เงินเดือนเท่านี้ โลเคชั่นไหนดีถึงจะลงตัว

ไม่ต้องผ่อนไป 3 ปี (18)

ไง เอ็งทำงานมากี่ปีแล้ว เมื่อไหร่จะซื้อบ้านของตัวเองซะทีล่ะ

ใครเคยเจอคำถามแบบนี้เหมือนผมบ้างครับ

ตอนนั้นก็สงสัยเหมือนกันนะว่า บ้านตอนนี้ก็มีอยู่แล้ว ก็อยู่สบายดี จะต้องซื้อเพิ่มไปทำไมหว่า แม่ก็ยังไม่ได้ไล่ออกจากบ้านซะหน่อยนะ แต่ก็นั่นแหละ สุดท้ายผมก็ซื้ออยู่ดี แฮร่

ก็ของมันจำเป็นต้องมี มันก็ต้องซื้อมั้ยล่ะ

สำหรับผมนะ เรื่องที่ยากที่สุดสำหรับผมก็คือเลือกสถานที่ เลือกโลเคชั่นของบ้านที่เราจะซื้อนี่ล่ะ เพราะเงื่อนไขสำคัญเลยก็คือ งบประมาณในกระเป๋าตังค์ที่เรามีอยู่ไง จะอะไรล่ะ ที่สำคัญอีกอย่างนะ ผมคงไม่มีเงินพร้อมใช้เป็นล้านเพื่อไปซื้อบ้านด้วยเงินสดหรอก จริงมั้ย เอ๊ะ หรือไม่จริง

กู้เงินซื้อบ้านสิ ใคร ๆ เค้าก็ทำกัน มนุษย์เงินเดือนเครดิตดีอย่างพวกเราเนี่ย กู้ได้สบายอยู่แล้ว แต่กู้ได้เท่าไหร่นี่ก็อีกเรื่อง

รู้หรือไม่ว่า 40% คือภาระหนี้สินสูงสุดต่อเดือนที่ธนาคารจะอนุมัติให้เรากู้ได้

อ่ะ งง งง งง

คืองี้ สมมตินะ ถ้าผมเงินเดือน 15,000  บาท 40% ของ 15,000 เท่ากับ 6,000 หมายความว่า ไม่ว่าจะผมอยากจะกู้เพื่อมาผ่อนอะไรก็ตาม ผมจะถูกกำหนดเพดานไว้ว่า ผ่อนได้ไม่เกินเดือนละ 6,000 บาทเท่านั้น ทีนี้ 6,000 บาทที่ผมสามารถผ่อนได้เนี่ย จะได้บ้านราคาเท่าไหร่กัน ไม่ต้องไปคิดให้ปวดหัว Krungsri คำนวณมาให้แล้วตามนี้นะครับ

เงินเดือน  15,000  บาท  ผ่อนได้สูงสุด 6,000 บาทต่อเดือน สมมติว่าดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี

ผ่อน 15 ปี วงเงินกู้ 647,000 บาท

ผ่อน 20 ปี วงเงินกู้ 744,000 บาท

ผ่อน 25 ปี วงเงินกู้ 811,000 บาท

ผ่อน 30 ปี วงเงินกู้ 858,000 บาท

ผ่อน 35 ปี วงเงินกู้ 889,000 บาท

อยากได้วงเงินสูงกว่านี้ เงินเดือนก็ต้องสูงกว่านี้นะครับ

เพราะฉะนั้นเพื่อให้ฝันเรื่องการซื้อบ้านของเราเป็นจริง เราก็ต้องประเมินให้ได้ก่อนนะว่าเราน่าจะมีโอกาสได้วงเงินกู้มากน้อยแค่ไหน แล้วค่อยลองมองหาดูว่าบ้านแถวไหน ในเมืองหรือชานเมือง บ้านแบบไหน ใหม่แกะกล่อง หรือบ้านมือสอง ที่งบประมาณของเราไปถึง

เมื่อของมันจำเป็นต้องมี บ้านจำเป็นจะต้องซื้อ ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงว่ากำลังซื้อของเรามีแค่ไหนนะครับ

ถ้าใครอยากได้คำแนะนำดี ๆ ในการเลือกซื้อบ้านมากกว่านี้ ก็ตามไปอ่านได้ที่ Link นี้เลยครับ

#HRTheNextGen

SME PAYDAY ตัวช่วยดี ๆ ของ HR

ไม่ต้องผ่อนไป 3 ปี (16)

ขอเสียง HR โหน่ยยย อยากรู้ว่าก่อนวันเงินเดือนออกได้นอนกันวันละกี่ชั่วโมงคร้าบบบบ

ผมไม่เคยผ่านงานทำเงินเดือนมาก่อน คือพอรู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง แล้วงานหนักแค่ไหน คือ
อย่างมากผมก็ทำหน้าที่ส่งข้อมูลบางอย่างที่จำเป็นไปให้ แต่ไม่เคยไปทำเอง หรือไปลงรายละเอียดอะไรกับเค้าหรอก บอกตรง ๆ เลยว่า ความสะเพร่าผมมีเยอะ ความละเอียดแทบจะไม่มี ดังนั้นงานแบบนี้เลี่ยงได้ให้เลี่ยง

คนเราต้องรู้จักจุดอ่อนของตัวเองนะครับ แล้วถ้ายิ่งรู้ว่าจุดอ่อนนั้นมันแก้ยาก ก็อย่าเอาจุดอ่อนไปเสี่ยงอยู่ในที่ที่จะเกิดความเสียหายได้ง่าย อันนี้หลักการใช้ชีวิตเบื้องต้นเลยนะ
สิ่งที่น่ากลัวและน่าหนักใจที่สุดสำหรับคนทำงาน HR ก็คือ การทำข้อมูลผิด ไม่ว่าจะผิดตรงจุดไหน จะตั้งแต่ระบบลงเวลาเข้าออกงาน ระบบการลางาน ไล่ยาวไปถึงการออกเอกสารสำคัญต่าง ๆ ของพนักงาน ทั้งที่เป็นเอกสารที่ต้องส่งให้หน่วยงานราชการ หรือเอกสารที่เป็นส่วนตัวของพนักงาน

นี่ผมลองนั่ง List ดูนะว่ามีเอกสารอะไรบ้างที่ HR ต้องทำในแต่ละเดือน

เอกสารภาษีเงินได้ หนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่าย แบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนของประกันสังคม แบบรายการส่งเงินสมทบของกองทุนประกันสังคม

แล้วเดือน ๆ นึงงานที่เกียวกับเงินเดือนก็ไม่ได้มีแค่คำนวณเงินเดือนกับคำนวนโอที แต่ยังต้องคำนวณค่าลดหย่อนต่าง ๆ เพราะจะต้องส่งภาษี หัก ณ ที่จ่ายให้สรรพากรด้วย แล้วเรื่องลดหย่อนนี่มีตั้งแต่ LTF RMF เบี้ยประกันชีวิต กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ถ้าไม่มีระบบคำนวณมาเป็นตัวช่วยนี่ หัวหมุนตายเลย

หัวหมุนก็ยังพอไหว แต่ถ้าข้อมูลผิดนี่สิ นอกจากทำงานผิด ยังรู้สึกผิดมากขึ้นไปใหญ่ ถ้าพนักงานเค้าไม่ได้เงินอย่างที่เค้าควรจะได้

อย่างที่ผมบอก งานนี้ใช้ความละเอียด เพราะขนาดเช็คแล้วเช็คอีก ทำคนนึง ตรวจคนนึง ตรวจในคอมพ์รอบนึงแล้ว ปริ้นท์ออกมาตรวจกันทีบันทัดอีก ถึงจะละเอียดแค่ไหน แต่โอกาสที่ Human Error มันก็ยังมี เรื่องนี้ผมไม่อยากให้ผู้บริหารมองเป็นเรื่องเล็กน้อยนะครับ ลองนึกภาพว่า ถ้าพนักงานพูดว่าบริษัทเราจ่ายเงินให้พนักงานไม่เคยตรง ทำเอกสารส่งหน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานภายนอกแบบผิด ๆ ถูก ๆ ภาพลักษณ์ของบริษัทจะเป็นยังไง

แล้วอะไรล่ะคือทางออก ต้องลงทุนซื้อระบบมาใช้เหมือนบริษัทใหญ่ ๆ เหรอ นี่ SME เล็ก ๆ นะ ไม่มีงบมาลงทุนเรื่องนี้หรอก

แล้วถ้าใช้งานฟรีล่ะ ไม่สนเลยเหรอ

คืองี้ครับ ผมไปเจอ PAYDAY มา พูดง่าย ๆ ว่าเป็นระบบที่มาช่วยให้งาน HR ง่ายขึ้นเยอะเลย

เอาเป็นว่าตั้งแต่ สร้างแบบฟอร์มสำหรับประกาศรับสมัครงาน การจัดการข้อมูลของผู้สมัครงาน แล้วจากผู้สมัครมาเป็นพนักงาน PAYDAY ก็จะช่วยบริษัทช่วย HR ตั้งแต่การลงเวลา การลางาน ไล่ยาวไปยันการออกเอกสารต่าง ๆ คำนวณเงินเดือน คำนวณลดหย่อนภาษีต่าง ๆ คือทำได้หมด

ที่สำคัญพนักงานเองก็ใช้ผ่านมือถือได้ด้วย กดลงเวลาเข้าออก ขอลางาน ขอเบิกค่าใช้จ่าย เรียกดูบัญชีเงินเดือนย้อนหลัง หรือติดตามประกาศจากาบริษัท ก็ทำผ่านระบบทางโทรศัพท์มือถือได้เลย

ลดความผิดพลาด รวดเร็ว ทันสมัย ถูกใจทุก Generation แน่ ๆ
พนักงาน tag ไปให้ HR หรือ HR จะ Share ไปให้ถึงผู้บริหาร หรือผู้บริหารจะเข้าไปดูรายละเอียด ของ PAYDAY เองเลยก็ได้ มาตามลิงค์นี้นะครับ www.smepayday.comหรือ app.smepayday.com เพื่อลงลงทะเบียนครับ

ย้ำอีกที “สมัครวันนี้ฟรีแพคเกจ Premium 2 เดือน ลูกค้า SCB payroll ใช้ Premium ฟรีเพิ่มอีก 12 เดือน แพกเกจ Standard ใช้ฟรีตลอดชีพ”

#HRTheNextGen
#มนุษย์เงินเดือน #มนุษย์HR

ทำงานที่รัก หรือรักงานที่ทำ

เห็นนั่งเงียบๆ (79)

อยู่กันไปเรื่อย ๆ เดียวก็รักกันไปเองแหละ

ถ้าดูละคร ถ้าพอเข้าใจคำว่าคลุมถุงชน แต่ถ้าในชีวิตการทำงานล่ะ คิดว่าอยู่ไปเรื่อย ๆ เราจะรักงานที่เราทำได้มั้ย

แล้วต้องนานแค่ไหน ถึงจะรัก
แล้วถ้าต้องนานขนาดนั้น นั่นเรียกว่ารัก หรือว่ายอมแพ้

อูยยยยยยยยย

แน่ะ วัยรุ่นใจร้อนรีบตอบว่ายอมแพ้เลยะล่ะสิ

จะบอกว่ารักแท้แบบนี้ก็มีอยู่จริงนา ผมนี่แหละเป็นตัวอย่างได้

จริง ๆ แล้วผมอยากเรียนนิเทศ เพราะอยากทำหนัง อยากเป็นผู้กำกับ แต่ได้เรียนเศรษฐศาสตร์ ตอนก่อนไปเรียนชอบมั้ย เรียกว่าไม่รู้จักเลยดีกว่า หนังสือพิมพ์คิดจะอ่านหน้าเศรษฐกิจมั่งมั้ย ไม่เลย นู่น เปิดไปดูโปรแกรมหนัง ข่าวหนังก่อนเลย

แต่ตอนไปเรียน เออ เศรษฐศาสตร์ก็สนุกดีแฮะ กราฟยิ่งเยอะยิ่งสนุก ยิ่งมีเส้นพันกันไปมา ต้องตีลังกาดูกราฟ โอ๊ย ยิ่งสนุก อธิบายกราฟทีเหมือนเขียนบทหนัง เพราะทุกเส้นมีความเชื่อมโยงกันหมด อธิบายจบก็เหมือนหนังจบ ฟินเหมือนกัน

แต่มาทำงาน HR 55555 ที่เพื่อนหลายคนมองว่า เฮ้ย HR นี่มันงานเบ๊เลยนะ มันใช่เหรอวะ

แรก ๆ ก็คิดงั้นครับ แต่อยู่ไปอยู่มา เคยคิดจะแว้บไปเป็น Fund Manager อยู่ช่วงนึงด้วยซ้ำ ไปลงเรียนจริงจังเพื่อสอบ CISA CFA เพื่อที่จะเปลี่ยนสายไปทางนั้นแทน แต่ผมนึกภาพตัวเองไม่ออกจริง ๆ นะว่าหน้าตาผมตอนเป็น Fund Manager จะออกมาแนวไหน แต่ผมนึกภาพผมตอนเป็น HR ได้ชัดกว่าเยอะเลย

จะทำงานที่เรารัก หรือจะรักงานที่เราทำ แบบไหนจะง่ายกว่ากัน

คำถามแรกที่สำคัญคือ รู้หรือยังว่างานที่เรารักคืออะไร

สมมติว่ารู้แล้ว

คำถามที่ตามมาก็คือ งานที่เรารักเนี่ย เราเก่งแค่ไหน เก่งกว่าคนอื่นหรือเปล่า

คำถามที่สำคัญอีกอย่างนึงก็คือ เราอายุเท่าไหร่แล้ว

ไม่ได้บอกว่าอายุมากอายุน้อย แล้วจะไปทำตามฝันไม่ได้นะ แต่สิ่งที่อยากให้คิดให้ดี ๆ คือ ต้นทุนในสิ่งที่เราอยากทำมีแค่ไหน มีมากหรือมีน้อยกว่าคนอื่น เพราะงานที่เราอยากทำ ไม่ได้หมายความว่ามีแค่เราคนเดียวที่ฝัน คนอื่นก็มีเหมือนกัน

แล้วต้นทุนความถนัดที่เราสะสมมาล่ะ เราจะจัดการมันยังไงต่อไปดี

ถึงใคร ๆ จะบอกว่าความสุขที่สุดในโลกการทำงานคือการได้ทำงานที่เรารัก แต่การจะรักงานที่เราทำ ถึงมันจะไม่ได้มีความสุขที่สุดในโลก

แต่มันก็ความสุขเหมือนกันนี่นา จริงมั้ย

#HRTheNextGen
#มนุษย์เงินเดือน #มนุษย์HR

อย่าคิดว่าคนที่เก่งกว่า จะเป็นสายเลียเสมอไป

17795832_1312119105522701_6264520986625092522_n

อย่าเผลอคิดว่าทุกคนที่เก่งกว่าเรา ที่ไปได้เร็วกว่าเรา เค้าจะเป็นสายเบิร์นสายเลียไปซะหมดนะครับ ไม่เอาน่า อย่าเข้าข้างตัวเองขนาดนั้น

ในเมื่อเราเรียกร้องให้หัวหน้าแยกให้ออก มองให้เป็นว่าคนไหนเก่งจริง เจ๋งจริง เราเองก็ต้องยอมรับความเก่ง ความเจ๋งของคนอื่นให้เป็นด้วย และสิ่งที่ต้องยอมรับให้ได้อีกอย่างก็คือ คนที่จะเติบโตได้ เก่งอย่างเดียวไม่น่าจะพอ ขายตัวเองก็ต้องเป็น แล้วก็ต้องมี Passion ที่อยากจะโตด้วย

เราอาจจะเก่งก็จริง แต่เรื่องอื่นเรามีพอมั้ย

นักร้องบางคนนี่เสียงเทพมากเลยนะ คีย์สูงคีย์ต่ำไปได้หมด แต่ฐานแฟนคลับไม่มี แล้วก็ไม่ได้คิดเรื่องที่ต้องทำยังไงให้แฟนคลับชอบ แล้วจะมาถามทำไมว่าไม่ดัง

คือนักร้องที่ดังแล้วไม่แคร์แฟนคลับมีมั้ย ก็น่าจะมี แต่นั่นเค้าติดลมบนไปแล้วมั้ย แล้วเราล่ะ อยู่ลมไหนหว่า

โลกของมนุษย์เงินเดือน มีหลายมุม แต่ถ้าอยู่กับมุมที่เป็นของจริง และเข้าใจว่าทำไมปัญหาถึงเป็นแบบนั้น ชีวิตก็น่าจะง่ายกว่าไม่เข้าใจและอยู่กับมุมงง ๆ นะ

งงมั้ย ไม่งงสิ

#HRTheNextGen
#มนุษย์เงินเดือน #มนุษย์HR

ทำงานให้ง่าย เลือกใช้เทคโนโลยีให้เป็น

Revised-MSOffice 365 Campaign

สัปดาห์ที่แล้วผมไปเป็น  Guest Speaker งานเสวนาเกี่ยวกับทิศทางการบริหารธุรกิจ ทิศทางการบริหารคนมาครับ ซึ่งช่วงปลายปีแบบนี้ ก็จะมีงานในลักษณะนี้เยอะหน่อย ใครที่สนใจก็ต้องลองติดตามดูนะครับ สมัยเด็กกว่านี้ผมก็ชอบไปฟังเรื่องแบบนี้แหละ แล้วก็เอามาใช้เตรียมตัววางแผนการทำงานบ้างวางแผนชีวิตบ้าง

แล้วปีหน้าจะเจออะไรบ้าง  จนถึงงานล่าสุดก็งานที่ 4 เรื่องที่คิดเหมือนกันก็คือ #เทคโนโลยี ที่จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการทำงาน ถ้ามนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ๆ ชัวร์ล่ะ ขอให้เทคโนโลยีช่วยให้เราทำงานง่ายขึ้น สบายขึ้น ใช้เวลาน้อยลง แค่นี้ชีวิตก็ดีขึ้นแล้ว จริงมั้ย

แต่ในมุมมองของธุรกิจ ของเจ้าของกิจการนี่สิ หลาย ๆ เทคโนโลยีนี่ กำหนดความความสามารถในการแข่งขันเลยนะ ใครตังค์ซื้อมีเทคโนโลยีไว้ในมือ แล้วรู้จักใช้มันอย่างเต็มศักยภาพ โอกาสที่จะทิ้งคู่แข่งไปแบบไม่เห็นฝุ่น ก็ไม่น่าจะใช่เรื่องเกินจินตนาการ

โห พี่ งี้บริษัทใหญ่ ๆ บริษัทมีตังค์เค้าก็เอาไปกินหมดสิ บริษัทเล็ก ๆ ธุรกิจกลาง ๆ จะมีโอกาสได้ลืมตาอ้าปากมั้ยล่ะ

ใครบอกว่าธุรกิจขนาดกลางขนาดเล็กจะไม่มีสิทธิใช้เทคโนโลยีดี ๆ ขอแค่เลือกให้เหมาะ เลือกที่ใช้ได้จริง เลือกแล้วคุ้มที่จะลงทุน โอกาสที่จะแข่งขันกับธุรกิจขนาดใหญ่ก็มีไม่น้อยเหมือนกัน ยิ่งในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเร็วขนาดนี้นะ หลายเรื่องส่งเสริมให้ธุรกิจขนาดเล็กขนาดกลางปรับตัวให้ทันยุคทันสมัย ทันความต้องการของลูกค้าได้เร็วกว่าธุรกิจขนาดใหญ่ด้วยซ้ำไป หรือไม่จริง

แล้วตรงความไวในการปรับตัวนี่แหละ ที่แทบจะเป็นไม้ตายในการเข้าสู้ ต้องถามตัวเองนะด้วยนะครับ ตัวเราเองในฐานะคนทำงาน หรือมนุษย์เงินเดือนเนี่ย ปรับตัวได้ไวแค่ไหน แล้วธุรกิจหรือบริษัทที่เราทำงานอยู่เนี่ย ปรับตัวได้ทันเหตุการณใช่มั้ย

ถ้าเรายังช้าไป ถ้าบริษัทยังช้าไป ต้องปรับตัวยังไง หรือต้องเลือกเครื่องมือ เลือกเทคโนโลนีไหนมา  Fight กับตลาด

ยกตัวอย่างง่าย ๆ

ถ้าเราออกไปเสนองานให้ลูก ทีนี้ลูกค้าขอต่อรองราคาในตัวเลขที่เกินอำนาจที่เราจะตัดสินใจได้ เราจะทำยังไง ต้องโทรไปหาหัวหน้ามั้ย หัวหน้าต้องเรียกทีมมาประชุม หรือเรียกเรากลับไปประชุมเพื่อทำราคาให้กับลูกใหม่อีกทีมั้ย อ้าวคนนั้นติดงานลูกค้าอีกคน ส่วนอีกคนลาไปต่างประเทศ ตายล่ะ อีกกี่วันจะได้ราคากลับไปเสนอลูกค้าเนี่ย

กี่วันจะเสร็จอาจจะไม่สำคัญเท่ากับลูกค้าจะรอเรามั้ย

แต่ถ้าเรามีเครื่องมือที่เรียกทุกคนมาประชุมด้วยกันได้ จะอยู่เหนือ ใต้ ออก ตก หรือต่างประเทศ จะใช้  Laptop จะใช้โทรศัพท์มือถือ ก็ไม่ต้องกังวลเพราะสามารถคุยงานกันได้หมด ขอเวลาลูกค้าชั่วโมงนึง ลงมานั่งร้านกาแฟสวย ๆ แล้วประชุม Online พร้อมกัน เคาะตัวเลขออกมาเสนอราคาให้ลูกค้าตัดสินใจได้ทันที

ใช้วิธีการนี้ เผลอ ๆ นะ ห้องประชุมอาจจะไม่จะจำเป็นอีกต่อไปแล้วก็ได้

วิธีการนี้มีอยู่ใน Microsoft Office 365 ครับ ซึ่งใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพไม่ว่าจะใช้บน Laptop  หรือบน Smartphone ซึ่งไม่ได้มีแค่ระบบ  Conference แบบที่ผมบอกนะ แต่ Word Excel Powerpoint  OneNote Outlook หรือ Access ที่มนุษย์เงินเดือนอย่างพวกเราใช้กันอย่างบ้าระห่ำทุกวันนี้เนี่ย ก็สามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องกังวลวาจะเด้งไปโดดมา เพราะฉนั้นไม่ว่าที่ไหนก็ทำงานได้ ถูกใจวัยรุ่นใช่มั้ยล่ะ

อาจจะไม่ถูกใจอยู่กลุ่มเดียวคือ กลุ่มที่อ้างว่า “หนูไม่ได้เอา Laptop มาด้วย หนูทำงานไม่ได้ค่ะบอส”

อ้างไม่ได้แล้วล่ะนะหนู

เฮ้ย น้อง อย่างนี้พี่ต้องซื้อแยกทีละโปรแกรมทีละ  App เลยหรือเปล่าเนี่ย

อย่ากังวลครับ Microsoft ไม่ได้ใจร้ายกับเราขนาดนั้น ซื้อทีเดียวได้มาหมดทุก Program ทุก App นี่ล่ะครับ สำหรับรายละเอียดต่าง ๆ ไปดูได้ที่นี่เลย https://aka.ms/EvolutionOfWork

อยากทำงานให้ง่าย อยากเดินให้ไวกว่าคู่แข่ง ต้องรู้จักเลือกเทคโนโลยีให้เหมาะด้วยครับ

#Microsoft #Office365

#HRTheNextGen

สัปดาห์ที่แล้วผมไปเป็น  Guest Speaker งานเสวนาเกี่ยวกับทิศทางการบริหารธุรกิจ ทิศทางการบริหารคนมาครับ ซึ่งช่วงปลายปีแบบนี้ ก็จะมีงานในลักษณะนี้เยอะหน่อย ใครที่สนใจก็ต้องลองติดตามดูนะครับ สมัยเด็กกว่านี้ผมก็ชอบไปฟังเรื่องแบบนี้แหละ แล้วก็เอามาใช้เตรียมตัววางแผนการทำงานบ้างวางแผนชีวิตบ้าง

แล้วปีหน้าจะเจออะไรบ้าง  จนถึงงานล่าสุดก็งานที่ 4 เรื่องที่คิดเหมือนกันก็คือ #เทคโนโลยี ที่จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการทำงาน ถ้ามนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ๆ ชัวร์ล่ะ ขอให้เทคโนโลยีช่วยให้เราทำงานง่ายขึ้น สบายขึ้น ใช้เวลาน้อยลง แค่นี้ชีวิตก็ดีขึ้นแล้ว จริงมั้ย

แต่ในมุมมองของธุรกิจ ของเจ้าของกิจการนี่สิ หลาย ๆ เทคโนโลยีนี่ กำหนดความความสามารถในการแข่งขันเลยนะ ใครตังค์ซื้อมีเทคโนโลยีไว้ในมือ แล้วรู้จักใช้มันอย่างเต็มศักยภาพ โอกาสที่จะทิ้งคู่แข่งไปแบบไม่เห็นฝุ่น ก็ไม่น่าจะใช่เรื่องเกินจินตนาการ

โห พี่ งี้บริษัทใหญ่ ๆ บริษัทมีตังค์เค้าก็เอาไปกินหมดสิ บริษัทเล็ก ๆ ธุรกิจกลาง ๆ จะมีโอกาสได้ลืมตาอ้าปากมั้ยล่ะ

ใครบอกว่าธุรกิจขนาดกลางขนาดเล็กจะไม่มีสิทธิใช้เทคโนโลยีดี ๆ ขอแค่เลือกให้เหมาะ เลือกที่ใช้ได้จริง เลือกแล้วคุ้มที่จะลงทุน โอกาสที่จะแข่งขันกับธุรกิจขนาดใหญ่ก็มีไม่น้อยเหมือนกัน ยิ่งในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเร็วขนาดนี้นะ หลายเรื่องส่งเสริมให้ธุรกิจขนาดเล็กขนาดกลางปรับตัวให้ทันยุคทันสมัย ทันความต้องการของลูกค้าได้เร็วกว่าธุรกิจขนาดใหญ่ด้วยซ้ำไป หรือไม่จริง

แล้วตรงความไวในการปรับตัวนี่แหละ ที่แทบจะเป็นไม้ตายในการเข้าสู้ ต้องถามตัวเองนะด้วยนะครับ ตัวเราเองในฐานะคนทำงาน หรือมนุษย์เงินเดือนเนี่ย ปรับตัวได้ไวแค่ไหน แล้วธุรกิจหรือบริษัทที่เราทำงานอยู่เนี่ย ปรับตัวได้ทันเหตุการณใช่มั้ย

ถ้าเรายังช้าไป ถ้าบริษัทยังช้าไป ต้องปรับตัวยังไง หรือต้องเลือกเครื่องมือ เลือกเทคโนโลนีไหนมา  Fight กับตลาด

ยกตัวอย่างง่าย ๆ

ถ้าเราออกไปเสนองานให้ลูก ทีนี้ลูกค้าขอต่อรองราคาในตัวเลขที่เกินอำนาจที่เราจะตัดสินใจได้ เราจะทำยังไง ต้องโทรไปหาหัวหน้ามั้ย หัวหน้าต้องเรียกทีมมาประชุม หรือเรียกเรากลับไปประชุมเพื่อทำราคาให้กับลูกใหม่อีกทีมั้ย อ้าวคนนั้นติดงานลูกค้าอีกคน ส่วนอีกคนลาไปต่างประเทศ ตายล่ะ อีกกี่วันจะได้ราคากลับไปเสนอลูกค้าเนี่ย

กี่วันจะเสร็จอาจจะไม่สำคัญเท่ากับลูกค้าจะรอเรามั้ย

แต่ถ้าเรามีเครื่องมือที่เรียกทุกคนมาประชุมด้วยกันได้ จะอยู่เหนือ ใต้ ออก ตก หรือต่างประเทศ จะใช้  Laptop จะใช้โทรศัพท์มือถือ ก็ไม่ต้องกังวลเพราะสามารถคุยงานกันได้หมด ขอเวลาลูกค้าชั่วโมงนึง ลงมานั่งร้านกาแฟสวย ๆ แล้วประชุม Online พร้อมกัน เคาะตัวเลขออกมาเสนอราคาให้ลูกค้าตัดสินใจได้ทันที

ใช้วิธีการนี้ เผลอ ๆ นะ ห้องประชุมอาจจะไม่จะจำเป็นอีกต่อไปแล้วก็ได้

วิธีการนี้มีอยู่ใน Microsoft Office 365 ครับ ซึ่งใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพไม่ว่าจะใช้บน Laptop  หรือบน Smartphone ซึ่งไม่ได้มีแค่ระบบ  Conference แบบที่ผมบอกนะ แต่ Word Excel Powerpoint  OneNote Outlook หรือ Access ที่มนุษย์เงินเดือนอย่างพวกเราใช้กันอย่างบ้าระห่ำทุกวันนี้เนี่ย ก็สามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องกังวลวาจะเด้งไปโดดมา เพราะฉนั้นไม่ว่าที่ไหนก็ทำงานได้ ถูกใจวัยรุ่นใช่มั้ยล่ะ

อาจจะไม่ถูกใจอยู่กลุ่มเดียวคือ กลุ่มที่อ้างว่า “หนูไม่ได้เอา Laptop มาด้วย หนูทำงานไม่ได้ค่ะบอส”

อ้างไม่ได้แล้วล่ะนะหนู

เฮ้ย น้อง อย่างนี้พี่ต้องซื้อแยกทีละโปรแกรมทีละ  App เลยหรือเปล่าเนี่ย

อย่ากังวลครับ Microsoft ไม่ได้ใจร้ายกับเราขนาดนั้น ซื้อทีเดียวได้มาหมดทุก Program ทุก App นี่ล่ะครับ สำหรับรายละเอียดต่าง ๆ ไปดูได้ที่นี่เลย https://aka.ms/EvolutionOfWork

อยากทำงานให้ง่าย อยากเดินให้ไวกว่าคู่แข่ง ต้องรู้จักเลือกเทคโนโลยีให้เหมาะด้วยครับ

#Microsoft #Office365
#HRTheNextGen

Work Hard Play Hard อร่อยจัดหนัก ความสุขจัดเต็ม

ไม่ต้องผ่อนไป 3 ปี (13)

เคยทำงานดึกสุดกี่ตีครับ

ผมดึกสุดนี่ก็น่าจะตี 1 ใครจะแข่งกับผมบ้าง หึหึหึ ความพีคมันคือวันเกิดด้วยเนี่ยแหละ เพื่อนไปรอที่ร้านกันครบแต่เจ้าของวันเกิดยังนั่งปั่นสไลด์อยู่เลย นึกถึงวันนั้นแล้วเหงามากจริง ๆ จำได้ว่านั่งจินตนาการอยู่นะว่าจะมีเพื่อนมา   Surprise  มั้ยวะ เค้กไม่ต้องเอามานะ ขอไส้กรอกพูนจานแล้วจุดเทียนเดินเข้ามานะ รักตายเลย

เป่าไส้กรอกแทนเค้กวันเกิดตอนดึก ๆ นี่ก็อิ่มดีมีแรงทำงานต่อนะ

นี่กำลังคิดอยู่ล่ะสิว่า HR อย่างผมทำอะไรกันมากมาย มีอะไรให้ต้องทำดึกดื่น 555 มันก็ต้องมีบ้างล่ะน่า ยิ่งถ้าต้องอยู่ดึก ช่วงใกล้ ๆ ปีใหม่อย่างนี้ก็หนีไม่พ้นเรื่องประเมินผลงาน ปรับเงินเดือน คำนวณโบนัสนี่แหละ จะแก้จากโบนัส 2 เดือนเป็น 12 เดือนยังไงดี หึหึ เรื่องตัวเลขแบบนี้ก็ไม่อยากจะพลาด

ทำงานดึก ๆ ยังไงให้สนุก สำหรับผมนะ อย่างแรกคือมันต้องจำเป็น สำคัญแล้วก็ต้องรีบจริง ๆ ถ้าไม่ก็เอาไว้ทำวันหลังก็ได้ อีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ มันต้องไม่จำเจ ต้องมีความพิเศษที่ไม่ใช่แค่พิเศษธรรมดา แต่ต้องอัดแน่นความพิเศษพวกนั้นไว้ด้วยกัน เช่น Project นี้เป็นการรวมตัวของตัวเทพทั้งหลาย ที่แค่เห็นชื่อก็รู้เลยว่า ผลงานต้องออกมาไม่ธรรมดาแน่ ๆ

ให้อารมณ์เหมือนดู The Avengers หรือ Justice League ที่แค่คิดก็รู้สึกตื่นเต้นละ

ปกติเราทำงานกัน 8 ชั่วโมงต่อวัน แต่ถ้ามี  Project รวมเทพที่ต้องทำงานกันดึก ๆ แบบนี้เนี่ย ก็ต้องหาวิธีเติมพลัง แต่ Project รวมตัวเทพแบบนี้ จะกินอะไรธรรมดา ๆ มันก็ดูจะสร้างความคึกคักไม่พอจริงมั้ย ถ้าจะให้ดีมันก็ต้องมีปาร์ตี้กันหน่อยล่ะ

ถ้าผมเป็นหัวหน้า ผมจะควักกระเป๋ายื่นตังค์ซื้อใจลูกน้องเลย ไม่ต้องรอให้ลูกน้องถาม แต่ให้ตังค์ไปพร้อมโจทย์นะ  คือจัดปาร์ตี้ยังไงให้ง่าย แต่ไม่ธรรมดา เอาให้รู้สึกว่าอยากจะกลับมารวมตัวเทพทำงานดึกแบบนี้กันบ่อยๆ

จะให้ประทับใจก็ต้องอร่อยเป็นอย่างแรก แต่อร่อยอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องอร่อยแบบอัดแน่นไปด้วยความพิเศษ ถึงจะคุ้มค่ากับที่ต้องทำงานดึกในเวลาพิเศษแบบนี้

ง่ายแต่อัดแน่นความอร่อย ง่ายแต่อัดแน่นความอร่อย  ง่ายแต่อัดแน่นความอร่อย ติ๊ก ต่อก ติ๊ก ต่อก ติ๊ก ต่อก

แค่นั่งจินตนาการก็นึกถึงไส้กรอกใน  7-Eleven ก่อนเลย เพราะง่าย 555 ฉีกซองเอาส้อมจิ้มจึก ๆ แล้วเข้าเวฟไม่กี่วิก็ได้กินละ แต่จะไส้กรอกธรรมดามันก็ไม่ได้ไง เพราะโจทย์คือมันต้องพิเศษ ไส้กรอกก็ต้องอร่อยพิเศษด้วยจริงมั้ย

แล้วก็โชคดีตรงที่ตอนนี้มี Limited Edition อย่าง CP Smoked Chicken Breast Cocktail sausage with Ham & Cheese มาให้ลอง เห็นความอัดแน่นมั้ย ไส้กรอกชิ้นเดียวมาทั้งอกไก่ ทั้งแฮม ทั้งชีส นี่มันรวมเทพความอร่อยชัด ๆ

เพราะฉะนั้นคืนนี้ทีมเทพทีมไหนทำงานดึก อย่าลืมไปหาไส้กรอกเทพ อย่าลืมเตรียมปาร์ตี้ CP Smoked Chicken Breast Cocktail sausage with Ham & Cheese กันนะครับ มีขายเฉพาะใน 7-Eleven เท่านั้นรีบหน่อยนะ ความอร่อยรอบนี้มีจำนวนจำกัดนะครับ

จะช้าอะไร ไปปาร์ตี้ไส้กรอกกันดีกว่า

#SpoilYourSensation #อร่อยจัดหนักความสุขจัดเต็ม #SparkFestiveSpiritInEveryMoment

#HRTheNextGen

 

AW CP Mupi Limited Edition1185x1750mmB