คนดีสร้างยาก !!!

เห็นนั่งเงียบๆ (26).png

07.06.2019

ดราม่าเรืองคนเก่ง คนดีนี่ เป็นอะไรที่ classic มากเลยนะครับ

ถ้าเราแบ่งคนโดยใช้ 2 เกณฑ์ คือคนดี กับคนเก่ง เราก็จะจัดกลุ่มคนได้ 4 กลุ่มคือ กลุ่มแรก พวกเทพมาเกิด ทั้งดีทั้งเก่ง เห็นละต้องยกมือไหว้ กลุ่มที่ 2 ทำงานเก่งนะ แต่นิสัย พฤติกรรม attitude นี่แหม่ …. หึหึหึ กลุ่มที่ 3 นิสัยดีมาก นางงามมิตรภาพเอาไปเลย แต่เรืองงานก็ so so ไม่ได้โดดเด่นอะไร ส่วนกลุ่มสุดท้ายนี่ไม่ต้องพูดถึง ขีดเส้นใต้ พร้อมจำหน่ายออกเลย

กลุ่มแรกกับกลุ่มสุดท้ายนี้ชัดเจนอยู่ละ ไม่ค่อยมีประเด็น แต่กลุ่ม 2 กับ 3 นี่สิ ถ้าจำเป็นจะต้องเลือกระหว่าง “คนเก่ง” หรือ “คนดี” เอาไงดีล่ะ ปวดหัวสิครับเพ่

ถ้าเป็นสมัยทำงานใหม่ ๆ ผมนี่ตอบเร็วเลยนะ แทบไม่ต้่องคิดเลย ผมเลือก”คนเก่ง” ถ้าผมเป็นเจ้าของกิจการ ผมอยากได้กำไร ก็ต้องคนเก่งสิที่จะช่วยผมสร้างกำไร ไว้ผมไปทำมูลนิธิ หรือองค์กรไม่แสวงกำไรก่อนนะ ผมถึงจะเลือกคนดีก่อนคนเก่ง

แล้วไงล่ะ ทำงานมาสิบกว่าปี เจอเคสพนักงานทุจริตไปกี่เคสแล้วล่ะ หึหึหึ

คนเก่ง คือทำงานเก่ง คิดเก่ง แก้ปัญหาเก่ง ตีโจทย์การทำงานแตก IQ สูง

แล้วคนดีล่ะ คือยังไง แบบไหนเรียกว่าดี แบบไหนเรียกคนไม่ดี ?

กำหนดยากนะ ว่ามั้ย ผมมองว่าเนี่ย คนเนี้ย มันเป็นคนดีนะ ในขณะที่เพื่อนอีกคนมองว่า ไม่วะ ไอ่เนียแย่ ขนาดกำหนดยังยาก แล้วจะสร้างหรือพัฒนาให้เป็นดี ไม่ยิ่งยากไปใหญ่เหรอ ?

ในมุมขององค์กร แต่ละที่ก็คงไม่เหมือนกัน 100 % แต่จุดร่วมก็คงจะมีอยู่บ้าง อย่างเรืองซื่อสัตย์ อดทน รับผิดชอบ Attitude ดี รักองค์กร EQ สูง ใครเห็นใครก็รัก แบบนี้หรือเปล่าที่จะเรียกว่าคนดีขององค์กร

ทำให้เป็นคนเก่ง ดูท่าจะง่ายกว่าสร้างให้เป็นคนดีซะแล้วสิ

ถ้าอย่างนั้นเวลาที่จะเลือกคนมาทำงาน เราก็ต้องเลือกที่คนดีสิ คนเก่งอย่าไปเลือกมันเลย หึหึหึหึ

ชีวิตมันก็ไม่ง่ายขนาดนั้น การจะดูคนให้ออกชัดเจนตอนสัมภาษณ์ หรือจะผ่าน assessment test ก็แค่ช่วยกรองได้ระดับนึงเท่านั้น คนที่เรามองว่าดีในตอนนั้น อยู่ไปอยู่มา อาจจะไม่ดีแล้วก็ได้

ระบบคัดสรร การสัมภาษณ์ เพื่อให้ได้ทั้งคนเก่ง คนดี และเหมาะสมกับงานกับองค์กร จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากนะครับ ถ้าไม่อยากติดกระดุมผิดตั้งแต่แรก ให้ความสำคัญกับชีั้นตอนนี้กันให้มาก ๆ นะครับ

ปัญหาเรืองคนดี คนเก่ง ไม่ได้หยุดอยู่แค่จะเลือกเข้ามาทำงาน ปัญหาใหญ่จะเกิดขึ้นอีกที ก็ตอนที่จะ Promote ขึ้นไปเป็นหัวหน้านี่ละครับ

คนแรก ทำงานเก่งมาก แก้ปัญหาเก่ง แต่ทำงานกับคนไม่ได้เลย ในขณะที่อีกคน ทำงานก็ so so ทำตามคำสั่งได้ดี แต่ให้คิดงานเอง แก้ปัญหาเองไม่ได้ แต่ทำงานร่วมกับคนอื่นได้ดี ใคร ๆ ก็รัก

สองคนนี้ คุณคิดว่าใครเหมาะจะเป็นหัวหน้า ?

#HRTheNextGen

ความเสียว ความเสี่ยง

เห็นนั่งเงียบๆ (24).png
06.01.2016

นี่ผมเพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่นเมื่อคืนตอนค่ำ ๆ เพราะฉนั้น วันนี้มาสั้น ๆ ก่อนเนอะ (เดียวคอยดูว่าจะสั้นได้จริงมั้ย 55)

ปี ๆ นึงผมไปญี่ปุ่นหลายครั้งนะ “ไปทำไมบ่อย ๆ วะ ?” ใคร ๆ ก็ถามแบบนี้ นั่นสินะ ไปทำไมบ่อย ๆ วะ เดี๋ยวขอผมไปหาคำตอบอีกซักรอบนะ แล้วจะกลับมาบอกนะว่าทำไม หึหึหึหึ

ผมนี่โตมากับอะไร ๆ ที่เป็นญี่ปุ่นเลยนะ การ์ตูนญี่ปุ่นงิ (ทุกวันนี้ก็ยังตามอ่านโคนันอยู่ เมื่อไหร่มันจะโตซักทีวะ) ขบวนการ 5 สีงิ ทีวีตู้เย็นตั้งแต่เด็กจนโต ก็ของญี่ปุ่นทั้งนั้น แม้แต่หนังก็ต้องหนังญี่ปุ่นเท่านั้น อุ่ย !!!

ทำงานที่แรก ก็บริษัทญี่ปุ่น ^^

ผมน่าจะเคยบอกไปแล้วเนอะ ว่าผมเคยทำงานกลุ่มรถยนต์อยู่ 5 ปี แต่มีแค่ปีเดียวเท่านั้นแหละครับที่ได้ทำงานกับนายญี่ปุ่นแบบจริงจัง

ช่วงแรก ๆ นี่ตื่นเต้นมาก ยังไม่ได้ตื่นเต้นเรืองงานยาก งานหนักนะ ตื่นเต้นว่าวันนี้จะคุยกันรู้เรืองมั้ย

“เฮ้ Next Gen (สมมติว่าเป็นชื่อผมละกันนะ 55), ไอ่ นี้ด ชิโรเระ เอช อาร์ อินฟอร์เมชัง”

หืมมมม “ชิโรเระ” อะไรคือ “ชิโรเระ” วะ ?

“บอสซัง วอท’ส ชิโรเระ ไอ ด๊อน อันเด้อสะแตน”

“ชิโรเระ อ่ะ วาย ยู ด๊อน โนว ชิโรเระ… ชิโระเระ อ่ะ ชิโรเระ”

หลังจากสื่อสารกันอยู่ซักพัก นายก็เขียนให้ดูว่าชิโรเระคือ

“เชฟ โรเลต” T_T จบมั้ย ยูว์

นายผมนี่ก็เหมือนนายญี่ปุ่นคนอื่น ๆ ในบริษัทนี่ล่ะครับ มาแต่เช้า อยู่จนดึก วันเสาร์เฮียแกก็มาทำงาน เวลาโค้งให้ Senior ทีนึงนี่ โค้งลึกและนานมาก ทำงานตาม step เป๊ะ ๆ และตามงานแบบ …. ละเอียดยิบ

ฟังดูน่าอึดอัดนะ โดยเฉพาะกับผมในตอนนั้น เพิ่งทำงานมาได้แค่ 2 ปีเองมั้ง ต้องมาทำอะไรตามแบบแผน และใช้เวลาในการพิจารณานานมาก และสิ่งที่โหดที่สุดสำหรับผมในตอนนั้นคือ เวลาจะนำเสนออะไรซักทีนึงเนี่ย ต้องเสนอมากกว่า 5 Scenario จะปรับเงินเดือน จ่ายโบนัส เปลี่ยนรอบการจ่าย Package สำหรับ Early Retirement เพิ่มลดสวัสดิการ บลา ๆ ๆ
ก็ต้องมาไม่น้อยกว่า 5 Scenario

งานบางอย่างใช้เวลาทำเป็นปีก็ยังไม่ผ่าน เพราะเสนอทีนึง 5 Scenario ก็อาจจะยังไม่ผ่าน ต้องไปทำมาใหม่ หรือไปขยี้ ขยายมาจากรอบที่แล้ว กว่าจะผ่านนายคนไทย ไปนายญี่ปุ่น ไปคณะผู้บริหาร หึหึหึหึหึ

นี่คือภาพที่ชัดที่สุดสำหรับผมครับ สิ่งที่ผมได้เรียนรู้คือ ความละเอียดรอบคอบ และไม่มองอะไรเพียงด้านเดียว เวลาคิดจะวางนโยบาย หรือกลยุทธ์ หรือจะเปลี่ยนแปลงอะไรเนี่ย อย่าคิด อย่ามองแค่ตื้น ๆ หรือมองแค่แต่เรืองดี ๆ ที่จะเกิดขึั้น แต่ต้องหาให้่เจอด้วยว่า ใครคือคนที่จะซวยจากแผนที่เราจะทำ

แล้วเรามีทางเลือกมากกว่าทางนี้มั้ย ที่จะทำให้มีคนซวยน้อยที่สุดจากสิ่งที่เราจะลงมือทำ จะได้ตีกรอบ ชี้เป้าได้ชัดว่าคนไหนซวย แล้วเราจะช่วยคนซวยเหล่านั้นได้มั้ย ได้แค่ไหน หรือจะปล่อยไปตามบุญตามกรรม แต่ที่แน่ ๆ คือเราจะรู้ก่อนล่วงหน้า แล้วเราก็น่าจะควบคุมได้

ความเสี่ยงยังพอคุมไหว แต่ความเสียวมันคุมลำบาก ผมเป็นโรคกลัวความเสียว T_T

แต่เรืองบางอย่าง เราก็คงรอให้ข้อมูลแน่นเปรียะแล้วค่อยตัดสินใจ มันก็อาจจะช้าเกินไป ต้องปรับใช้ให้ถูกเรืองและสถานการณ์ด้วยนะครับ

ปล. นี่สั้นแล้วใช่มั้ย

#HRTheNextGen

กล้าลงทุนมั้ย

เห็นนั่งเงียบๆ (22).png

05.01.2016

หลายครั้งที่ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้บริหาร หรือจะอ่านเจอในบทสัมภาษณ์ต่าง ๆ อย่างหนึ่งที่เป็นจุดร่วมกันคือ

ใคร ๆ ก็อยากได้คนเก่งมาร่วมทีม

ตรรกะง่าย ๆ ถ้าได้คนเก่งมาทำงานให้ โอกาสที่จะประสบความสำเร็จก็สูงไปด้วย

แล้วองค์กรล่ะ “ลงทุน” แค่ไหนเพื่อที่จะให้ได้คนเก่งมาทำงาน และ “ลงทุน” แค่ไหนที่จะรักษาคนเก่งไว้กับองค์กร

นี่คือโจทย์ของผู้บริหารครับ

ทุก ๆ ทรัพยากรในองค์กรเป็นสิ่งที่ผู้บริหาร หรือเจ้าของต้องลงทุนทั้งนั้นครับ หลาย ๆ ครั้งบริษัทลงทุนทำการตลาด สร้างแคมเปญต่าง ๆ เพื่อที่จะแย่งส่วนแบ่งตลาดและเอาใจลูกค้า บริษัทลงทุนซื้อเครืองจักรใหม่ ๆ เพื่อให้มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด ผลิตได้มากที่สุด ต้นทุนต่ำที่สุด หรือลงทุนในการกู้ยืมเงินต่าง ๆ เพื่อที่จะสร้าง Cash flow ให้กับบริษัท ต่อสายป่านให้ยาวเข้าไว้ เพื่อโอกาสทางธุรกิจที่ดีกว่า

แล้วเรืองคนล่ะ บริษัทลงทุนแค่ไหน

ยังจำเรือง Balanced Scorecard กันได้มั้ยครับ ผู้บริหารจะต้องไม่ลืมเรื่องคนนะครับ ถ้าคุณใส่ใจเรืองการเงิน เรืองการตลาด เรื่องกระบวนการผลิต เรื่องคน ก็ทิ้งไม่ได้เหมือนกันครับ

แล้วกับคนจะต้องลงทุนยังไงล่ะ ? ติ๊ก ต่อก ติ๊ก ต่อก

มันต้องเริ่มตั้งแต่กระบวนการสรรหาเลยครับ บริษัทกล้าลงทุนมั้ย ที่จะใช้ระบบ Assessment ที่จะช่วยแยกคนที่ใช่ออกมาจากคนที่ไม่ใช่ กล้าที่จะจ่ายสูงกว่าที่คู่แข่งรึเปล่า กล้าที่จะส่งเค้าไปเรียนต่อเรียนเสริม เพื่อมาต่อยอดการบริหารบริษัทมั้ย กล้าที่จะขึ้นเงินเดือน จ่ายโบนัสสูง ๆ เพื่อที่จะดึงเค้าไว้ให้อยู่กับบริษัทหรือเปล่า

“โอ๊ย อัวะ จ่ายไม่ล่ายหรอก เงิงทั้งนั้ง มังจะล่ายไม่คุ้มเสียนะลื้อนา”

ทุกการลงทุนมีความเสี่ยงครับ บางแบรนด์จ้างดาราดังมาเป็น presenter ก็ยังแป้กได้ เครืองจักรบางตัวซื้อมาก็มีโอกาสที่จะเกิดปัญหา แล้วพอเรืองที่จะลงทุนในคน ทำไมเราถึงยังติดว่ากลัวไม่คุ้ม จนไม่ทำอะไรเลย ทำไมเราไม่ทำเหมือนการประเมินการลงทุนอื่นๆ ว่าทำแค่ไหนเราจะคุมความเสี่ยงได้ ลงทุนเรืองอะไรที่จะ win win กันทั้งสองฝ่าย มันต้องทำอะไรได้บ้างล่ะน่า

High Risk High Return อยากได้คนเก่งก็ต้องกล้าเสี่ยงครับ

#HRTheNextGen

หัวหน้าเรื่องลูกน้อง กับเรื่องที่ต้องคุย

เห็นนั่งเงียบๆ (21).png

04.01.2016

สวัสดีวันทำงานวันแรกของปี 2559 ครับ

ถึงออฟฟิศกันยัง ? ยังอยู่กันครบเหมือนตอนก่อนจะปิดปีใหม่มั้ย ?

วันทำงานวันแรกนี่ทำอะไรกันครับ ?

ผมค่อนข้างโชคดีนะ ที่งานผมส่วนใหญ่จะเป็นงานที่จบเป็นปี ๆ ไป มีไม่มากที่เป็น Project ข้ามปี เปิดปีมาที ก็มีเรืองใหม่ ๆ ที่ต้องทำ

เมื่อตอนก่อนสิ้นปึ ก็ได้คุยกับหัวหน้าไปบ้างแล้วว่า ปีนี้ทั้งปี ผมมีอะไรบ้างที่จะต้องรับผิดชอบ และทำให้เสร็จภายในปีนี้

เรืองสำคัญที่ผมต้องคุยกับหัวหน้าคือ ผมชอบทำงานแบบ บอกให้ผมรู้ว่าที่มาคืออะไร ทำไปทำไม และสิ่งสุดท้ายที่ต้องการคืออะไร บวกกับแนวทางคร่าว ๆ ที่ห้วหน้าอยากให้เป็น ส่วนวิธีการทำงาน ผมขอเป็นคนออกแบบเอง แล้วเรามาทำความตกลงกันว่าแต่ละเดือน หรือแต่ละไตรมาส ผมจะต้องทำอะไรเสร็จไปบ้าง แล้วก็รับคำแนะนำจากหัวหน้าไปแก้ไข

แต่ถ้าผมติดปัญหาระหว่างทาง เดี่ยวผมเดินเข้ามาหาหัวหน้า เพื่อขอให้ช่วย หรือขอคำแนะนำเอง

มันเป็นสไตล์นะ หยูโน้ว !!

ในขณะที่คนอื่น ๆ อาจจะชอบการทำงานแบบ พี่บอกมาเลยว่าพี่จะให้ทำแบบไหน ไม่ใช่ไม่บอกอะไรซักอย่าง พอทำมาผิดแล้วก็ไม่พอใจ พี่จะเอาอะไรพี่พูดสิพูด…..

นี่ก็อีกสไตล์นะ หยู่โน้ว !!!!!!!!

บางทีการเป็นหัวหน้านี่มันก็น่าเห็นใจนะครับ เพราะถ้าเราไม่บอกให้รู้ว่า สไตล์การทำงานเราเป็นแบบไหน หัวหน้าเองก็อาจจะทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน หรือเราอาจจะคิดว่าเราทำงานห่าง ๆ ได้ แต่นายมองว่า เฮ่ย ยังห่างไม่ได้ ขอพี่จ้ำจี้จำไชดีกว่านะ จะได้ไม่พลาด หรือว่า เฮ้ย ที่พี่ไม่เข้าไปยุ่งเนี่ย เพราะพี่อยากให้่น้องแสดงความสามารถให้เต็มที่นะ

มีเรืองเล่าของขงจื๊อกับลูกศิษย์ ที่คล้าย ๆ กับสถานการณ์แบบนี้คือ ศิษย์คนแรกมาพบขงจื๊อ แล้วถามว่า “เมื่อเราได้ยินคำแนะนำควรรีบนำไปปฏิบัติทันทีใช่ไหมครับ” ขงจื๊อตอบว่า “พ่อแม่และพี่คนโตยังอยู่ ไม่ปรึกษาท่านให้ดีก่อน ฟังแล้วรีบไปทำเลย จะใช้ได้อย่างไร” ลูกศิษย์จึงลากลับไป

ลูกศิษย์คนที่ถามขงจื๊อด้วยคำถามเดียวกันแต่ขงจื๊อบอกว่า “ได้ยินแล้วเจ้าก็ควรรีบนำไปทำเสีย”

หืม !!! ทำไมขงจื๊อเป็นคนแบบนี้ ทำไมขงจี๊อตอบไม่เหมือนกันล่ะ

เหตุที่ขงจื๊อจึงตอบศิษย์ทั้งสองคนไม่เหมือนกัน ก็เพราะลูกศิษย์คนแรกเป็นคนใจร้อนครับ ต้องตักเตือนให้คิดให้รอบคอบก่อนจะทำอะไร ลูกศิษย์คนที่สองเป็นไม่มั่นใจ จึงต้องกระตุ้นให้กล้าตัดสินใจ กล้าลงมือทำ

หัวหน้าเราหลาย ๆ คนก็ไม่ใช่ขงจื๊อครับ เพราะฉนั้นนี่คือสิ่งที่ต้องพูดคุย ทำความตกลงกันครับ และพร้อมที่จะเปลี่ยนสไตล์การทำงานด้วย เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง

ผมยังเชื่อเสมอว่า ยิ่งเราเข้าใจกันได้มากแค่ไหน การทำงานของเราก็จะง่ายและดีขึ้นเสมอครับ

#HRTheNextGen

Bonus มาไว ไปไว

034

30.12.2015

ดิส อิส เดอะ เว้ เค ชั่น ทาม ฮ้า ฮาม เวลานี้ ช่างมีความหมา ฮ้า ฮาย หยุดชีวิตช้า ๆ และพักผ่อน หยุดความจริงร้าย ๆ ทิ้งเอาไว้ก่อน ดิส อิส เดอะ เวเคชัน ทาม

ผมเปิดเพลงนี้วนไปวนมาวันละหลาย ๆ รอบ เอาไว้สะกดจิตตัวเองให้เลิกทำงานซะที 5555

ฟังเพลงนี้ก็นึกถึง Freelance ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ ผมชอบหนังเรืองนี้มากเลย #ติ่งนวพล 5555 ไม่ได้จะพูดถึงเรืองหนังหรอกนะ แค่จะบอกว่าเป็นติ่งเฉย ๆ 555555

โค้งสุดท้ายลดหย่อนภาษี ใครยังไม่จัด ก็รีบไปจัดกันซะนะครับ ผมไปจัดการมาเมื่อวาน โหย คนเยอะมากกกกกกกกก จะซื้อกองทุนซื้อประกันทีรอกัน 30 – 40 คิว ผมนี่ไปกดบัตรคิว เสร็จละไปกินข้าว ไปซื้อของ ไปตัดผม กลับมายังต้องมานั่งรอเลย

#ความทุกข์อยู่กับเราไม่นาน #โบนัสก็เช่นกัน

เห็นกันอยู่หลัด ๆ เผลอแพล้บหมดละ T_T ซื้อกองทุน จ่ายประกัน ผ่อนบ้านผ่อนรถ โว้ยยยยยยยย ไม่ทันพ้นปี ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ….

เมือวานระหว่างนั่งรอซื้อกองทุน ซื้อประกันที่แบงค์นึงในห้าง คนเยอะอย่างที่บอกอ่ะครับ มีทั้งลูกค้าที่บ่นหงุดหงิดอารมณ์เสีย ลูกค้านั่งอ่านหนังสือ ลูกค้าที่นั่งจิ้มมือถือรอ ส่วนผมนั่งดูคนเดินผ่านไปผ่านมาครับ

ไม่รู้ผมไปเอานิสัยนี้มาจากไหนนะ ชอบดูคน 555 มองอาการ การแสดงออกคนนั้นคนนี้ เพลินดี เผลอ ๆ ก็เดาว่าท่าทางแบบนั้น สีหน้าแบบนั้นเค้ารู้สึกอะไรอยู่ ผมไม่ได้โรคจิตนะ

ปกติเวลากดบัตรคิวในแบงค์ ก็จะมีเจ้าหน้าที่แบงค์มาคอยให้ความสะดวก กดให้บ้าง อธิบายขั้นตอนบ้าง ตอบข้อซักถามบ้าง

แต่แบงค์นี้ สาขานี้ด้วยนะ เจ๋งมากเลย คนที่ทำหน้าที่ตรงนี้คือ Security Guard หรือพี่ รปภ. เรานี่ละครับ

ยืนเด่นอยู่ตรงที่กดบัตรคิว สวัสดีครับ วันนี้ทำอะไรครับ ซื้อกองทุนรอคิวนานหน่อยนะครับ อีก 30 คิวเลย แต่ซื่อได้ถึงทุ่มนึงเลยครับ ชำระค่าบัตรเครดิตเหรอครับ ชำระที่เครื่องอัตโนมัติได้เลยนะครับ ถ้ารอคิวเคาเตอร์จะนานครับ ตอนนี้เงินใน ATM เหลือแต่แบงค์ 100 ครับ ถ้ากดก็ได้แค่ 3,000 ต่อครั้ง เพราะกดได้แค่ 30 ใบครับ …… ขอบคุณที่มาใช้บริการนะครับ

เฮ้ย พี่แกตอบคำถามพื้นฐานได้หมดเลยเว้ยเฮ้ย แถมหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ลูกค้าหงุดหงิดใส่ ก็ช่วยอธิบายให้ลูกค้าใจเย็น ลูกค้านั่งรอนาน ก็ถามไถ่ รอนานนิดนะครับพี่

หรือจริง ๆ พี่แกเป็นผู้จัดการสาขาปลอมตัวมา ?

ไม่รู้ว่าเค้าเทรนกันยังไง แล้วก็ไม่รู้ว่าเค้าจ่ายเงินเพิ่มให้หรือเปล่ากับหน้าที่ที่เพิ่มขึ้นมา แล้ว รปภ ทุกคนที่อยู่สาขานี้ทำได้อย่างพี่แกหรือเปล่า แต่สิ่งที่ผมเห็นได้ชัดคือ พี่เค้าดูมีความสุขในการทำงานดีครับ

วันนี้วันทำงานวันสุดท้ายของปีของหลาย ๆ คนแล้ว ก็ขอให้มีความสุขส่งท้ายวันทำงานกันนะครับ ส่วนใครที่คนอื่นเค้าหยุด แต่คุณไม่ได้หยุด ขอให้รู้ว่าคุณคือคนสำคัญ ที่ทำให้วันหยุดของคนอื่นมีความหมายครับ

สู้ ๆ นะครับ

#HRTheNextGen

Manager / Officer

033

เมื่อวานผมไปเจอเจ้านายเก่ามาโดยบังเอิญครับ

สมัยตอนทำงานด้วยกันนี่แบบ หึหึหึ ไม่ค่อยชอบวิธีการทำงานของเค้าเท่าไหร่ ทำงานเครียด ทำงานหนัก ไม่เคยได้กลับบ้านก่อน 2 ทุ่ม 6 โมงเย็นก็ยังเรียกประชุม มีทั้งตบโต๊ะ มีทั้งเสียงดังใส่ อะไรที่ผมไม่ชอบนี่โดนหมด (แต่ถ้าเทียบกับคนอื่น ๆ นี่ผมโดนน้อยสุดละนะ 555)

ตอนนี้ก็ยังกลัวอยู่หน่อย ๆ 5555 แต่พอได้เจอหลังจากไม่ได้เจอกันมาหลายปี สิ่งที่ผมได้รับคือ Big Hug ^^ พร้อมคำทักทายที่ดูเป็นมิตรอย่างจริงใจ คือผมสัมผัสได้อ่ะนะ

“เป็นไงลูก เห็นพี่ ๆ เค้าว่าเราเป็นใหญ่เป็นโตละนี่นะ ดูดีขึ้นด้วยนะ”

ผมนี่ใจพองโตเลย เป็น 2 นาทีที่ผมรู้สึกดีจริง ๆ นะ (แต่ข่าวที่เจ้านายเก่าผมได้รับนี่อาจจะไม่ค่อยจริงเท่าไหร่ ผมยังไม่ได้เป็นใหญ่เป็นโตเท่าไหร่เลยนะ)

เอาจริง ๆ สมัยที่ผมอยู่ที่นี่ ไอ้ความเข้มงวดที่พี่เค้าอัดใส่มาที่ผม การให้ทำอะไรแปลก ๆ ใหม่ ๆ ที่ตอนนั้นผมรู้สึกว่า อะไรนักหนาวะ ไม่เห็นเคยจะเห็นใน JD ผมจบ Econ มา ให้่ผมไปออกแบบ Web มันใช่เหรอเพ่ แล้ว Memo น่ะ แก้แล้วแก้อีก แก้แล้วแก้อีก กะอีแค่ space ไม่เท่ากันแค่เนี้ย พี่ไม่ให้ผ่าน นี่มันอัลไล.. วัยรุ่นไม่ปลื้มมม เข้าใจม้าย

แต่พอย้อนมองตอนนี้ ผมว่าผมได้อะไรดี ๆ จากช่วงเวลานั้นเยอะนะ ความรู้แปลกใหม่ ประสบการณ์แปลก ๆ พอย้ายองค์กรใหม่ ไอ้เรืองพวกนี้แหละครับ ทำให้ผมประหลาด เอ้ย ต่างจากคนอื่น ๆ เรืองที่คนอื่นยังไม่เคยทำ แต่ผมอ่ะ เคยทำมาแล้ว

ไม่มีใครรู้อนาคตได้ว่าไอ้่เรืองที่เราบ่น ๆ ๆ ๆ ตอนนั้น จะมีประโยชน์ในตอนนี้ และผมก็ดันโชคดีในเรืองนี้ครับ

ปัญหาเรืองงานเกิน JD เป็นปัญหาที่ก็แก้ยากครับ หลายคนยังเจอปัญหาว่า ให้เราทำหน้าที่ Manager แต่ยังจ่ายเงินเท่า Officer อยู่ จะเพราะ Manager ลาออกไปก่อน หรือไม่มีคนทำต้องมาโยนให้่เราทำก็ตาม มันมีหลักการอันนึงคือ “ทำให้ได้ก่อน แล้วเดียวพี่จ่ายให้” อยู่ ซึ่งถ้าว่ากันตรง ๆ มันไม่แฟร์เอาซะเลย พี่ให้ทำตอนนี้ พี่ก็ควรจะจ่ายเลยสิครับ พี่รออะไร

เงื่อนไขที่แต่ละบริษัทยังจ่ายให้ไม่ได้มีเยอะครับ ทั้งเหตุผลที่ตรงไปตรงมา ในเรืองโครงสร้างเงินเดือน รอบในการเลื่อนระดับ แต่งานนี้มันต้องมีคนรับผิดชอบตอนนี้เลย จะทิ้งก็ไม่ได้งานจะเสียหายไปหมด หรือจะเหตุผลที่ไม่ตรงไปตรงมา อย่างก็ไม่อยากจ่ายอ่ะ

ซึ่งไม่ว่าเราจะเจอเงื่อนไขไหนนะครับ สิ่งที่เราได้แล้ว ณ เวลานี้ก็คือ โอกาสในการแสดงความสามารถ และศักยภาพของเราครับ ประสบการณ์ที่เราจะได้ มันก็จะอยู่กับเราไปอีกนาน ถึงมันอาจจะสร้างรายได้เพิ่มให้เราตอนนี้ไม่ได้อย่างที่ใจเราคิด

ถึงจะดูโลกสวย Positive Thinking ไปหน่อย แต่ผมว่าการคิดแบบนี้ ก็ช่วยให้เราสบายใจได้ระดับนึงนะ

ส่วนผู้บริหารเอง ก็อย่าทำเฉย ตีเนียนกับเรื่องพวกนี้นะครับ เมื่อมอบหมายให้ทำงานเกินกว่าหน้าที่ เกินกว่าเงินเดือนที่เคยตกลงกันไว้ เชื่อผมสิ ลูกน้องอยากถามใจจะขาดผมทำได้แล้วผมจะได้อะไร แต่เค้ากล้าถาม ดังนั้นเป็นหน้าที่ของผู้บริหารนี่ล่ะครับ ที่ต้องสื่อสารกับเค้าให้ชัดเจน อย่าปล่อยให้เค้าคิดเอาเองว่าคุณกำลังเอาเปรียบเค้าอยู่ แล้วสุดท้ายไอ่ที่คุณคาดหวังจะปลุกปั้นให้เค้าเติบโต จะกลายเป็นคุณผลักดันให้เค้าย้า่ยงานแทน

มาถึงตอนนั้น อะไรก็อาจจะดึงเค้าไว้ไม่ได้แล้ว จะมาเสียดายทีหลังเอานะครับ

วันนี้หลาย ๆ คนน่าจะเริ่มเดินทางกันแล้วป่ะครับ เดินทางปลอดภัย เมาก็หลับ อย่าขับรถเลย ใครไปเที่ยวที่ไหนแล้ว ก็แวะมาอัพเดท ทักทายกันหน่อยนะ อย่าทิ้งผมไว้คนเดียว ผมเหงา T_T

#HRTheNextGen

เป็นเพื่อนกับ CEO

career landscape (6).png

“น้องครับน้อง นักธุรกิจไทยรุ่นใหม่ ๆ ที่น้องรู้จักมีใครมั่ง”

ผมว่าหนึ่งในนั้นต้องมีชือของ ต๊อบ เถ้าแก่น้อย แน่นอนครับ

Top Secret วัยรุ่นพันล้าน เป็นหนังไทยเรืองนึงที่ผมชอบมาก เป็นหนังที่เล่าชีวิตของต๊อบ อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์ เจ้าของธุรกิจเถ้าแก่น้อยนี่ล่ะครับ

ความเก๋ของชื่อหนัง Top Secret จริง ๆ ผมว่าน่าจะออกเสีย Top ว่า “ต๊อบ” มากกว่า “ท็อป” นะ ^^

หนังเรื่องนี้ฉายในปี 2554 ซึ่งทำให้ผมรู้จักสาหร่ายเถ้าแก่น้อยมากขึ้น และผมว่าทำให้ ต๊อบ กลายเป็น Icon ของนักธุรกิจหน้าใหม่ และเป็น Idol ของเด็กรุ่นใหม่ได้ไม่ยากเลย

จากวันนู้น จนวันนี้ เถ้าแก่น้อย ก็กลายเป็น เถ้าแก่น้อยมหาชน เข้าตลาดหุ้นไปแล้ว และที่จะก้าวต่อไปคือ เถ้าแก่น้อยวางแผนจะกลายเป็น Global Brand ให้ได้

ขนลุกขร่ะ …. (เสียงพี่ลูกเกด)

ส่วนหนึ่งที่จะทำให้คนรักและทุ่มเททำงานให้องค์กรได้ ยังอยู่ที่ “การวางตัวของซีอีโอ” ต้องไม่วางมาดเป็นบอสชี้นิ้วสั่ง เพราะใช้ไม่ได้กับมนุษย์ที่รักอิสระ รักคุณค่าในตัวเองในยุคนี้ ดังนั้นซีอีโอ จะต้องทำหน้าที่เป็น “เพื่อนร่วมทีม”

นี่คือแนวคิดในการบริหารคนของต๊อบครับ มีอีกหลายประเด็นที่น่าสนใจมาก อยากจะจับมาขยี้หลายอันเลย แต่ขอเลือกอันนี้อันเดียวก่อนนะครับ

รายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่เลย : http://goo.gl/H1aAIB

ก่อนหน้านี้ผมเคยพูดว่ามีเป็นเพือนเป็น HR แล้วดีช่ะ นี่เรากำลังจะมี CEO เป็นเพื่อนร่วมงานละนะ HR นี่ชิดขอบไปเลย 5555

การกำหนดบทบาทของตัวต๊อบเองแบบนี้ ก็ไม่กำหนดมาเล่น ๆ แต่มีที่มาครับ ด้วยแผนกลยุทธ์ที่เถ้าแก่น้อยกำลังจะเดินไป หน้าที่ของ CEO คือการรวบรวมคน สวมบทเป็นแม่ทัพ เพือสร้างพลังให้กับพนักงาน

“ต้องใช้ความพยายาม ความอยาก ความลุ่มหลง จากพนักงานเป็นตัวหล่อเลี้ยงความสำเร็จ หากอยากเป็นบริษัทที่จะประสบความสำเร็จระดับโลก ต้องมี Passion มากๆ ทำคนเดียวไม่พอ ต้องทำให้ทุกคนเห็นตรงกันว่า อยากสร้างเถ้าแก่น้อยวันนี้ให้เป็น องค์กรระดับโลก” – ต๊อบกล่าว

กลยุทธ์หลักอันนึงของเถ้าแก่น้อยก็คือ “ดึงคนเก่ง คนมีความสามารถ มืออาชีพ มาช่วยงานเรา”

เมื่อเถ้าแก่น้อยวางหมากอย่างนี้ อยากได้คนเจ๋ง ๆ มาทำงาน การจะไปชี้นิ้วสั่งงานเค้าแบบเดิม คนเก่ง ๆ คงไม่อยู่ให้่ใช้งาน การอยู่กันแบบเพื่อนร่วมทีม ก็เลยเหมาะจะใช้กับคนกลุ่มนี้ และยุคนี้มาก

สมกับเป็น Idol ของ Gen Y ป่ะละ ^^

“เพื่อนร่วมทีม” มีปัญหาอะไรคุยกัน ปรึกษากัน แก้ปัญหาร่วมกัน ลุยไปด้วยกัน คุณเหนื่อย ผมเหนื่อย เราจับมือกัน ร่วมทางเดินไปด้วยกัน จนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย — นี่คือความหมายของเพื่อนร่วมทีมของต๊อบครับ

คงไม่ถึงขนาดเดินไปตบไหล่ ดีดหู ขยี้หัว …..แต่ถ้าคนไหนอยากจะทำ ก็ลองดูนะครับ จากมนุษย์เงินเดือน อาจจะกลายร่างเป็นมนุษย์เงินหมดแทน

Keyword อยู่ที่การวางตัวให้เหมาะสมนี่ล่ะครับ ไม่ว่าจะ CEO ผู้บริหาร หัวหน้า พนักงานทุกระดับ ก็ต้องรู้ว่าต้องทำตัวแบบไหน ให้ไปกันได้กับวัฒนธรรมขององค์กร เพราะวัฒนธรรมขององค์กร ก็เป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งที่ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จได้ครับ

#HRTheNextGen