คนเก่งที่ไม่รู้จักฟังคนอื่น

เห็นนั่งเงียบๆ (32).png

29.01.2016

เมื่อคืน Warm Up เยอะไปนิด ตืนสายเลย แหะ ๆ เดี่ยวอาบน้ำอาบท่า ละจะไปหากาแฟแถว ๆ นิมมานละครับ คงได้เดินสายกินกาแฟหลายร้านเลย

เมื่อวันก่อนนู้น ผมมีเรืองหงุดหงิดมากตอนประชุมงาน คือช่วงนี้มันมีประชุมเยอะนะครับ บางเวลาอารมณ์ก็ไม่ค่อยจะดีเหมือนหน้าตาซักเท่าไหร่ ที่ทำให้ Level ความหงุดหงิดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ คือ

คนหลายคน ได้รับการยอมรับจากคนมากมายว่าเป็นคนเก่งนะครับ จะด้วย Profile ที่เค้ามี หรือจะความสำเร็จในอดีตของเค้าก็เหอะ โอเค ยอมรับว่า เอ็งเก่ง เอ็งเจ๋ง เอ็ง Cool เอ็งโคตรเทพเลย

แต่ไอ้การที่ไม่ฟังคนอื่นเลย ทำตัวเป็นศูนย์กลางจักรวาลตลอดเวลา ความเก่งที่มีอยู่มันก็โดนบังด้วยการไม่ได้รับความร่วมมือจากคนอื่น

พี่กานต์ SCG เคยบอกไว้ เก่งอย่างเดียวไม่ได้ ต้องให้คนรักด้วย

แล้วคนเก่งที่ไม่ฟังใครเนี่ย ใครจะไปรักลงล่ะครับ

ประชุมงานกัน ก็เอาแต่พูดอยู่ฝ่ายเดียว ตัดสินใจมากจากบ้าน ใครจะ present อะไรนำเสนออะไร ก็ไม่ได้ฟัง มือจิ้มโทรศัพท์ไปสิ พอได้ยินอะไรที่ไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองอยากได้ หรืออยากทำ ก็เงยหน้าขึ้นมาแย้งทันที โดยที่ไม่ได้ดู หรือฟังอย่างเข้าใจถึงสิ่งที่คนอื่นกำลังนำเสนอ

คนเก่งประเภทนี้ สอบตกข้อแรกคือการให้เกียรติคนอื่น อย่าเป็นแบบนี้เลยนะ ผมไหว้ล่ะ หึหึหึ ลด ๆ ลงมั่งเหอะนะ อีโก้เอย อัตตาเอย ไม่ได้เป็นห่วงหรอกนะ ขี้เกียจจะเถียงด้วย เถียงทีไรก็แพ้ 555

ลองคิดดูใหม่นะครับ ถ้าคุณเจ๋ง คุณเก่งแล้ว คุณได้รับความชื่นชมจากคนอืนไปแล้ว คุณต้องให้เค้ากลับมาด้วย ง่าย ๆ เลยคือฟังในสิ่งที่เค้าพูด เค้านำเสนอ

เค้าไม่เก่งเท่าคุณ อันนี้แน่นอนอยู่ละ แล้วไม่ต้องกลัวด้วยว่าใครจะเจ๋งไปกว่าคุณ แต่คุณจะเจ๋งไปกว่าเดิมอีก ถ้าคุณรู้จักฟังคนอื่น แล้วช่วยกันปรับเอาไปใช้ให้เหมาะสม หรือถ้าเค้าพูดผิด หรือเข้าใจผิด ก็ควรต้องเป็นคนเก่งอย่างคุณนี่ล่ะครับ ที่จะต้องเปลี่ยนความเข้าใจของเค้าให้ถูกต้อง

แต่ถ้าคุณไม่ฟัง คุณก็จะไม่รู้เลยว่าเค้าเข้าใจถูก หรือเข้าใจผิด แล้วถ้าคุณตัดสินไปเลยโดยไม่ฟังใคร คุณก็จะกลายเป็นคนเก่งที่อาจจะมีแต่อำนาจ แต่ไม่บารมี และไม่มีใครรักเลย

อยากเป็นแบบนั้นเหรอครับ

ปล. คืนนี้ที่เดิม ^^

#HRTheNextGen

จู้จี้จัง (วะ)

เห็นนั่งเงียบๆ (31).png

28.01.2016

“หัวหน้าจะมาจู้จี้อะไรกับผมนักหนาวะพี่ สั่งงานที่เดียวผมก็รู้เรืองละ จะอะไรนักหนา ย้ำคิดย้ำทำอยู่นั่นอ่ะ”

เสียงบ่นบนโต๊ะกินข้าว Gen Y อายุงาน 2-3 ปี

“คราวที่แล้วเมิงเพิ่งจะทำงานพลาด เพราะเมิงลืมดูตารางงาน เมิงจะให้เค้าไว้ใจเมิงได้ไงวะ ฟายยยย”

เสียงตอบกลับจาก Gen Y รุ่นแรก ๆ

เบื่อมั้ยครับ กับการโดนหัวหน้าตามงานแบบจู้จี้ ถามตลอดว่าอะไรถึงไหนแล้ว นั่นทำยังนี่ทำยัง

เอ๊ะ อาจจะมีคนชอบแบบนี้ก็ได้นะ

เบื่อมั้ยครับ กับการที่ต้องตามงานลูกน้องแบบเช้าตามที บ่ายตามที่ เย็นตามอีกที เพราะกลัวมันลืม กลัวมันไม่ทำ กลัวมันทำไมไ่ด้แล้วมันไม่ยอมบอก

น่าเบื่อนะ แทนที่จะมีเวลาไปนั่งกินกาแฟเบาๆ ริมหน้าต่าง 5555 ชิลกว่ามานั่งปากเปียกปากแฉะตามงานพวกเอ็งตั้งเยอะ

อันนี้เสียงจาก Gen X

Baby Boomer ยังไม่ต้องมานะ เอาแค่ X กับ Y ก่อน

แล้วเมื่อไหร่ เราจะเลิกตามงานกันแบบจู้จี้จุกจิกกันได้ซะทีล่ะครับ ?

สมมติว่าผมเป็นหัวหน้า เวลามอบหมายงานให้น้องทำ ผมจะดู 2 อย่าง คือ น้องมันเก่งในเรืองงานนั้นมั้ย กับน้องมันมีความรับผิดชอบมั้ย

เซียนอยู่แล้ว แถมความรับผิดชอบสูงอีก แบบนี้ไม่ต้องไปตามเลย บอกว่าจะเอาอะไร กับต้องการเมื่อไหร่ อย่าไปจู้จี้ถามอะไรเยอะแยะ มันน่ารำคาญ นั่งหล่อ ๆ รองานจากน้องดีกว่าครับ

เซียนอยู่ละ แต่เหลวไหล ทำงานชั่วโมงนึง เล่นไลน์ 2 ชั่วโมง FB อีกชั่วโมง เจอแบบนี้ต้องให้งานไป แต่จะรอให้งานเสร็จทีเดียวแล้วมาส่งไม่ได้ ให้กำหนดว่างานแต่ละขั้น แต่ละ step ต้องเสร็จเมื่อไหร่ ให้ dead line เป็นระยะ ๆ

ไม่รู้เรื่องนี้เลย แต่ความรับผิดชอบสูงมาก อันนี้ต้องสอนงานก่อน แล้วไม่ต้องไปตามเลย เพราะเค้าจะมาตามเราเอง ยิ่งเค้ารับผิดชอบสูงแค่ไหน เค้ายิ่งมองหาเราถี่เลย เพราะเค้าอยากให้งานเค้าเสร็จ เค้าจะถามใครได้ ก็ต้องถามเรานี่ล่ะ เผื่อเวลาไว้ให้เค้าเยอะ ๆ

ไม่รู้เรื่องเลย แถมยังจะเหลวไหลอีก …… เจอแบบนี้ ถ้างานด่วนผมทำเองนะ ไม่ส่งงานให้ทำอ่ะ เสี่ยงจะเสียงานชิบ แต่ถ้าจำเป็นต้่องส่งต่อให้เค้าทำ จี้เลยครับ จะว่าเราจู้จี้จุกจิก ปล่อยให้บ่นไป ถ้างานเสีย งานเหลว ผลเสียหนักกว่าโดนลูกน้องบ่นซะอีก

หัวหน้าต้องแยกคนให้ออกนะครับ จะได้ทำงานกันสบาย ๆ

ปล. เย็นนี้ผมจะบินไปเชียงใหม่ มีร้านกาแฟชิลๆ แถวนิมมานแนะนำมั้ยครับ พรุ่งนี้ว่าจะไปนั่งชิลทำงาน ส่วนคืนนี้ฝากจองโต๊ะที่ Warm up หน่อยสิ เอาทำเลแหล่ม ๆ นะครับ ^^

‪#‎HRTheNextGen‬

 

 

 

เทพ !!

 

เห็นนั่งเงียบๆ (30).png

27.01.2016

หนาวววววววววววววววว

อาบน้ำไปทำงานกันป่าวหนิ หึหึหึหึ

หนาวขนาดนี้ แค่ได้นอนซุกผ้าห่มหนา ๆ ก็ฟินละ แต่ถ้ากอด … จะยิ่งฟินกว่า 555555 แต่อากาศเปลียนแปลงขนาดนี้ ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ

อากาศหนาวอย่างนี้ที่น่าสนุกอย่างนึงก็คือแฟชันในออฟฟิส เหอ ๆ ๆ พร๊อบนี่แน่นกันถ้วนหน้าเลย เอิ้ก ๆ ๆ

ช่วงนี้ตุ๊กตาลูกเทพมาแรงจริง ๆ นะ มาทุกวงการเลย แล้ว HR อย่างผมล่ะ มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกับเค้ามั้ย

ผมยังไม่มีคนใกล้ตัว หรือในออฟฟิศผมยังไม่เห็นนะ พนักงานที่ถือตุ๊กตาลูกเทพมาทำงานด้วย ว่ากันตรงไปตรงมา ผมก็มองว่าเป็นสีสันนะครับ เวลามีคนแซวเรื่องนี้ใน Social Media หรือจะพูดถึงกันในโต๊ะกินข้าว ก็มีขำไปกับข่าวบ้าง ฮือฮาไปกับแผนการตลาดของหลาย ๆ สินค้าบ้าง รวมทั้งอึ้งไปกับข่าววันก่อนว่าใช้ตุ๊กตาลูกเทพขนยา !!!!

“ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่” จริง ๆ ผมไม่ค่อยชอบคำนี้เท่าไหร่เลย ผมรู้สึกว่ามันเป็นการปิดกั้น ไม่ให้เรากล้าที่จะพิสูจน์ว่าไอ้ที่เราบอกว่าไม่เชื่อนี่ จริง ๆ มันเป็นยังไง กรณีของลูกเทพ ผมเองก็ไม่เชื่อนะว่าจะมีอิทธิฤทธิ์ช่วยเหลือเราได้ แต่ยังไงซะ ไอ้การไม่เชื่อของเราเนี่ย ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไปมีสิทธิ์ที่จะไม่ให้เกียรติความเชื่อของคนอื่น

ก่อนหน้านี้ ผมว่าผมเคยพูดเรืองการให้เขียนไว้ซัก Post นึงนี่ล่ะ แต่จำไม่ได้ว่า Post ไหน 5555 แต่ไม่ว่าจะยังไง ผมก็ยังยืนยันว่า การให้เกียรติคนอื่น เป็นพื้นฐานสำคัญของการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข

จริงมั้ยครับ

ทีนี้ มาทางฝั่งคนที่มีตุ๊กตาลูกเทพกันบ้าง เมื่อคนอื่นให้เกียรติคุณแล้ว คุณก็ต้องให้เกียรติคนอืนด้วยเช่นกัน และวิธีการให้เกียรติที่สำคัญอย่างนึงก็คือ ต้องไม่ไปเบียดเบียน และไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนนะครับ

โดยเฉพาะเวลาที่ไปใช้บริการต่าง ๆ ไปกินข้าว ไปทำผมทำเล็บ ไปหาหมอ ไปออกกำลังกาย ก็ให้มีสติกับพนักงานที่ให้บริการด้วยนะครับ ทุกที่มีระเบียบ มีกติกาของเค้าอยู่ และหลายๆ ครั้งน้อง ๆ ที่ให้บริการก็เป็นพนักงานตัวเล็ก ๆ พอมีอะไรที่แตกต่างไปจากปกติ เค้าก็อาจจะไม่สามารถตัดสินใจได้ทันที แล้วความเข้าใจในความเชื่อของเรา ความศรัทธาต่อลูกเทพที่เรามี ก็อาจจะมีไม่มาก ขอให้เห็นใจน้อง ๆ เค้าด้วยนะ ทำบุญกับตุ๊กตาลูกเทพได้ ก็ขอให้ทำบุญกับเพื่อนมนุษย์ด้วยกันด้วยนะครับ

ส่วนบริษัท เจ้าของธุรกิจ ผู้จัดการ หรือหัวหน้า ที่ดูแลน้อง ๆ พนักงานที่ต้องเจอ ต้องให้บริการกับลูกค้าโดยตรง ไม่ใช่แค่เฉพาะลูกค้าที่มาพร้อมลูกเทพหรอกนะครับ แต่ลูกค้าทั้งหมดนี่ล่ะ เวลาเกิดปัญหาอะไรแบบนี้ ก็ต้องมีมาตรการในการรับมือจริงมั้ยครับ (ในสื่อก็พอเห็นบ้างละ ทั้งตั๋วเครื่องบิน ทั้งร้านอาหาร พลิกวิกฤตเป็นโอกาสกันเลย) ต้องเห็นใจน้อง ๆ พนักงานกลุ่มนี้ด้วยนะครับ อย่าคิดแค่ว่าจะขาย ต้องให้บริการ โดยไม่ดูเลยว่าอะไรถูกอะไรผิด ลูกค้าผิดก็มีถมเถไป จะใช้มาตรการอะไร ก็นึกถึงใจน้อง ๆ พนักงานกันด้วยครับ

“ใจเขา ใจเรา” ใช้ได้ทุกที่จริง ๆ นะเนี่ย

‪#‎HRTheNexGen‬

บริหารความสุขให้คนในองค์กรแบบ MBK GROUP

career landscape (13).png

26.01.2016

“หลาย ๆ คนเข้าใจว่า MBK คือธุรกิจศูนย์การค้า ซึ่งก็ถูก แต่นั่นแค่ 1 ใน 6 ของธุรกิจของ MBK GROUP” คุณเกษมสุข จงมั่นคง รองกรรมการผู้อำนวยการสายการเงิน และบริหาร บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) เล่าให้ผมฟัง

“นอกจากธุรกิจศูนย์การค้า ที่ทุกคนรู้จักแน่ ๆ คือ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พาราไดซ์ พาร์ค เดอะไนน์ และ ศูนย์การค้า HaHa ก็เป็นของ MBK Group ด้วยเหมือนกัน แล้วก็ไม่ใช่แค่ธุรกิจศูนย์การค้าเท่านั้น MBK GROUP ยังมีธุรกิจหลักอีก 5 ธุรกิจ ทั้งธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส โรงแรมดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ท ลยานะ รีสอร์ท แอนด์ สปา เกาะลันตาใหญ่ โรงแรมทินิดี ระนอง และโรงแรมทินิดี กอล์ฟ รีสอร์ท แอท ภูเก็ต นี่ก็ของเราทั้งหมด

ธุรกิจกอล์ฟ เรามีอยู่ 4 สนาม  Red Mountain Golf Club และ Loch Palm Golf Club ใน จ. ภูเก็ต Riverdale Golf Club และ Bangkok Golf Club ใน จ. ปทุมธานี

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์  โครงการควินน์คอนโดมิเนียม รัชดา 17 โครงการสบายวิลเลจ และโครงการดิ อินดี้ ใน จ. ภูเก็ต ซึ่งเราบริหารงานโดยบริษัท แปลน เอสเตท จำกัด

ธุรกิจอาหาร รู้จัก “ข้าวมาบุญครอง” ใช่มั้ย นั่นก็ของเรา ธุรกิจศูนย์อาหารนานาชาติ THE FIFTH Food Avenue ชั้น 5 และศูนย์อาหาร MBK Food Island ชั้น 6 MBK Center ร้านอาหารสุกี้ยากี้ นัมเบอร์วัน รวมทั้งธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น ฟูจิโอะ โชกุโด และซูรุมารุ อุด้ง ฮอนโปะ ก็ของเราทั้งหมด

ธุรกิจการเงิน บริษัท เอ็ม บี เค การันตี  จำกัด ให้บริการสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับชาวต่างประเทศและสินเชื่อระยะสั้นสำหรับวงเงินประเภท Bridging Loan และบริษัท ที ลิสซิ่ง จำกัด ให้บริการสินเชื่อรถจักรยานยนต์ใหม่

เนี่ยครับ ธุรกิจที่มีทั้งหมดของ MBK GROUP และในอนาคตเราก็ยังจะต้องพัฒนาและขยายธุรกิจของเราต่อไป

HR The Next Gen : MBK GROUP ขยายธุรกิจไปมากขนาดนี้ แล้วมีแผนในเรื่องคนยังไงบ้างครับ

อย่างแรกเลยคือเราผูกเอา แผนเรื่องคนให้ไปด้วยกันกับแผนกลยุทธ์ขององค์กร ในแผนธุรกิจของเรา เราจะคุยกันด้วยเรื่องการเตรียมคน และพัฒนาคน ธุรกิจกำลังขยายไปในทิศทางแบบนี้ คนของเรามีพร้อมมั้ย ทั้งจำนวนและความสามารถ Competency ของคนเราที่มีอยู่ในปัจจุบัน สามารถเอาไปใช้ในธุรกิจใหม่ได้หรือเปล่า หรือเราต้องไปหา Competency จากภายนอกเข้ามาเสริมทีม หรือจะพัฒนาเอง เราจะพัฒนาให้ทันธุรกิจได้หรือเปล่า นี่คือสิ่งที่ MBK GROUP คิดควบคู่ไปกับการพัฒนาธุรกิจของเรา

ไม่ว่า MBK GROUP จะมีธุรกิจมากมายแค่ไหน แต่ทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของเราก็คือคน ไม่ใช่อาคาร ไม่ใช่เครื่องจักร ไม่ใช่ที่ดิน ถ้าไม่มีคนเรื่องเหล่านี้ก็ไม่เกิด

HR The Next Gen : นอกจากความหลากหลายในธุรกิจของ MBK GROUP แล้ว ผมว่าองค์กรยังต้องเจอปัญหาเรื่องความหลากหลายใน Generation ด้วย คุณเกษมสุข มีแนวคิดในการบริหารคนยังไง ให้อยู่กันอย่างมีความสุขครับ

 เราเป็นองค์การที่มี History น่าจะซัก 30 ปีได้ เพราะฉะนั้นเราก็มีตั้งแต่คนที่กำลังจะเกษียณ ยันเด็กจบใหม่ GAP ที่เยอะสุดน่าจะอยู่ที่ธุรกิจศูนย์การค้า กับธุรกิจข้าวมาบุญครอง

เราใช้ Employee Engagement Survey กับ Satisfaction Survey เป็นเครื่องมือให้พนักงานได้ส่ง Voice ของเค้ามาให้เรารับทราบ ตอนนี้เค้ารู้สึกยังไง เค้ามีปัญหายังไง ผมคิดว่าการเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นนี่ล่ะครับ ทำให้เรารู้ว่าบริษัทควรต้องทำยังไงต่อ แล้วเราก็มีคณะกรรมการ HR ซึ่งมาจากทุกธุรกิจของเรา มาช่วยกันแก้ไข และออกนโยบาย เพื่อแก้ปัญหาเหล่านั้น คงเป็นไปไม่ได้ที่เราจะ Blend คนได้ทั้งหมด หรือแก้ปัญหาทั้งหมดได้ แต่เราไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาแน่นอน

อีกเครื่องมือหนึ่งที่ผมว่าเป็นประโยชน์มากในการ Blend แต่ละ Generation คือ เราใช้ Core Value เป็นตัวสร้างวัฒนธรรมองค์กร เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะ Generation ไหนก็ตาม ถ้าคุณเป็นคน MBK GROUP  คุณต้องอยู่บนวัฒนธรรมเดียวกัน  พนักงานทั้ง 3,800 คนของเรา ต้องอยู่บน Core Value นี้ และคนที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของเราก็ต้องมีพื้นฐานของ Core Value นี้อยู่ในตัวด้วย

MBK Core Value  “SMOOTH ©”

Service Mind : มีจิตบริการ

Merit & Integrity : ทำงานโปร่งใส

Ownership : รักในองค์กร

Openness : พร้อมเปิดใจกว้าง

Teamwork : สร้างทีมงานดีเด่น

High Commitment : เน้นความมุ่งมั่น

Continuous Learning : สร้างสรรค์การเรียนรู้

HR The Next Gen : คุณเกษมสุข พูดถึงเรื่อง Employee Engagement ผมอยากให้ขยายความหน่อยครับว่า MBK GROUP ได้ให้ความสำคัญยังไงบ้างครับ

 เรื่องการรักษาพนักงาน อย่างที่เรารู้ ๆ กันอยู่นะครับ เรื่อง Reward & Recognition นี่คือสิ่งที่เราให้ความสำคัญเสมอ ทุกปีเราจะทำการสำรวจว่าธุรกิจที่เทียบเคียงกับเรา เค้าจ่ายกันอยู่เท่าไหร่ สวัสดิการเค้าเป็นยังไง โบนัส Provident Fund คู่แข่งเค้าเป็นอย่างไรกันบ้าง แล้วเราก็เอาข้อมูลมาปรับให้กับพนักงานของเรา แล้วเราก็ไม่ได้ดูแค่ที่เป็นตัวเงินนะครับ วันลาพักร้อนเราก็ปรับเพิ่มเช่นกัน เราก็ใช้ข้อมูลที่มาจาก Voice ของพนักงาน ร่วมกับการสำรวจบริษัทคู่แข่ง แล้วเราก็ปรับให้กับพนักงานของเรา

 

เรื่อง Salary Survey  เรามีการทำประเมินค่างาน (Job Evaluation) เพื่อให้การจ่ายเงินเดือนมีความยุติธรรมมากขึ้น ซึ่งมันไม่ได้มีประโยชน์แค่เรื่องเงินเดือนที่ไม่เท่าเทียมกันอย่างเดียว แต่เป็นประโยชน์ในเรื่องของการโอนย้ายด้วย  เพราะเรื่อง Career Path เราก็ให้ความสำคัญมากเช่นเดียวกัน

เราสามารถบอกคุณได้ว่า ในวันที่คุณเข้ามาเป็นพนักงานบัญชี อีกกี่ปีคุณจะได้ขึ้นไปเป็นผู้จัดการบัญชี แล้วคุณจะต้องทำอย่างไรถึงจะได้เป็นผู้จัดการบัญชี แล้วหลังจากที่คุณเป็นผู้จัดการบัญชีแล้ว คุณจะเติบโตไปทางไหนได้อีก  แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนนะที่จะเติบโตได้ ก็ต้องประเมินกันอีกที แต่เรามีโอกาสให้กับทุกคน แล้วถ้าคุณเก่งจริง ไม่ต้องกลัวว่า Career หรือเส้นทางสายอาชีพคุณจะตัน เพราะเรามีหลายธุรกิจให้คุณเติบโตได้ บริษัทในเครือเรามีอยู่มากกว่า 30 บริษัท ไม่ต้องกลัวเลย

HR The Next Gen : พูดถึง Career Path ถ้าเป็นในแบบที่คุณเกษมสุขเล่า ก็แสดงว่า MBK GROUP จะเลือกพิจารณา Promote จากคนในมากกว่าที่จะซื้อคนจากภายนอกในตำแหน่งสูง ๆ ?

MBK GROUP มีการจัดทำระบบ Successor อยู่ครับ แน่นอนว่าเราจะต้องพิจารณาจากคนในก่อน คัดเลือกขึ้นมา จากนั้นก็ประเมินว่าเค้ายังขาดอะไร พัฒนาได้มั้ย แล้วพัฒนาทันมั้ย นั่นคือทางเลือกแรกของเรา แต่ถ้าสุดท้ายเราหาไม่ทันจริง ๆ เราก็ต้องหาคนจากภายนอกเข้ามาเสริมทีม เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้

เรื่องการพัฒนานี่เป็นเรืองที่ MBK GROUP ให้ความสำคัญมาก ผมมอบหมายให้ HRD ดำเนินการเลย คือไปสำรวจมาเลยว่าแต่ละวิชาชีพต้องการที่จะพัฒนา เรียนรู้เรื่องอะไรบ้าง ตั้งแต่ Messenger ขึ้นมาเลย ทุกตำแหน่งงาน ทุก JD จะต้องมีแผนพัฒนาพนักงานทั้งหมด และติดตามอย่างเป็นระบบ เพื่อที่จะมั่นใจได้ว่า พนักงานของเราได้รับการพัฒนาให้ตรงกับทิศทางของบริษัทจริง ๆ เพราะผมเชื่อมั่นว่าบริษัทจะไปได้ดี ด้วยการพัฒนาพนักงาน

HR The Next Gen : ในทุก ๆ องค์กรปัญหา Classic ที่สุดเรื่องนึงก็คือปัญหาการทำงานระหว่าง หัวหน้ากับลูกน้อง ที่ MBK GROUP เจอปัญหาพวกนี้มั้ยครับ แล้วคุณเกษมสุขมีวิธีการในการจัดการอย่างไร

 มีอยู่แล้วครับ เวลาเจอปัญหาแบบนี้ บางครั้งผมลงไปคุยเองเลย เพื่อให้ทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น หลายครั้งที่เราก็ต้องประนีประนอมหรือปรับจูนความคิดของหัวหน้ากับลูกน้อง แต่ถ้าเกิดขึ้นบ่อยๆ กับคนเดิมๆ ผมก็จำเป็นต้องตัดสินและแก้ปัญหาอย่างยุติธรรม โดยไม่คำนึงว่าใครเป็นหัวหน้าหรือลูกน้อง

HR The Next Gen : จากแผนธุรกิจของ MBK GROUP ที่จะขยายงานไปอีกเยอะ แน่นอนว่าต้องการคนรุ่นใหม่เข้ามาเสริม คุณเกษมสุขมองหาคนรุ่นใหม่แบบไหนครับ ที่คิดว่าเข้ามาแล้วจะประสบความสำเร็จไปกับ MBK ได้

 MBK GROUP เลือกคนตาม Core Value ครับ ทุกวันนี้เราใช้การสัมภาษณ์แบบ Competency Based Interview ไม่มีแล้วที่จะมาถามว่าบ้านอยู่ทำ พ่อแม่ทำอะไร ซึ่งเราก็ต้องพัฒนาคนสัมภาษณ์ของเราด้วย ให้ screen “คนที่ใช่” เข้ามาร่วมงาน

เพราะคนที่ใช่ ตาม Core Value ของเรานี่ล่ะครับ ที่เราคาดหวังให้เค้าประสบความสำเร็จไปด้วยกันกับ MBK GROUP

ประเด็นพื้นฐานที่เราขาดไม่ได้เลยก็คือ เรื่องความซื่อสัตย์สุจริต เรื่องนี้เราไม่ปล่อยปละละเลย ถึงคุณจะเก่งแต่คุณไม่ซื่อสัตย์เราก็ไม่เอา

นอกเหนือจากเรื่องพวกนี้ผมคาดหวังจากคนรุ่นใหม่ก็คือ กล้าที่คิดต่าง กล้าคิดกล้าทำ มีความมุ่งมั่น คุณแบบนี้ล่ะครับ คนรุ่นใหม่ที่เราต้องการ

HR The Next Gen : ที้นี้ผมมองในมุมของเด็กรุ่นใหม่ เค้าจะได้อะไรถ้าเค้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ MBK GROUP เด็กใหม่จะเห็นอะไรจาก MBK GROUP

 เด็กรุ่นใหม่จะเห็นความมั่นคงของ MBK GROUP แน่นอน  ความหลากหลายในธุรกิจเรา เกื้อหนุนกันอยู่ เราไม่เคยไม่ขึ้นเงินเดือนพนักงาน เราไม่เคยไม่จ่ายเงินเดือนพนักงาน เรื่องสวัสดิการ เรื่องโบนัสเราก็ไม่ได้น้อยหน้า ถึงแม้เศรษฐกิจจะไม่ดีแค่ไหน เรามองว่าเรื่องเงินเดือน และโบนัสเป็นขวัญและกำลังใจสำคัญของพนักงานทุกคน ที่ควรจะได้รับอย่างสม่ำเสมอทุกปี

เรามีบริษัทในเครือเยอะ วันนึงคุณอาจจะไม่ Fit กับที่นี่ เราก็ยังมีทางเลือกอื่นเป็นทางเลือกให้กับคุณได้ เพราะฉะนั้นโอกาสของคุณใน MBK GROUP มีอยู่เยอะมากและมีอยู่ตลอด

แล้วถ้าคุณเก่งจริง โครงการ Talent โครงการ Fast Track เราก็เตรียมไว้เพื่อผลักดันให้คุณได้เติบโตกับ MBK GROUP

แต่ถ้าอยากรู้ลึก ๆ ก็ต้องลองมาร่วมงานกับเราดูครับ

———————————————————————-

 นี่คือส่วนหนึ่งของการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การบริหารคนของ MBK GROUP ใครที่มองหาองค์กรที่ให้ความสำคัญกับคน และพัฒนาคนอย่างต่อเนื่อง MBK GROUP ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีอีกทางเลือกนึงเลยล่ะครับ

#HRTheNextGen

ใครกำหนดเงินเดือน ?

เห็นนั่งเงียบๆ (29).png

25.01.2016

เราเคยตั้งค่าตัวของตัวเองกันมั้ยครับ
 
เรียนจบมาแล้ว มีประสบการณ์การทำงานมาแล้ว เก่งเรื่องนู้น เซียนเรืองนี้ ไม่มีใครเหนือผมอ่ะพี่ ถ้าจะจ้างผมนะ พี่ต้องจ่ายมาวันละ 5,000 อ่ะ เดือนนึงเอาจริงๆ ก็แสนห้า แต่คนกันเอง ผมลดให้ แสนนึงก็ได้
 
นี่คิดในใจนะ
 
“น้องคะ บริษัทตกลงจ้างน้องค่ะ เดือนละ 15,000 โอเคมั้ยคะ”
 
“ได้ครับพี่ เริ่มงานวันนี้ครับ” —– จบมั้ย
 
แล้ว HR ไปเอาไอ้ตัวเลข 15,000 มาจากไหนหว่า ?
 
ว่ากันตามทฤษฎีนะครับ ตัวเลขพวกเนี้ยมันมาตาม Demand และ Supply ของตลาดแรงงานครับ ในตลาดต้องมีอะไรมั่ง
 
อย่างแรก ตลาดต้องมีพ่อค้า แม่ค้า ก็คือพวกเรานี่ล่ะ
อย่างสอง ตลาดต้องมีสินค้า ต้องมีของขาย ก็คือ “ความรู้ ความสามารถ และเวลา” ที่เราจะไปทำงานให้เค้า
อย่างที่สาม ตลาดต้องมีคนซื่้อ ก็คือบริษัท แต่คนมาซื่ออาจจะเป็น HR ก็ได้ เป็นเอเย่นมาซื่อของแทนเจ้าของบริษัท
 
สมมติว่า บริษัทต้องการซื่้อสินค้า “A” ซึ่งสินค้าตัวเนี้ย มีขายในตลาดเต็มไปหมดเลย บริษัทก็เลือกซื้่อกับร้านไหนที่ขายถูกสุด จริงมั้ยครับ
 
ให้ง่ายกว่านั้น ผมเดินเข้าไปในตลาด ทุกร้านขายหมูปิ้งหมดเลย ขนาดเท่ากัน สูตรเดียวกัน กินละอร่อยเหมือนกันเป๊ะ ถ้าผมมีข้อมูล แน่นอน ผมเลือกร้านที่ถูกที่สุดจริงมั้ย
 
แล้วถ้าผมจะกินเค้กล่ะ เค้กจะราคาเท่ากับหมูปิ้งมั้ย เค้กราคาไม่เท่าหมูปิ้งแน่นอน เพราะทำยากกว่า ราคาก็เลยต้องต่างกัน
 
นี่คือเหตผลว่า ทำไมงานต่างกัน อาชีพต่างกัน ค่าจ้่างถึงได้ต่างกัน เพราะมันมีค่าความยากในงานที่ต่างกันนี่แหละครับ
 
ในชีวิตจริง ในบริษัทเดียวกัน เงินเดือน Start เด็กจบใหม่ คนนึงจบวิศวะ อีกคนจบสายบริหาร เงินเดือนเริ่มต้นก็ไม่เท่ากันละ เพราะเราตีความว่างานวิศวะต้องใช้ท่ายากในการทำงานมากกว่าสายบริหารล่ะครับ ^^
 
กา่รสำรวจค่าจ้างโดยบริษัทที่ปรึุกษาต่าง ๆ ก็มีประโยชน์ตรงนี้ล่ะครับ บริษัทจะได้รู้ว่า เฮ้ย ไอ้งานแบบเนี้ย ประมาณเนี้ย บริษัทอื่นๆ เค้าจ่ายกันเท่าไหร่ แล้วตอนนี้เราจ่ายน้อยกว่า หรือมากกว่าตลาด แล้วบริษัทจะกำหนดกลยุทธ์ในการจ่ายยังไงดีล่ะ
 
ถ้าจ่ายต่ำกว่าตลาด อันนี้บริษัทกำไรถูก จ่ายตังน้่อย แต่ได้ผลงานเท่ากัน เจ๋งว่ะ หึหึหึ อย่ามัวดีใจไป ถ้าที่อื่นเค้าจ่ายเยอะกว่าที่คุณเคยจ่ายให้ เด็กของคุณก็พร้อมจะไปเหมือนกันครับ ถ้ากลยุทธ์การจ่ายเป็นแบบนี้ก็แปลว่าบริษัทมั่นใจว่าจะหาคนเข้ามาเสริมได้เรื่อย ๆ
 
ถ้าจะจ่ายสูงกว่าตลาดเป็นเท่าตัวก็ไม่ผิด พนักงานก็คงไม่หนีไปไหนแน่ เพราะถ้าออกไปก็ไม่มี่ที่ไหนจ่ายได้มากกว่านี้อีกแล้ว แต่บริษัทล่ะ จ่ายไหวแน่เหรอ
 
เพราะฉนั้นนอกจากราคาตลาดแล้่ว “กำลังซื้อ หรืองบประมาณ” ของบริษัทนี่ล่ะครับ ใคร ๆ ก็อยากจะได้คนเก่ง คนมีประสบการณ์มาทำงาน แต่ถ้าบริษัทมีข้อจำกัดในเรืองการจ่าย ก็ต้องยอมปล่อยคนเก่งค่าตัวแพงไป แล้วเลือกคนเก่งในระดับที่เหมาะสมกับงบที่บริษัทมี มาร่วมงานแทน
 
ดังนั้น ถ้าอยากอัพค่าตัว ก็ต้องเก่ง ต้องมีความสามารถที่แตกต่างจากคนอื่น หาข้อมูลว่าตอนนี้ราคาตลาดเค้าจ่ายกันแค่ไหน สุดท้ายมองหาบริษัทที่เค้ามีกำลังจ่าย และต้องการความสามารถของเราครับ
 
#HRTheNextGenเป็นHRที่ค่าตัวไม่แพง