได้ครับ

ทุกวันนี้ธุรกิจของพิธาขยายไปเป็นพันล้านแล้ว ถ้าวันนั้นเค้าทำให้คนของเค้าเชื่อไม่ได้ว่า หนุ่มหน้าใส ๆ อายุแค่ 25 จะนำธุรกิจให้รอดพ้นวิกฤตได้ ก็คงไม่มีพิธาในวันนี้

ความเป็นผู้นำสร้างได้นะครับ เชื่อผมสิ ^^

#HRTheNextGen

โกหก !!!!

เห็นนั่งเงียบๆ (32).png

11.01.2016

สัปดาห์ที่แล้ว เสพดราม่ากันมันเลยนะครับ ตั้งแต่เรืองน้องแพท คู่กรณีน้่องแพท พี่ม้า อรนภา ไล่มาคริส แค่ขาวก็ชนะแล้ว มาปิดที่ดีเจรถกะบะปะทะยารีส

“เจอคนแบบนี้ในสังคม แย่มากเลยครับ” — ดีเจได้กล่าวไว้

แพทเอย พี่ม้าเอย คริสเอย ต้องขอบคุณดีเจนะ ที่มาแย่งพื่้นที่สื่อไปได้หมดเลย 55555

จริง ๆ เรื่องและประโยคของดีเจนี่จะหล่อมากเลยนะ …. ถ้าไม่มีคลิปถอยหลังชนตามมาติด ๆ พี่นี่งงเลย เล่นอะไรกันว้า จะทำอะไรก็มันเนียนหน่อยเซ่ สุดท้ายก็หงายการ์ดรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หึหึหึ

ตกงานเฉยเลย

ต้นเรือง ปลายเรืองจะเป็นยังไง คนเสพดราม่าอย่างเรา ๆ ก็ใช้วิจารณญาณกันด้วยนะครับ ไม่รู้จะมีเกมพลิกอะไรอีกหรือเปล่า รวมถึง Facebook ของดีเจที่ออกมาพ่นนู้น ยั่วนี่ ไม่รู้ว่าของจริง หรือเกรียนตั้งเพจปลอมมาปั่นกระแส

“แค่โกหก ทำไมต้องตกงาน (วะ) ”

แค่โกหก …. แค่โกหก ….. แค่โกหก ….. (อ่านให้เป็นเสียง Echo)

มันไม่ใช่ “แค่” สิครับ โกหกนี่เป็นจุดเริ่มต้นของความไม่ซื่อสัตย์เลยนะ แล้วเราอยากทำงานกับคนไม่ซื่อสัตย์เหรอครับ เอาง่าย ๆ แค่แฟนโกหกนิดนึงก็ไม่ได้ละ แล้วนี่โกหกแล้วเกี่ยวกับงาน เกี่ยวกับเงินทอง เกียวกับภาพลักษณ์องค์กร จะรอดเหรอ

กรณีเกิดการโกหกมากได้มากที่สุดในงาน HR คือ ข้อมูลใน Resume และตอนสัมภาษณ์

“หนูทำนู่นได้ค่ะ ผมทำ Program นี้ได้ครับ ผมเคยทำงานแบบนั้นมาก่อนครับ งานที่นี่สบายเลยครับพี่”

อย่าอยากได้งานมากซะจนต้องโกหกเลยนะครับ ผมว่าถ้าทำแบบนั้น เราไม่เกียรติตัวเราเองเลย และเรากำลังจะพาตัวเองไปให้่คนอื่นเค้าเหยียบซะอีก

ลองนึกภาพว่าถ้าเราโกหกว่าเราทำนู่นนี่ได้่ เราถูกคาดหวังไปแล้วนะครับ ว่าเค้าจะได้เราไปช่วย แต่เอาเข้าจริงทำไม่เป็น โกหกเค้าเข้ามา จบเลยครับ ไม่ว่าก่อนหน้านี้จะเคยทำอะไรดีมา คุณก็จะมีโลโก้คนโกหก ไม่หน้าไว้ใจติดที่หน้าผากเลย

เรืองไม่ดีมันติดตากว่าเรื่องดี ๆ นะครับ

มีเคสของการโกหกที่ร้ายแรงกว่านั้นคือ ปลอมวุฒิบ้าง ปลอมเกรดบ้าง หึหึหึ HR ก็ฉลาดอยู่นะ เจอกันทีก็โบกมือลาเลย หลายที่ยังให้โอกาสให้เขียนหนังสือลาออกไปเองไม่เอาเรือง แต่บางที่ก็อาจจะสายโหด แจ้งความดำเนินคดี เรืองปลอมแปลงเอกสาร ไล่ออกไม่จ่ายเงินชดเชย ประวัติเสียอีกนะ เป็นเล่นไป

“อ้าวพี่ ละถ้าหนูไม่โกหกว่าหนูทำได้ แล้วหนูจะได้งานเหรอ”

ก็ไม่ได้งานอ่ะครับ ถ้าเราไม่เหมาะ ความรู้พื้นฐานอย่างที่เค้าคาดหวัง หรือบางคนอาจจะได้ เพราะเค้ามองเห็นศักยภาพว่า ถึงเราจะทำไม่ได้ในตอนนี้ แต่เราเรียนรู้ได้ พัฒนาได้ นั่นแหละครับ คนที่เค้าต้องการ

อย่าหลอกกันเลยนะ มันเจ็บ

#HRTheNextGen

เด็กดี สู้อนาคต

เห็นนั่งเงียบๆ (31).png

09.01.2016

วันนี้วันเด็ก รูปเด็กนี่เต็ม feed FB เลย

“เด็กดี หมั่นเพียร เรียนรู้ สู่อนาคต” คำขวัญวันเด็กประจำปี 2559 ครับ

ผมนี่อยากจะเปลี่ยนจาก “สู่” เป็น “สู้” อนาคต ซะจริง ๆ เพราะดูแววแล้วอนาคตเด็ก ๆ รุ่นนี้น่าจะต้องสู้ ต้องแข่งกับอะไรต่ออะไรเยอะแยะเลย ทั้งแข่งกับตัวเอง ทั้งสู้กับคู่แข่ง

ไม่เหนือยแทนเด็กนะ เพราะตอนนี้พวกเพ่ก็โคตรเหนือยเลย 555

กว่าจะเรียนจบ ประถม มัธยม เรียนพิเศษ สอบเข้ามหาลัย (สมัยนี้เค้าเรียกอะไรกันละนะ สมัยผมนี่ยังเรียก Entrance แต่เป็นรุ่นที่สอบก่อน รู้คะแนนแล้วค่อยยืนคณะ ดูผลทาง Internet นะ ยังไม่ถึงขั้นรอฟังผลจากลุงวิทวัสทางทีวี)

เรียนจบจบมหาลัย ก็ต้องออกมาหางานทำ ได้งานทำแล้วก็ต้องมาปวดหัวกับงาน ปวดหัวกับระบบบริษัท หัวหน้าห่วย ลูกน้องกวน_ีน ย้ายจากบริษัทนี้ ไปบริษัทนั้น เก็บตังซื้อบ้าน ซื้อรถ เก็บตังไปเที่ยว เก็บตังแต่งงาน เก็บตังไว้ใช้ตอนแก่ …..

โอ้ย เหนื่อย

ในอนาคตความสะดวกสบายก็คงจะมีให้กับเด็ก ๆ มากขึ้นแน่ ๆ ล่ะครับ แต่คงไม่มีใครตอบได้ว่า ไอ้ปัญหาที่เราเจอ ๆ กันอยู่เนี่ย มันจะหายไปมั้ย ลูก ๆ เด็ก ๆ ของเราโตมาละยังจะต้องเจอปัญหาปวดหัวแบบที่เราเจออยู่ทุกวันนี้อยู่รึเปล่า หรือไอ่ปัญหาเหล่านี้มันเป็นเรือง classic ที่มีมาตั้งแต่โลกที่แล้ว

ถ้าเป็นอย่างนั้น เราจะมาปวดหัวกับเรืองพวกนี้ทำไม (วะ) 555555

งานนี้ผมขอเป็นหมอดูนะ อนาคตเทคโนโลยีเปลี่ยน คนเปลี่ยน สภาพสังคมเปลี่ยน ค่านิยมเปลี่ยน การบริหารงานการบริหารคนก็ต้องเปลี่ยนตามครับ อนาคตอาจจะไม่ต้องเข้าออฟฟิศ work at home เป็นเรืองปกติ อาจจะไม่มีการจ้างงานแบบพนักงานประจำอีกต่อไป ทุกคนเป็น Freelance กันหมด สัปดาห์นึงทำงานแค่ 3 วัน อีก 2 วันพักผ่อน อีก 2 วันออกไปช่วยสังคม …. ดูหล่อมะ 5555

ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าสังคมเราจะเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน แล้วจะส่งผลไปถึงการทำงานเราในแบบไหนได้บ้าง

วันนี้เด็ก ๆ มีคำขวัญกันแล้ว ผมก็มีคำขวัญมาฝากวัยทำงานกันด้วย

” คิด วิเคราะห์ แยกแยะ” ใช้ให้เป็น ใช้ให้บ่อย ชีวิตดีแน่นอนครับ

#เป็นผู้ใหญ่มันเหนื่อย #ถ้าไม่ติดว่าหน้าแก่ก็อยากจะเนียนไปเที่ยววันเด็กอยู่ #ตั้งใจเรียนกันนะครับเด็กๆ

#HRTheNextGen

ไปทางไหนดี

เห็นนั่งเงียบๆ (27)

08.07.2016

ก็ว่าจะไม่มา ธุระยังไม่เสร็จ แต่ก็อดไม่ได้ 555555

สถานการณ์บริษัทตอนนี้เป็นยังไง ดีหรือไม่ดี คู่แข่งล่ะคือใคร แล้วเค้าขายดีมั้ย เศรษฐกิจก็ไม่ค่อยจะดี แล้วบริษัทเราล่ะ ปีนี้มีแผนจะทำอะไร

“จะรู้ไปทำไม ไม่ใช่หน้าที่เราซะหน่อย รู้ไปก็ช่วยอะไรไม่ได้”

ถูกแค่ครึ่งเดียว ถึงเราจะอยู่ Back Office ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่เกียวอะไร และที่สำคัญ การรู้สถานการณ์ไม่ใช่แค่เพื่่อช่วยบริษัท แต่ช่วยตัวของเราเองด้วย

รู้เพื่อที่จะหาทางหนีทีไล่ รู้เพื่อที่จะเตรียมตัวถ้าสถานการณ์บริษัทไม่ดี รู้เพื่อที่จะเตรียมความพร้อมให้กับตนเอง

Nokia ที่ว่าแน่ยังล้มได้นะ

Happy Friday

#HRTheNextGen