Motivate & Engage New Generation

วันจันทร์ที่ 2 เมษายน 2561
Motivate & Engage New Generation

การจะรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กรเป็นเรื่องที่ยากขึ้นในทุกวัน โดยเฉพาะพนักงานใน Generation ใหม่ที่มีทั้งทางเลือกที่มากขึ้น ความต้องการที่มากขึ้น และผลตอบแทนอาจจะไม่ใช่ตัวเลือกเดียวที่จะดึงพนักงานกลุ่มนี้เอาไว้ได้

หลักสูตรนี้มีทั้งทฤษฎี และไอเดียที่จะนำไปใช้ รวมถึงตัวอย่างกิจกรรมที่นำไปใช้กับ Generation ใหม่ ๆ ได้

สอบถามรายละเอียดได้ที่ คุณปาณิศา ตันติสาธิต
Email: panisa@qgen.co.th
Line ID : @qgen
โทรศัพท์ : 095-706-5170

#QGenAcademy

เป็น HR มันก็ไม่ง่ายนะ

ไม่ต้องผ่อนไป 3 ปี (21)

“เดี๋ยวนี้ดูแลคนยากขึ้นนะ”

CEO คนนึงบ่นให้ผมฟัง

ประโยคสั้น ๆ  ที่ผมทั้งเข้าใจ ทั้งไม่เข้าใจ ถึงผมจะทำงาน HR มาสิบสี่สิบห้าปี แต่ไม่รู้ว่า เดี๋ยวนี้กับตอนนี้โน้นของพี่  CEO ต่างกันขนาดไหน

ผมทำงาน HR แล้วก็อยู่ในแวดวงธุรกิจก็สัมผัสได้ว่า เรื่องคนมันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลยวุ้ย คือไม่ต้องเทียบกับตอนนี้หรือตอนไหน เรื่องดูแลคนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แล้วมันยิ่งไม่ง่ายเมื่อต้องเอามาผูกกับเรื่องธุรกิจ เรื่องกำไรขาดทุนของบริษัทนี่แหละ

ถ้าบริษัทดูแลพนักงานดีมากจนบริษัทเจ๊ง ก็ไม่น่าจะได้ หรือถ้าบริษัทจะดูแลคนแบบเขียม ๆ พนักงานก็คงจะอยู่ไม่ได้เหมือนกัน การหาจุดที่พอดีนี่แหละที่ผมว่ายาก

แล้วจุดที่พอดีเมื่อวานนี้กับวันนี้ อาจจะไม่ใช่จุดเดียวกันซะด้วยสิ

แล้วก็พอดีว่า หน้าที่ของการหาความพอดี ก็เป็นหน้าที่ของ  HR นี่แหละครับ

แล้วก็พอดีว่า ช่วงนี้โลกของธุรกิจก็หมุนเร็วซะเหลือเกิน HR อย่างเรา ๆ ต้องมองกี่มุมล่ะ ถึงจะเจอความพอดีอย่างที่ผู้บริหารก็อยากได้ พนักงานก็โอเค

ผมมองอย่างนี้ครับ

เรื่องแรกเลยคือ เราอ่านขาดเรื่องธุรกิจขนาดไหน เราอยู่ในยุคของการเป็น Business Change Partner ถ้า HR คุ้นเคยกับ Business Partner ใน  Model ของ Dave Urich อยู่แล้ว ก็น่าจะเข้าใจคำว่า Business Change Partner  ได้ไม่ยาก เพราะ HR  จะไม่ได้ทำหน้าที่แค่เพียงยืนอยู่ข้าง ๆ  ผู้บริหาร เพื่อคอยฟังอย่างใกล้ชิดว่าผู้บริหารต้องการอะไร แล้วไปทำหน้าที่ตามบทบาทของ  HR ให้ทันตามที่ธุรกิจต้องการ แต่ HR ในวันนี้ ต้องเร็วกว่านั้นอีกหนึ่งก้าว คือไม่ต้องรอให้บอก ในเมื่อยืนอยู่ด้วยกันกับผู้บริหารแล้ว เห็นอยู่แล้วว่าธุรกิจต้องการอะไร ในสังคมธุรกิจที่ใครเร็วกว่าก็จะชนะ HR ก็จะช้าไม่ได้เช่นกัน

ว่าแต่เราแกร่งพอจะเป็น Business Change Partner ที่ชี้นิ้วพาองค์กรไปถูกทางแล้วหรือยัง

 

เรื่องที่สองคือ เราอ่านคนของเราขาดขนาดไหน มองออกมั้ยว่าสถานการณ์ธุรกิจแบบนี้ คนของเรายังขาดอาวุธอะไรที่จะออกไปสู้กับคู่แข่ง องค์กรอื่นคนของเค้าถืออาวุธดิจิตัลกันหมดแล้ว คนของเรายังสนุกกับการตีดาบของไปไล่ฟันอยู่หรือเปล่า แล้วจะไปตีกับใครล่ะ คู่แข่งเค้าส่ง AI มาสู้แทนแล้วนั่งควบคุมอยู่ที่ฐาน อย่างนี้เราจะชนะเค้าได้ยังไงล่ะ

ต้องลองนึกดูแล้วล่ะครับ ว่าเรารู้จักคนของเรา ดีมากแค่ไหน

 

เรื่องที่สาม รู้จักคนของเราอย่างเดียวก็ไม่พอ ต้องรู้ว่าโลกเค้าไปถึงไหนกันแล้วด้วย เพราะถ้าเรามองแค่ตัวเราอย่างเดียวโดยไม่สนเลยว่า คนอื่น ๆ เค้าใช้อะไรกัน เค้าฮิตอะไรกัน สิ่งที่เค้าฮิตกันช่วยให้คนของเราแกร่งขึ้นได้หรือเปล่า หรือบางทีนะครับ บางอย่างที่เรากำลังทำอยู่ด้วยวิธีการของเราเนี่ย คนอื่นเค้าอาจจะเคยทำมาแล้ว แค่เราออกไปเปิดโลก เราก็ไม่จำเป็นต้องมาลองผิดลองถูก จริงมั้ย

แล้วต้องไปดูจากที่ไหนล่ะ คิดแพ้บนะครับ

 

และเรื่องสุดท้าย ข้อนี้วนกลับมาที่องค์กรของเราแล้วครับ ต้องเช็คนะว่าวัฒนธรรมที่เรามีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นเอง หรือปลูกฝังกันขึ้นมา ยังเป็นวัฒนธรรมที่สนับสนุนให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืนได้หรือเปล่า ถ้ายังใช้ได้ ก็ต้องทำให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม แต่ถ้าไม่ใช่ก็ต้องสร้างขึ้นมาใหม่ให้ได้

และในเมื่อโลกหมุนเร็วขึ้น ธุรกิจมี Dynamic  คนมี Dynamic วัฒนธรรมก็ต้องปรับตัวให้มี Dynamic ตามไปด้วยกัน ถ้าสิ่งที่ผมคิดไม่ผิด สำหรับหลาย ๆ ธุรกิจที่ความเร็ว และความพร้อมในการรับมือการเปลี่ยนแปลง คือจุดชี้เป็นชี้ตายในการแข่งขัน  การสร้างองค์กรให้เป็น Agile Organization อาจจะเป็นเรื่องที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ได้ทำตามแฟชัน ไม่ได้ถูกป้ายยา แต่ของมันต้องมี

วันนี้เรารู้แล้วหรือยังว่า Agile Organization เป็นยังไง แล้ววัฒนธรรมองค์กรที่จะส่งเสริมให้เกิด  Agile Organization ล่ะต้องเริ่มยังไงบ้าง แล้วต้องทำไปพร้อมกับ Agile People ด้วยเลยหรือไม่

แต่ละเรื่องเป็นเรื่องยาก ๆ ทั้งนั้นครับ แต่คำว่ายากไม่ได้แปลว่าทำไม่ได้ การติดตามข่าวสาร ความรู้ต่าง ๆ  ในการบริหารคน บริหารองค์กร ก็เลยเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น HR ยุคไหน ซึ่ง SEAC หรือที่รู้จักกันเดิมในชื่อ APM Group ก็มีทั้งความรู้และหลักสูตรพัฒนาให้ HR ช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในองค์กรไทย ให้ได้ผลลัพธ์มากขึ้น

ไปติดตามและอัพเดพได้ที่ https://www.facebook.com/SEACthailand/   ทั้งหลักสูตรและแนวทางการกระตุ้นการพัฒนาผู้นำยุคใหม่ที่เน้นเรื่อง mindset อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเสริมมุมมองให้กับ HR ในยุคของการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว

#HRTheNextGen

ไปทำงาน EP 1 – ทักษะการแก้ปัญหาที่ดีคือยังไง

ในประกาศรับสมัครงานแทบจะทุกตำแหน่งระบุว่าต้องมีทักษะในการแก้ปัญหา ในเมื่อทุกคนโตมาขนาดนี้ก็ต้องผ่านการแก้ปัญหามาแล้วทั้งนั้น

แล้วแบบไหนเรียกว่าดีหรือไม่ดี ?

#ไปทำงาน #ProblemSolving
#HRTheNextGen
#มนุษย์เงินเดือน #HR2018

ทำอย่างไร ไม่ให้งานหายไปพร้อมคนลาออก

ไม่ต้องผ่อนไป 3 ปี (20)

ปัญหาลูกน้อง หรือเพื่อนร่วมงานที่ไม่ได้ไม่ลาออกไปแต่ตัว แต่พ่วงเอาไฟล์งานไปด้วย หรือไม่ก็เก็บไว้ไหนก็ไม่รู้ เวลาจะต้องใช้งานทีก็หาไม่เจอ ต้องมาเสียเวลาทำกันใหม่ทุกที

จะลาออกไปพี่ไม่ว่า แต่ไฟล์งานต่าง ๆ อยู่ที่ไหนล่ะตัวเธอ

ช่วงต้นปีอย่างนี้ ปัญหาสำคัญอย่างนึงก็คือปัญหาคนลาออกนี่แหละครับ

จริง ๆ จะบอกว่าต้นปีก็ไม่ถูก ต้องบอกว่าโบนัสจ่ายเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงฤดูกาลคนเก่าไปคนใหม่มา มองให้ธรรมดาก็ธรรมดา มองให้น่าตกใจก็น่าตกใจ คือถ้าคนเก่ง ๆ ออกจากองค์กรไป มองในมุมองค์กรก็คงตกใจ แต่ถ้ามองในมุมพนักงานเอง ถ้าที่อื่นมีอะไรที่ดีกว่า จะเรื่องเกี่ยวกับเงินหรือไม่เกี่ยวกับเงิน ถ้าเห็นว่าเป็นโอกาสก็ควรไปเจออะไรใหม่  ๆมองอย่างเป็นกลาง ก็จะเห็นธรรมนะครับ สาธุ

กลับมาที่ปัญหาหาไฟล์ไม่เจอเพราะไม่ส่งต่องานกันให้ดี

เนี่ย ๆ ปัญหาใหญ่ที่สำคัญมากเลยนะ นี่เป็นเรื่องมารยาทและความเป็นมืออาชีพของการลาออกเลย ระยะเวลา 1 เดือนที่ขอให้แจ้งล่วงหน้าก็เพื่อให้แฟร์ ๆ กับบริษัทนี่แหละ อย่างน้อย 1 เดือนหาคนมาทำงานแทน ซึ่งแค่นี้ก็ยากมากพอแล้ว บางทีก็ต้องฝากงานไว้ที่เพื่อนร่วมงานก่อนบ้าง เจ้านายก่อนบ้าง รอคนใหม่จะมา

เดือนนึงบางทีเก็บรายละเอียดกันไม่หมดหรอก

ที่สำคัญกว่านั้นคือ ของที่อยากใช้มักหาไม่เจอตอนที่จะใช้นี่แหละ

ย้ำอีกทีนะครับ นี่คือเรื่องสำคัญ ทั้งหัวหน้าเอง HR  เอง หรือเจ้าของบริษัทเอง อย่าทำเป็นเล่นกับเรื่องนี้ เพราะเผลอ ๆ Knowledge ของบริษัทจะหายไปดื้อ ๆ พร้อมกับตัวคนที่ลาออกไปนี่แหละ

แล้วบางทีคนใหม่มาก็หงุดหงิดอีกว่า เฮ้ย ของเก่ามันควรมี ทำไมถึงต้องมานั่งนับหนึ่งใหม่ งานจะไปได้ไกลกว่านี้เยอะถ้าไม้ต้องมานั่งนับหนึ่งบ่อย ๆ จริงมั้ย

เราต้องรู้จักใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์นะครับ ในเมื่องานทุกอย่างไม่จำเป็นต้องเก็บติดตัว แต่สามารถเก็บไว้ใน One Drive หรือ SharePoint ได้ แล้วยุคนี้ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องนั่งทำงานในออฟฟิศเท่านั้นถึงจะเข้าถึงข้อมูลได้ ถ้าใช้ Office 365 อยู่ที่ไหน ก็เข้าถึงข้อมูลได้ทั้งนั้นแหละ

รายละเอียดไปลองดูในนี้นะครับ www.evolutionofwork.net

ยุคนี้เป็นยุคของ Data  และการลาออกของคนคนนึงไม่ควรทำให้งานของเราสะดุดนะ เชื่อผมสิ ผมเรียนมา

#Microsoft #Office365

#HRTheNextGen

เงินเดือนเท่านี้ โลเคชั่นไหนดีถึงจะลงตัว

ไม่ต้องผ่อนไป 3 ปี (18)

ไง เอ็งทำงานมากี่ปีแล้ว เมื่อไหร่จะซื้อบ้านของตัวเองซะทีล่ะ

ใครเคยเจอคำถามแบบนี้เหมือนผมบ้างครับ

ตอนนั้นก็สงสัยเหมือนกันนะว่า บ้านตอนนี้ก็มีอยู่แล้ว ก็อยู่สบายดี จะต้องซื้อเพิ่มไปทำไมหว่า แม่ก็ยังไม่ได้ไล่ออกจากบ้านซะหน่อยนะ แต่ก็นั่นแหละ สุดท้ายผมก็ซื้ออยู่ดี แฮร่

ก็ของมันจำเป็นต้องมี มันก็ต้องซื้อมั้ยล่ะ

สำหรับผมนะ เรื่องที่ยากที่สุดสำหรับผมก็คือเลือกสถานที่ เลือกโลเคชั่นของบ้านที่เราจะซื้อนี่ล่ะ เพราะเงื่อนไขสำคัญเลยก็คือ งบประมาณในกระเป๋าตังค์ที่เรามีอยู่ไง จะอะไรล่ะ ที่สำคัญอีกอย่างนะ ผมคงไม่มีเงินพร้อมใช้เป็นล้านเพื่อไปซื้อบ้านด้วยเงินสดหรอก จริงมั้ย เอ๊ะ หรือไม่จริง

กู้เงินซื้อบ้านสิ ใคร ๆ เค้าก็ทำกัน มนุษย์เงินเดือนเครดิตดีอย่างพวกเราเนี่ย กู้ได้สบายอยู่แล้ว แต่กู้ได้เท่าไหร่นี่ก็อีกเรื่อง

รู้หรือไม่ว่า 40% คือภาระหนี้สินสูงสุดต่อเดือนที่ธนาคารจะอนุมัติให้เรากู้ได้

อ่ะ งง งง งง

คืองี้ สมมตินะ ถ้าผมเงินเดือน 15,000  บาท 40% ของ 15,000 เท่ากับ 6,000 หมายความว่า ไม่ว่าจะผมอยากจะกู้เพื่อมาผ่อนอะไรก็ตาม ผมจะถูกกำหนดเพดานไว้ว่า ผ่อนได้ไม่เกินเดือนละ 6,000 บาทเท่านั้น ทีนี้ 6,000 บาทที่ผมสามารถผ่อนได้เนี่ย จะได้บ้านราคาเท่าไหร่กัน ไม่ต้องไปคิดให้ปวดหัว Krungsri คำนวณมาให้แล้วตามนี้นะครับ

เงินเดือน  15,000  บาท  ผ่อนได้สูงสุด 6,000 บาทต่อเดือน สมมติว่าดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี

ผ่อน 15 ปี วงเงินกู้ 647,000 บาท

ผ่อน 20 ปี วงเงินกู้ 744,000 บาท

ผ่อน 25 ปี วงเงินกู้ 811,000 บาท

ผ่อน 30 ปี วงเงินกู้ 858,000 บาท

ผ่อน 35 ปี วงเงินกู้ 889,000 บาท

อยากได้วงเงินสูงกว่านี้ เงินเดือนก็ต้องสูงกว่านี้นะครับ

เพราะฉะนั้นเพื่อให้ฝันเรื่องการซื้อบ้านของเราเป็นจริง เราก็ต้องประเมินให้ได้ก่อนนะว่าเราน่าจะมีโอกาสได้วงเงินกู้มากน้อยแค่ไหน แล้วค่อยลองมองหาดูว่าบ้านแถวไหน ในเมืองหรือชานเมือง บ้านแบบไหน ใหม่แกะกล่อง หรือบ้านมือสอง ที่งบประมาณของเราไปถึง

เมื่อของมันจำเป็นต้องมี บ้านจำเป็นจะต้องซื้อ ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงว่ากำลังซื้อของเรามีแค่ไหนนะครับ

ถ้าใครอยากได้คำแนะนำดี ๆ ในการเลือกซื้อบ้านมากกว่านี้ ก็ตามไปอ่านได้ที่ Link นี้เลยครับ

#HRTheNextGen