ลูกค้าคือพระเจ้า ?

เห็นนั่งเงียบๆ (17).png

ตืนสายเลย หึหึหึ เมื่อคืนร้องคาราโอเกะหนัก ^^

ตื่นมาแว้บเข้าไปอ่าน Pantip กระทู้นี้มาครับ

“เหนื่อยอ่ะ ลูกค้าสมัยนี้พระเจ้ามากๆเลยอ่ะ” (http://pantip.com/topic/34593685) เรื่องมันมีอยู่ว่า

“วันนี้มีดราม่าเล็กน้อยมาเล่าให้ฟังครับ ลูกค้ามาใส่ของที่ร้าน แล้วพูดจาไม่ดีกับเด็กที่ร้านครับ ผมเลยถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาบอกว่าลูกน้องพูดจาไม่ดีใส่เขา ผมก็เลยบอกว่า “ลูกน้องคนนีทำงานกับเรามา 18 ปี ตั้งแต่รุ่นพ่อแล้ว ไม่เคยเป็นแบบนี้”

แล้วลูกค้าก็ขึ้นเสียงกับเราว่า ก็วันนี้มันเป็นแบบนี้อ่ะ ลูกน้องก็บอกว่า ผมไม่ได้วาอะไรเลย ก็แค่บอกว่าต้องใส่ดูก่อนเท่านั้นเอง ผมพูดอะไรใส่พี่

เสร็จแล้วก็เถียงกัน บ๊งเบ๊ง ผมทนไม่ไหว ก็เลยบอกลูกค้าว่า “พี่กลับไปเถอะ ผมไม่ขายพี่แล้ว” ขายไปดราม่าแน่นอน ลูกค้าก็ปรี้ดใส่ เราทันที แต่เราก็ไม่รู้ว่าแกพูดอะไร เพราะเรารู้สึกว่ามันจบไปแล้ว เราไม่อยากขายให้เขา

เรารู้สึกว่าคนเราอ่ะ ลูกจ้างเงินเดือนไม่เยอะ เรียนไม่สูง คุณมีเงิน ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องกดขี่เขาแบบนี้เลย

ปล.โชคดีที่เราอยู่ในเหตุการณ์ ทันที่จะเห็นว่าเขาพูดยังไงกับคนของเรา เรารู้สึกว่า “ถ้าเราปกป้องคนของตัวเองไม่ได้ ก็อย่าเป็นนายคนเลย” เลิกทำไปเลี้ยงควายดีกว่า”

ข้างบนคือเนื้อความที่ จขกท เอามาลงไว้นะ ลองไปดูใน Link มีหลายความเห็นในเรืองนี้ที่น่าสนใจครับ

“ถ้าเราปกป้องคนของตัวเองไม่ได้ ก็อย่าเป็นนายคนเลย” ผมชอบประโยคนี้ และผมคิดว่าหลาย ๆ คนก็คิดเหมือนผมว่ามันเป็นความคิดที่ “หล่อมากกกกกกกกกกกก”

แต่ปัญหาคือ จะปกป้องยังไง แบบไหนเรียกว่าไม่ปกป้อง แล้วต้องปกป้องกันไปถึงไหน ?

ผมเองได้ยินจากเพื่่อนร่วมงาน หรือจากน้อง ๆ ที่ทำงานเสมอว่า “เนี่ย นายแม่มไม่เคยปกป้องกรูเลยว่ะ แถมยังสอยกรูกลางห้องประชุมอีก”

อย่าเพิ่งด่วนตัดสินว่าใครผิดใครถูกนะครับ ลองสมมติว่าเราเป็นหัวหน้า แล้วลูกน้องนำเสนอในเรืองที่ไม่ได้เป็นไปตามที่ตกลงกัน หรือไม่เคยเอาเรืองนี้มาแจ้งให้หัวหน้ารับทราบเลย อยู่ ๆ เอาไปนำเสนอในที่ประชุมใหญ่เลย แบบนี้หัวหน้าควรจะปกป้องอยู่มั้ย

และถ้านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทำแบบนี้ ก่อนหน้านี้ออกตัวปกป้องไปแล้ว ก็ยังทำอีก แล้วหัวหน้าจะต้องปกป้องไปถึงเมือไหร่

บางที่การได้เจอนวดหนัก ๆ ซักที ก็น่าจะเป็นบทเรียนที่ดีให้กับลูกน้องได้เหมือนกันนะ ….

กลับมาที่กระทู้ Pantip ทุกวันนี้เรายังเห็นลูกค้าเป็นพระเจ้ากันอยู่มั้ยครับ ? การเห็นลูกค้าเป็นพระเจ้ามันก็ไม่ใช่ความผิดร้ายแรงอะไรนะครับ เป็นแนวทางในการกระตุ้นยอดขายอย่างหนึ่ง

แต่เมือไหร่ก็ตามที่บริษัทวาง Positioning ของลูกค้าคือพระเจ้า บริษัทก็ต้องวาง Positioning ของพนักงานเป็นเหมือนเส้นเลือดของบริษัทเหมือนกัน

ไม่มีบริษัทพระเจ้าคุณอยู่ไม่ได้ ไม่มีเส้นเลือด บริษัทก็อยู่ไม่ได้เช่นกันครับ

‪#‎วันเสาร์ไม่เครียดสิ‬

ลืม ๆ ๆ วันนี้ไป Shopping อย่าลืมขอใบกำกับภาษีนะครับ ได้ข่าวว่าตามห้างนี่ต่อแถวออกใบกำกับภาษีกันยาวเหยียด รายการไหนเอามาลดหย่อนได้ ลดหย่อนไม่ได้ คงพอเห็นจากที่แชร์กันบ้างเนอะ เอาง่าย ๆ ว่า ถามคนขายก่อนว่าออกใบกำกับภาษีฉบับเต็มได้มั้ย ถ้ามีข้อสงสัยโทรถามสรรพกร 1611 เลยครับ ^^

‪#‎HRTheNextGen‬

เพลงโบนัส

เห็นนั่งเงียบๆ (15).png

25 ธันวา Merry X’Mas ครับ

บริษัทไหนจ่ายโบนัสวันนี้บ้างครับ เป็นไง ๆ ๆ โอเคกันมั้ย

น่าจะวัน 2-3 วันนี้ป่ะครับ ที่มีแชร์เรืองโบนัสของ พฤกษา เรียลเอสเตท

“20 เดือน” ขุ่นพระ !!!!!!!! ผมไม่ได้ตาฝาดไปใช่ม้ายยยย

ในข่าวบอกว่า “บริษัทจะจ่ายเงินโบนัสให้กับพนักงานในสายงานธุรกิจคอนโดที่พัฒนาระดับกลางถึงบน จำนวน 200 คน คนละ 12-20 เดือน ….”

ที่มา : http://goo.gl/TnRZVl

ผมไม่มี connection ของพฤกษาเลย ไม่มีเพื่อน ไม่มีคนรู้จักทำงานกับพฤกษาเลย ก็เลยไม่มีโอกาสได้รู้รายละเอียดว่าการจ่ายเป็นยังไง สิ่งที่แชร์กันออกมา บริษัทจ่ายจริงตามนั้นมั้ย หรือมีเงื่อนไขอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า
แต่ที่แน่ ๆ ทำเอาคนแถวนี้ตาร้อนกันเป็นแถบ

อยากได้มั้งอ้าาาาาา

นี่เป็นการทำ Employer Branding ที่มี impact แรงมากเลยนะ จากคนที่ไม่รู้จักว่า พฤกษา เรียลเอสเตท เป็นยังไง ผมว่าต้องมีจำนวนนึงล่ะ ที่กำลัง search อยู่ว่า พฤกษา มีตำแหน่งงานไหนว่างบ้าง

ใครไป search มาแล้วฝากดูด้วยนะครับเค้ารับ HR เพิ่มซักคนมั้ย ^^

กลับมาเปิดดูยอดโบนัสของตัวเองมั่งดีกว่า เมือวานผมเพิ่งเห็นยอดโบนัส
พอเห็นตัวเลขปุ๊บนะ รู้สึก เหมือนพี่หนุ่ย อำพล มาชวนยกมือขวาอยู่ข้าง ๆ หูเลย

“อยู่ดี ๆ เธอก็ให้มา ให้ความรักเรามา ให้มาทั้งตัวและหมดหัวใจ
เจอะเข้าแล้วเต็มเปา เจอะคราวนี้เต็มใบ เป็นไปได้ไง ไม่อยากเชื่อเลย”

‪#‎ไม่ต้องเช็คอายุนะเพลงนี้ตอนผมประมาณป5ล่ะมั้ง‬

แล้วคุณล่ะครับ เปิด Slip โบนัสมา นึกถึงเพลงอะไรกัน มาแชร์กันหน่อยซิ ^^

‪#‎HRTheNextGen‬

ภาษีคือหน้าที่ ข้อดีคือลดหย่อนได้นะเอ้อ

เห็นนั่งเงียบๆ (14).png

ผมทำงานพรุ่งนี้อีกวันเดียว นี่นั่งนับชั่วโมงถอยหลังอยู่ หึหึหึหึ

แต่มีอีกเรืองนึงที่ต้องจัดการก่อนสิ้นปีก็คือใช้สิทธิประโยชน์ภาษี

“ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี” นะครับ ไม่ใช่ “หลีกเลี่ยงภาษี”

“ผมไม่ให้บริษัทหักภาษีได้มั้ยอ่ะพี่ เดียวผมไปจัดการจ่ายของผมเอง ผมอยากเอาเงินมาหมุนก่อน” น้องใหม่คนนึงเคยถามผม

คำตอบคือ ไม่ได้ครับ สรรพากรบังคับให้นายจ้างต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายทันทีเมือมีการจ่ายเงิน มันไม่ใช่ option ว่าจะหักหรือไม่หักก็ได้ แต่มันคือข้อบังคับ ถ้าบริษัทไม่ทำ บริษัทก็มีความผิด ส่วนจะหักมากหักน้อย คำนวณยังไง ลองถาม HR ของน้องดู หรือจะ Google ก็ได้นะ ให้อธิบายตอนนี้มันยาว เผลอ ๆ จะมั่วเอาอีกแหนะ 5555

ถ้าสรรพากรไม่บังคับ บริษัทอยากจะหักมั้ย ผมว่าไม่อ่ะ เพราะบริษัทต้องเพิ่มขั้นตอนนี้ในส่วนการทำ payroll เข้ามา บริษัทไม่ได้อะไรเลยนะ แต่ทำเพราะมันเป็นหน้าที่ครับ

“เอ้อ พี่ ไหน ๆ พี่ก็หักภาษี ณ ที่จ่ายไปละ พอถึงเวลายื่นภาษี พี่ก็ทำให้ผมด้วยเลยดิ”

อันนี้ก็ตอบว่า ไม่ได้ครับ การยื่นภาษีเป็นเรืองส่วนบุคคลเนอะ บางคนอาจจะมีรายได้ทางอื่นนอกเหนือจากรายได้ที่บริษัทให้ HR ก็ไม่รู้หรอก (แต่อาจจะมีบางที่ทำให้กับพนักงานนะครับ อันนีั้ผมขอยืนตบมือให้เลย ^^)

ความรู้เรื่องภาษี เป็นความรู้พื้นฐานที่ HR จะต้องให้ความรู้กับพนักงานนะครับ สมัยที่ผมเป็น HR Business Partner ที่นึง เด็กเพิ่งจบ ปวส มาทำงานปีแรก เงินเดือนถูกหักไปก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่ เพราะไม่ได้เยอะ มาเกิดเรืองเอาตอนรู้ว่าจะได้โบนัสก้อนใหญ่นี่่ล่ะ นี่ก็มือเติบเลย ไม่รู้ยอดที่เห็นในจดหมายแจ้งโบนัส มันยังไม่ได้หักภาษี

Ship หายสิ ไปซื้อนู้น ซื้อนั่น ซื้อนี่ รูดบัตรเครดิตไว้ซะเท่ากับยอดโบนัสเลย พอวันเงินออก โดนหักภาษีไป ช็อคสิครับ !!!!! แทนที่จะดีใจกับโบนัสก้อนใหญ่ จ่อยเลยทีนี้

“พี่ ๆ ผมต้องซื้อ LTF มั้ยอ่ะพี่ โหหห มันต้องถือไปตั้ง 5 ปีเลยเหรอพี่ ได้คืนภาษีแค่ไม่กี่บาท ผมเอาไปกินเหล้าดีกว่า”

“เออ พี่เห็นด้วย เอาไปฉลอง ไปกินเหล้า ไปซื่้อของที่อยากได้เหอะว่ะ”

ผมแนะนำอย่างนี้จริง ๆ นะ ผมไม่ได้พูดเล่น ไม่ใช่ว่าไม่สนับสนุนให้ออมเงินนะครับ ออมได้ก็ดี แต่ผมมันพวกคิดเยอะ ถถถถถ สมัยผมทำงานใหม่ ๆ ก็มีพี่ ๆ มาชวนซื่อ LTF / RMF ซื้อประกันไว้ลดหย่อนภาษีนี่ล่ะครับ ปีแรก ๆ โบนัสก็ไม่ได้เยอะแยะเท่าไหร่ สมมติได้มา 50,000 บาท ถ้าผมซื้อกองทุนไป 20,000 บาท ผมได้คืนภาษีมา 2,000 บาท แต่ผมไม่สามารถใช้เงิน 20,000 บาท นั่นไปอีกตั้ง 5 ปีปฏิทินนะ

20,000 บาท ได้เงินคืนมา 2,000 บาท อดทนไป 5 ปีปฏิทินเทียบกับเอาไปซื่อของที่อยากได้

Tik Tok Tik Tok ….

ผมเลือกอย่างหลัง ใช้ตังดีกว่า Return ที่ได้มันยังไม่คุ้มพอเทียบกับความสุขที่ได้ซื้อของ

แต่ถ้าตอนนี้ล่ะ ฐานภาษีสูงขึ้นละ มากกว่า 10 % ละ มีอะไรลดหย่อนได้ พ่อกว้านซื่อจะเต็ม Max

ไม่ต้องเชื่อผมเรืองนี้นะ ใช้วิธีของคุณเองนั่นแหละครับ แต่ละคนมีความจำเป็นและมุมมองในการใช้เงินแต่ละช่วงอายุที่ต่างกันอยู่ละ

แต่ผมก็ยังยืนยันนะ การวางแผนการเงินเป็นเรืองสำคัญมาก อย่าละเลยที่จะเรียนรู้มัน และปรับใช้ให้เหมาะกับ Life Style ของคุณครับ

‪#‎เพจนี้ยังเป็นเพจHRอยู่นะยังไม่ใช่เพจเชียร์กองทุนเชียร์ประกัน‬ ^^

ข่าว Promotion ของสรรพากร ซื้อของช่วง 25 – 31 ธ.ค. เอามาลดหย่อนภาษีได้เพิ่มอีก 15,000 บาท อันนี้ตามข่าวกันดี ๆ เรืองข้อจำกัด หรือการเก็บหลักฐานใบกำกับภาษีนะครับ เก็บผิดเก็บถูก เดียวจะซวยได้ครับ

จ่ายภาษีเป็นหน้าที่ ผมยินดี แต่ถ้าอันไหนลดหย่อนได้ ผมก็ยินดีจะทำเช่นกันครับ ^^

‪#‎HRTheNextGen‬

จริง ๆ ที่นี่มันก็ดีอยู่อ่ะนะ

เห็นนั่งเงียบๆ (13)

หลาย content ที่ผ่านมา เอะอะ ก็ชวนลาออก เอะอะก็เปิด Job Fair ไม่พอใจก็ชวนหางานใหม่ ผมว่าเพจนี้ เริ่มจะถูกบริษัท นายจ้าง หรือ HR มองด้วยหางตาละ

หนักกว่านั้นคงเริ่มมีขบวนการสาปแช่งให้ปีนี้ผมโดนตัดโบนัส T_T

‪#‎เข้าใจผมใช่มั้ยว่าทำไมผมถึงยังไม่อยากให้ใครรู้จัก‬ 5555

หลายคนบ่นองค์กรว่าไม่ดีอย่างนั้น จ่ายก็น้อย ใช้งานก็หนัก โบนัสไม่มี โอทีไม่จ่าย หัวหน้าก็ห่วย ลูกน้องก็กาก โว้ยยยยยยยยยยยยย นี่ผมไม่ได้อินเนอร์นะ ผมแค่รวบรวมจากที่หลาย ๆ คนบ่นมา

และร้อยละเท่าไหร่ไม่รู้ที่คนบ่นว่าจะออก จะออก มักจะอยู่จนนู่น รับทอง 10 ปีมั่ง 20 ปีมั่ง ก็ไม่เห็นจะไปไหน

ธรรมดาของมนุษย์ เรามักจะมองเห็นจุดดำเล็ก ๆ และพูดถึงมันมากกว่าพื้นที่สีขาวตั้งเยอะในกระดาษแผ่นหนึ่งเสมอ – ใครคนนึงได้กล่าวไว้่

ผมก็เป็นนะ บ่นมันอยู่นั่นล่ะ ไอ้เรื่องเดิม ๆ เนี่ย แต่พอได้อะไรดี ๆ เงินเดือนขึ้นดี ได้โบนัส ได้โปรโมท ผมก็ไม่พูดหรอก แต่พอโดนหักนู่นนี่ สวัสดิการไม่พอใช้ โหย อารมณ์ขึ้น เดียวพ่อชิงลาออกซะหนิ

ได้ข่าวว่าอยู่ที่นี่มา 7-8 ปีละ 5555

แล้วทำไมผมยังไม่ไปไหน ? คำตอบแรกที่ได้คือ ไม่รู้จะไปไหนว่ะ จริง ๆ ที่นี่มันก็ดีอยู่อะนะ พอเทียบกับที่อื่น ๆ ที่เคยได้ข้อเสนอมา ก็เลยไม่ไปดีกว่า

“จริง ๆ ที่นี่มันก็ดีอยู่อ่ะนะ …. มันก็ดีอยู่อ่ะนะ … มันก็ดีอยู่อ่ะนะ ….”
(เพื่อเพิ่มอรรถรส โปรดอ่านด้วยเสียง Echo)

ผมพูดเสมอว่าทุกคนมีทางเลือก พอมีทางเลือกก็เกิดการเปรียบเทียบ หลาย ๆ ครั้งการมีทางเลือกทำให้เราปวดหัว และปวดใจมากซะกว่าการที่เราไม่มีทางเลือกซะอีก

คนที่เลือกจะไป จะด้วยเหตุผลหรืออารมณ์ก็ตาม เพราะมองว่าที่ใหม่น่าจะมีอะไรที่ดีกว่า แต่คนที่มีทางเลือกแต่ยังไม่ไปล่ะ ทำไม ? อะไรที่ดึงเราไว้ ?

ทำงานที่นี่มา 7-8 ปี ผมก็มีช่วงที่ weak มาก จนอยากจะลาออก หรือบางช่วงไม่ weak แต่ peak มาก ซักช่วงไม่เกิน 2 ปีที่ผ่านมามีบริษัท Offer ตำแหน่งมาให้ผม 3-4 ที่ได้ แต่ผมก็ยังไม่ไปทั้งที่เงินก็ดีกว่า ตำแหน่งก็สูงกว่า

ผมตอบตัวเองได้ว่า ผมเสียดายสังคมที่นี่นะ ผมเสียดายความสัมพันธ์ที่นี่ ผมเสียดายการมีตัวตน และโอกาสอีกหลาย ๆ อย่างที่ที่นี่บอกว่าจะมีให้ผม ถึงมันเสี่ยงว่าสุดท้ายเค้าจะให้อย่างที่เค้าบอกหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ก็ผมยังพอเห็นว่าอยู่ที่นี่ผมมีอนาคต และน่าจะมีเรืองสนุก ๆ ให้ผมทำ

อีกอย่างผมก็กลัวว่าที่ทำงานใหม่จะไม่มี Free Wifi ให้ใช้ คงเซ็งตายเลยถ้าไม่ได้เล่น FB ดู Youtube ในเวลางาน ^^

แล้วคุณล่ะครับ ตอบตัวเองได้รึเปล่าว่าทำไมคุณยังอยู่ที่นี่ แล้่วที่นี่มันดีกว่าที่อื่นยังไง ?

‪#‎HRTheNextGen‬

Employer Branding ..ใครทำ ?

เห็นนั่งเงียบๆ (12).png

“I have to apologize, the First Runner up is Columbia

Miss Universe 2016 is Philippines ”

ความผิดพลาดของ Steve Harvey ในการประกาศผล Miss Universe ทำให้ Columbia เป็นนางงามจักรวาลที่ส้นที่สุดในประวัติศาสตร์ คือครองมงกุฎแค่ 5 นาที่เท่านั้น

น่าสงสารนะครับ ทั้ง Steve Harvey เองที่น่าจะโดนถล่มเละ ความผิดหวังของ Miss Columbia และ Moment ความสุขสุดยอดที่หายไปของ Miss Philippines รวมไปถึงความน่าสงสัยในการตัดสินว่าจริง ๆ แล้วใครได้มงกุฎกันแน่ มีการเปลี่ยนโพยเอาวินาทีสุดท้ายหรือเปล่า

ผมว่าการประกวดนางงามก็เหมือนการสรรหาคนเข้ามาทำงานครับ ยิ่งเวทีดัง ได้ตำแหน่งแล้วมีโอกาสได้งานมากขึ้น ได้เป็นนักแสดง ต่อยอดไปทำนู่นนี่ ใคร ๆ ก็อยากมาสมัคร เทียบกับเวทีที่ไม่มีชื่อเสียง นางงามตัวท็อปทั้งหลาย ก็คงจะไม่อยากไปลงประกวดให้เสียเวลา

บริษัทที่มี Employer Branding ที่แข็งแรงก็เช่นกัน ใคร ๆ ก็อยากมาสมัคร ไปร่วมงาน Job Fair ทีก็คนรุม ใบสมัครวิ่งเข้ามาทุกวัน แม้แต่ช่วงที่ไม่ได้เปิดรับสมัคร พอมีตัวเลือกเยอะ โอกาสที่จะตั้งเกณฑ์ขั้นต่ำ เพื่อ Screen คนที่เหมาะสมก็มีมากขึ้น เกรดไม่ถึงลงกล่องซ้าย ภาษาอังกฤษดีไปกล่องขวา เป็นผู้เลือกมากกว่าเป็นผู้ถูกเลือก

แล้วทำไมบางบริษัทถึงยังไม่ให้ความกับ Employer Branding ล่ะ ก็อยากจะให้ความสำคัญนะคะ แต่ว่า ฝ่าย Brand & Marketing เค้าไม่เล่นด้วยอ่ะคะ เค้าบอกไม่ใช่หน้าที่เค้าอ่ะค่ะ

เออ แล้วมันหน้าที่ใครล่ะ …..

มาตีความกันใหม่นะครับ คนที่ต้องการให้มีผู้สมัครวิ่งเข้าหาเราเยอะ ๆ อยากได้คนเจ๋ง ๆ มาร่วมงานกับบริษัทคือใคร ? Recruiter มั้ย ? หรือ HR มั้ย ? งั้นก็ต้องตีความว่า ผู้สมัครก็คือลูกค้าเราสิ ถ้าผู้สมัครคือลูกค้าของ HR งั้นก็ต้อง HR นี่แหละครับที่จะต้องทำเรือง Employer Branding

Employer Branding แปลกันแบบขวานผ่าซากก็คือ ภาพลักษณ์ของนายจ้างนี่ละครับ จะนายจ้างร่ำรวย นายจ้างกระเป๋าหนัก นายจ้างใจดี นายจ้างอบอุ่น นายจ้างนางฟ้า นายจ้างหล่อวัวตายความล้ม

Employee Branding จะเป็นแบบไหน อยู่ที่การกำหนดนโยบาย โดยมีพนักงานปัจจุบัน และพนักงานที่ลาออกไปแล้วนี่ล่ะครับ เป็น Brand Ambassador เพราะถ้าบริษัทกำหนดภาพลักษณ์ของบริษัทออกมาอย่างสวยหรู พยายามจะสื่อออกมาว่า เป็นนายจ้่างกระเป๋าหนัก เป็นองค์กร Modern แต่พนักงานปัจจุบันกลับบอกว่า เฮ้ย ไม่เห็นจะเป็นอย่างนั้นเลย อย่าโม้ไปหน่อยเลยน่ะ แบบนี้แป้กชัวร์ครับ

การสร้าง Employer Branding จึงต้องสร้างจากภายใน แล้วส่งมาให้่ถึงภายนอก โดยมีพนักงานปัจจุบันของเรานี่ล่่ะครับ ช่วยเป็นกระบอกเสียงที่สำคัญให้กับองค์กร

ดังนั้น อย่าหลงทางสร้างเปลือกไม้กันนะครับ เพราะถ้าแก่นไม้ปลวกกินไปหมดแล้ว พอเจาะเปลือกเข้ามากลวงโบ๋ ต้นไม้่ต้นนี่ก็อยู่ได้ไม่นานครับ

#HRTheNextGen

คุณเป็นคนเก่ง แต่ก็ต้องทำให้คนรักด้วย

career landscape (5).png

สิ้นปีนี้ SCG จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้งนึง

คุณกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ จะเกษียณอายุการทำงาน และได้แต่งตั้งให้คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส รับหน้าที่นี่แทนตั้งแต่ 1 มกราคม 2559 เป็นต้นไป

จากหลาย ๆ บทความที่เคยอ่านคุณกานต์จะให้พนักงานในบริษัทเรียกคุณกานต์ว่า พี่กานต์ จะเรียกน้า เรียกลุงก็ได้ แต่คงไม่มีใครกล้าเรียก – คุณกานต์ว่าอย่างนั้น (ที่มา :http://goo.gl/dTre5t)

งั้นผมขอถือวิสาสะ เรียกพี่กานต์ด้วยละกันนะ

จากที่เคยอ่านประวัติมา พี่กานต์เป็นลูกหม้อ SCG คนนึงเลย บ้านก็อยู่แถวบางซื่อ ฝึกงานที่ปูน ฯ (สมัยนั้นยังเรียกว่าปูน ฯ อยู่) จนมาเป็นวิศวกร และเติบโตมาเรื่อย ๆ จนมาเป็นเบอร์ 1 ของ SCG

ใครที่ถามหาว่า Promote from Within มีที่ไหน … ที่นี่แหละครับที่มีให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม

พี่กานต์เล่าในบทความหนึ่งว่า คุณชุมพล ณ ลำเลียง ผู้ส่งมอบตำแหน่งและเป็น Mentor ให้กับพี่กานต์ได้บอกว่าพี่กานต์ว่า

“คุณเป็นคนเก่ง แต่ก็ต้องทำให้คนรักด้วย”

ผู้นำทีจะเจ๋งจริง ไม่ใช่แค่ได้งาน แต่ต้องได้ใจคนด้วย

“อยากให้น้อง ๆ ใกล้ชิดกันแค่นั้นเอง คิดว่าถ้าเรียกพี่ได้น้องๆจะสบายใจขึ้น ต้องยอมรับว่าเมื่อก่อนเรียกคุณบ้าง เรียก กกญ.(กรรมการผู้จัดการใหญ่)บ้าง ดูแล้วห่างเหินมาก อยากให้ใกล้ชิดกัน ส่วนใหญ่น้องๆก็ไม่กล้าเรียก จะเรียก “คุณกานต์ๆๆ” อยู่ ต้องย้ำ 3-4 ครั้งถึงจะยอมเรียก”

การให้พนักงานในองค์กร เรียกผู้นำว่าพี่เหมาะเหรอ ? เรียกคุณ เรียกท่าน มันดูให้เกียรติมากกว่านะ ? อายุเท่าป้า ให้หนูเรียกพี่ หนูไม่กล้าเรียกอ่ะคะไม่ต้องมาเรียกผมพี่ ผมลูกคนเดียว !!!!

จะเรียกว่าอะไร จะให้เป็นยังไง ผมว่ามันขึ้นอยู่กับว่า เราอยากสร้างวัฒนธรรมองค์กรอย่างไร ซึ่งวัฒนธรรมองค์กรที่สร้างกันขึ้นมา ก็ไม่ได้สร้างมาเล่น ๆ เป็นคำพูดเก๋ ๆ เท่ ๆ ชิค ๆ คูล ๆ แต่เพื่อเพิ่มศักยภาพขององค์กรต่างหาก

อย่างที่พี่กานต์บอก การให้น้อง ๆ เรียกพี่ น้องจะได้สบายใจ พอเกิดความสบายใจ น้อง ๆ ก็จะกล้าพูด กล้าแสดงความเห็น กล้านำเสนอความคิดใหม่ ๆ แต่ถ้าน้อง ๆ กลัว กระทั่งหัวหน้าก็ต้องเรียกคุณเรียกท่าน จะมีซักกี่คนที่จะกล้านำเสนอเรื่องใหม่ ๆ ถ้าไม่มีเรืองใหม่ ๆ องค์กรก็จะหยุดนิ่ง เติบโตต่อไม่ได้

Rome wasn’t built in a day วัฒนธรรมองค์กรก็เช่นกัน และที่สำคัญทำคนเดียวไม่ได้ และที่สำคัญกว่านั้น

เบอร์ 1 ต้องขยับก่อน ทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง และทำอย่างสม่ำเสมอด้วยครับ ถ้าแม้แต่เบอร์ 1 ยังไม่ทำ เบอร์ตามหลัง หรือเบอร์ตองเบอร์ไหน ขยับแรงแค่ไหน มันก็ไม่กระเพื่อมไปทั้งองค์กรได้

สำหรับพนักงานตัวเล็ก ๆ อย่างพวกเรา เมื่อเราเข้าไปอยู่ในองค์กรแล้ว หน้าที่ของเราคือเข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม แต่ถ้าเราหลิ่วตาจนตาจะเหล่อยู่ละ ไม่ไหวละ วัฒนธรรมแบบนี้ไม่ใช่เราจริง ๆ อยู่ไปก็อึดอัด เราก็ต้องลี้ภ้ยครับ เพราะเราคงไม่มีอำนาจที่จะไปเปลี่ยนวัฒนธรรมขององค์กร

ส่วนน้อง ๆ ที่กำลังจะสมัครงาน ก็อย่าลืมศึกษาวัฒนธรรมองค์กรที่เราจะเข้าไปนะครับ เพราะถ้าน้องติดกระดุมผิดตั้งแต่ต้น เข้าไปก็อึดอัด อยู่ไมไ่ด้ เสียเวลากันทั้งสองฝ่าย

ผมย้ำนะครับ วัฒนะ แปลว่า ความเจริญ ความงอกงาม

ไอ่พวกการไม่ตรงต่อเวลา ขี้โม้ โอ้อวด เช้าชามเย็๋นชาม แบบนั้นไม่ใช่วัฒนธรรมองค์กรครับ ^^

‪#‎HRTheNextGen‬

ประท้วงโบนัส ระวังเงิบ !

เห็นนั่งเงียบๆ (4)

เมือวานนี้ (DEC 9) มีดราม่าเรืองการประท้วงให้จ่ายโบนัสของบริษัทแห่งหนึ่ง บริษัทจ่ายมีมติจ่ายให้ในอัตราหนึ่ง แต่พนักงานเห็นว่า ควรจะจ่ายได้มากกว่านี้ จึงออกมาประท้วงกัน
 
จริง ๆ สัปดาห์นี้ว่าจะเขียนเรื่องเบา ๆ หนีจากเรืองเงินเรืองทอง แต่ก็หนีไม่พ้น ถถถถถถถถ
 
ผมขอไม่เอ่ยชื่อบริษัท และสถานการณ์นะครับ กลัวซวย 555 ใครอยากรู้ลองไปตามข่าวกันดู แต่แอบบอกว่าพอไป google ดูแล้ว นี่ไม่ใช่ปีแรกที่มีการประท้วงในลักษณะนี้ของบริษัทนี้ รวมทั้งผมไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง กระบวนการในการจัดงบประมาณการจ่ายโบนัสของบริษัทนีั้ด้วย
 
ดังนั้น ขอผ่านครับ No Comment
 
แต่มีประเด็นนึงที่อยากอยากจะแชร์นะครับ ก่อนทีบริษัทอื่นๆ ที่พอเห็นว่าประท้วงแล้วได้ผล จะไปเอาอย่างบ้าง ปรากฎ เงิบ !!! ไม่ได้ดูกฎหมายแรงงาน และระเบียบข้อกฎหมายไปก่อน ไปนัดชุมนุมประท้วงกันเลย ระวังจะโดนเด้งนะครับ
 
“กฎหมายไม่ได้บังคับให้นายจ้างต้องจ่ายโบนัสให้กับลูกจ้าง” ยกเว้นว่ามีการตกกลงในสัญญาจ้างงาน หรือในข้อบังคับเกียวกับการทำงาน หรือข้อตกลงสภาพการจ้าง (นายจ้างที่มีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป จะต้องมีข้อบังคับกี่ยวกับการทำงาน) ถ้านายจ้างหรือบริษัทไม่ได้ระบุเรืองโบนัสไว้ในเอกสารพวกนี้เลย สิ้นปีมาไม่จ่ายโบนัส ก็ไม่ผิดนะครับ
 
แล้วถ้ามาชุมนุมประท้วงกัน หยุดทำงาน หยุด Line ผลิต บริษัทเกิดความเสียหาย ระวังจะโดนไล่ออกแบบไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยนะครับ
 
ย้ำอีกทีว่าเรืองของบริษัทที่มีประเด็น ผมไม่มีข้อมูล (ไม่ต้องให้ข้อมูลผมนะ 555) ขอไม่ออกความเห็นครับ แต่ละบริษัทย่อมมีนโยบาย และวิธีการจ่ายผลตอบแทนที่แตกต่างกัน ไม่มีผิดไม่มีถูก มีแค่รับได้หรือไม่ได้เท่านั้น
 
หลาย ๆ ครั้งเราจะเจอว่า เฮ้ย กำไรเยอะแยะ จะแบ่งมาให้ลูกจ้างบ้างจะเป็นไรวะ ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก
 
กรณีนี้ก็จะคล้าย ๆ ประเด็นดรามา เวลาดาราซื่้อกระเป๋าแพง ๆ แล้วมีคนมา comment ว่า ทำไมไม่เอาเงินมาทำบุญ !!!!!
 
คือมันเงินเค้า มันเป็นสิทธิของเค้านะครับ เงินเดือนสวัสดิการเค้าจ่ายให้ตามที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว การไม่จ่ายโบนัส มันก็ไม่ใช่เรืองผิด
 
ส่วนฝั่งบริษัท หรือนายจ้าง อย่างที่รู้ ๆ กันละครับ เรื่องผลตอบแทนเป็นแรงจูงใจอันดับต้น ๆ ของพนักงาน เมื่อบริษัทมีกำไร ซึ่งก็มาจากผลของความทุ่มเทแรงกายแรงใจของพนักงานทุกคน โบนัส ก็เป็นขวัญกำลังใจที่ดีมากที่จะตอบแทนให้กับพนักงานเช่นกัน แล้วพนักงานก็เป็นหนึ่งใน Stakeholder ของธุรกิจ ที่บริษัท หรือผู้บริหาร จะต้องให้ความใส่ใจ ไม่แพ้ผู้ถือหุ้น หรือส่วนอื่น ๆ เช่นกันครับ
 
“ใจเขา ใจเรา” อีกแล้วสินะครับ
 
ปล. มีโบนัสให้ผมมั้ย ?
 
#ฝากงานฝากร้านInBoxมานะครับลงในCommentลบทันทีนะครับ
 
#HRTheNextGen